ตอนที่ 10 — บทสนทนาลับกับทูตต่างแดน
บุญมาเฝ้าสังเกตการณ์เหล่าขุนนางที่รุมล้อมคณะทูตจากประเทศเพื่อนบ้านด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้ชัดเจน ราวกับจะเห็นภาพสะท้อนของสังคมตนเองในอีกรูปแบบหนึ่ง การเจรจาต่อรองที่เกิดขึ้นอย่างแนบเนียนภายใต้ฉากหน้าของความเป็นมิตร เป็นสิ่งที่เธอเคยคาดเดาไว้ แต่การได้เห็นด้วยตาตนเองกลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป การแลกเปลี่ยนของกำนัลที่ดูเหมือนจะเป็นเพียงการแสดงความปรารถนาดี แต่ในความเป็นจริง อาจแฝงไว้ด้วยข้อตกลงทางการค้าที่เอื้อประโยชน์แก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากกว่า
"คุณหนูบุญมา กำลังทอดพระเนตรอะไรอยู่เพคะ" เสียงหวานเจื้อยแจ้วดังมาจากด้านหลัง ทำให้บุญมาผงะเล็กน้อย ก่อนจะหันไปพบกับคุณหญิงมาลี พระสนมรุ่นใหญ่ผู้มีอำนาจในวังหน้า บุญมารีบก้มกราบ "ทูลพระสนมเพคะ กระหม่อม/เพคะ เพียงแต่สังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของผู้คนเพคะ"
คุณหญิงมาลีแย้มสรวล "เจ้าเป็นคนช่างสังเกตเสียจริง สมกับเป็นที่โปรดปรานขององค์กรมพระราชวังบวรฯ" พระองค์ตรัสพลางกวาดสายตามองไปยังคณะทูต "ท่านทูตจากเมืองขอมดูจะสนใจในเรื่องการค้าขายมากเป็นพิเศษ เห็นจะได้ผลประโยชน์บางอย่างจากเรา"
บุญมาน้อมรับฟัง "กระหม่อม/เพคะ ก็สังเกตเช่นนั้นเพคะ" เธอเลี่ยงที่จะแสดงความคิดเห็นใดๆ เพิ่มเติม การพูดคุยกับพระสนมผู้นี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
"เจ้าคิดว่าเราควรจะเสนอสิ่งใดให้พวกเขา เพื่อให้ได้เปรียบในการค้านี้เล่า" คุณหญิงมาลีถาม ใบหน้าแสดงออกถึงความใคร่รู้
บุญมานิ่งคิดชั่วครู่ ก่อนจะตอบอย่างระมัดระวัง "กระหม่อม/เพคะ คิดว่าหากเราเสนอสิ่งที่เป็นที่ต้องการของเขา แต่เรามีมากอยู่แล้ว เช่น ข้าว หรือเครื่องเทศบางชนิด ก็อาจจะเพียงพอเพคะ"
คุณหญิงมาลีพยักหน้าช้าๆ "เป็นความคิดที่ดี แต่ก็อาจจะง่ายเกินไปหน่อย" พระองค์ตรัสพลางทรงยกจอกสุราขึ้นจิบ "บางครั้ง การแสดงความมั่งคั่ง และความสามารถของเรา ก็เป็นสิ่งที่ทำให้คู่ค้าเกรงใจ และให้ความเคารพได้เช่นกัน"
บุญมาเข้าใจความหมายแฝงเร้นของคุณหญิงมาลีทันที การแสดงออกถึงอำนาจ และความมั่นคงของราชอาณาจักร อาจเป็นเครื่องมือในการเจรจาต่อรองได้เช่นกัน
ขณะที่กำลังสนทนากันอยู่นั้นเอง สายตาของบุญมาก็เหลือบไปเห็นชายแปลกหน้าคนหนึ่ง กำลังยืนสังเกตการณ์อยู่ไม่ห่างจากกลุ่มทูตนัก ชายผู้นั้นแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ไม่คุ้นตา ดูแตกต่างจากผู้คนในวังหน้าอย่างเห็นได้ชัด เขามีท่าทีสงบ แต่ดวงตาของเขาฉายแววฉลาดเฉลียว และเต็มไปด้วยความสังเกตการณ์ บุญมารู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้เธอต้องจับจ้องไปที่เขา
"พระสนมเพคะ ขอประทานอภัย กระหม่อม/เพคะ ขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่เพคะ" บุญมาทูลลา
"ไปเถิด" คุณหญิงมาลีโบกมือให้
บุญมาเดินออกจากบริเวณงานเลี้ยงด้วยความรู้สึกกระวนกระวายใจ เธอพยายามหาข้ออ้างที่จะเข้าไปใกล้ชายผู้นั้นมากขึ้น โชคดีที่เธอเห็นว่าเขาเดินไปยังส่วนที่ค่อนข้างเงียบสงบของงานเลี้ยง เพื่อหลีกหนีความวุ่นวาย บุญมาจึงเดินตามไปอย่างแผ่วเบา
เมื่อเข้าไปใกล้ บุญมาได้ยินเสียงชายผู้นั้นกำลังสนทนากับทูตคนหนึ่งด้วยภาษาที่เธอไม่คุ้นเคย แต่เป็นภาษาที่ฟังดูหนักแน่น และน่าเกรงขาม เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดัง แต่เต็มไปด้วยอำนาจ บุญมารู้สึกได้ทันทีว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป
เธอเดินเข้าไปใกล้ขึ้นอีกเล็กน้อย จนกระทั่งเขาหันมาเห็น "ขออภัยที่รบกวน" บุญมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม "กระหม่อม/เพคะ เห็นท่านยืนอยู่ผู้เดียว จึงเข้ามาทักทาย"
ชายผู้นั้นมองบุญมาด้วยสายตาประเมิน "เจ้าเป็นใคร" เขาถามด้วยภาษาไทยที่สำเนียงแปลกประหลาด "ไม่เคยเห็นหน้าเจ้ามาก่อน"
"กระหม่อม/เพคะ เป็นพระพี่เลี้ยงถวายการรับใช้องค์กรมพระราชวังบวรฯ เพคะ" บุญมาตอบ "ชื่อบุญมา"
ดวงตาของชายผู้นั้นหรี่ลงเล็กน้อย ราวกับกำลังนึกถึงอะไรบางอย่าง "บุญมา... ชื่อที่น่าสนใจ" เขาพึมพำ "ข้าคืออาลี"
"ยินดีที่ได้รู้จักเพคะ ท่านอาลี" บุญมาเอ่ย "ท่านมาจากเมืองใด หากไม่รบกวนเกินไป"
อาลีหัวเราะเบาๆ "ข้ามาจากดินแดนที่อยู่ไกลออกไปทางทิศตะวันตก" เขาตอบอย่างเลี่ยงบาลี "ดินแดนที่ผู้คนเชื่อในความรู้ และการพัฒนา"
"ความรู้และการพัฒนา" บุญมาทวนคำ "เป็นสิ่งที่กระหม่อม/เพคะ ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง"
"เช่นนั้นหรือ" อาลีเลิกคิ้ว "เจ้าคิดว่าสิ่งใดสำคัญที่สุดต่อการพัฒนาของแผ่นดิน"
บุญมาลังเลใจเล็กน้อย การสนทนากับคนแปลกหน้าผู้นี้มีความเสี่ยง แต่สัญชาตญาณของเธอบอกว่าเขาคือคนที่มีความคิดก้าวหน้าเช่นเดียวกับเธอ "กระหม่อม/เพคะ คิดว่าการศึกษา และการยอมรับในความแตกต่างของความคิดเห็น คือหัวใจสำคัญเพคะ"
"การยอมรับในความแตกต่าง" อาลีพยักหน้าอย่างช้าๆ "เจ้ากล้าหาญกว่าที่ข้าคิด"
"ทำไมกระหม่อม/เพคะ จะกล้าหาญไม่ได้เล่าเพคะ" บุญมาถามกลับ "หากเราไม่กล้าที่จะแตกต่าง แล้วเราจะมีความคิดใหม่ๆ เกิดขึ้นได้อย่างไร"
"ถูกต้อง" อาลียิ้มกว้าง "ข้าชอบความคิดของเจ้า" เขายื่นมือมาข้างหน้า "บางที เราอาจจะได้พบกันอีก"
บุญมาจับมือเขาเบาๆ "กระหม่อม/เพคะ ก็หวังเช่นนั้นเพคะ"
การพบปะกับอาลีทำให้บุญมามีความรู้สึกที่ซับซ้อน เธอรู้สึกว่าได้พบเจอคนที่เข้าใจเธอ แต่ในขณะเดียวกันก็สัมผัสได้ถึงอันตรายบางอย่างที่อาจแฝงมากับบุคคลผู้นี้ แสงไฟที่ส่องสว่างในงานเลี้ยงดูเหมือนจะหรี่ลงชั่วขณะ เมื่อเธอหันกลับไปมองยังผู้คนเหล่านั้นอีกครั้ง ราวกับจะมองเห็นภาพอนาคตที่ไม่แน่นอน และเต็มไปด้วยปริศนา
4,207 ตัวอักษร