ตอนที่ 2 — ก้าวแรกในวังหน้าอันโอ่อ่า
เช้าวันรุ่งขึ้น อากาศสดชื่นเป็นพิเศษ ดวงอาทิตย์ขึ้นทาบทาท้องฟ้าสีคราม สาดแสงสีทองอาบไล้บุษบกอันวิจิตรงดงามของวังหน้า พระยาพิพิธแต่งกายด้วยชุดขุนนางเต็มยศ นั่งอยู่บนรถม้าคันหรู เคียงข้างคือบุญมาในชุดไทยประยุกต์สีขาวบริสุทธิ์ที่ตัดเย็บอย่างงดงาม แต่ยังคงความเรียบง่ายตามแบบฉบับของเธอ
"พร้อมแล้วนะบุญมา" พระยาพิพิธกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
บุญมาพยักหน้า "เจ้าค่ะท่านพ่อ"
การเดินทางสู่วังหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย สำหรับบุญมา นี่คือครั้งแรกที่เธอจะได้ก้าวเข้าไปในสถานที่ซึ่งเป็นศูนย์กลางแห่งอำนาจและความศักดิ์สิทธิ์ของแผ่นดิน
เมื่อรถม้าจอดเทียบหน้าพระบรมมหาราชวัง เจ้าหน้าที่วังหลายนายก็เข้ามาต้อนรับอย่างสมเกียรติ พระยาพิพิธและบุญมาเดินเข้าไปภายในวังหลวง สองข้างทางเต็มไปด้วยทหารยามในเครื่องแบบสง่างาม ตลอดจนข้าราชบริพารที่เดินสวนไปมา ทุกสายตาล้วนจับจ้องมาที่บุญมาด้วยความสงสัยระคนชื่นชม
"ท่านพ่อคะ วังช่างโอ่อ่าเสียจริง" บุญมาเอ่ยพลางเหลือบมองไปรอบๆ
"วังหน้าเป็นเช่นนี้เสมอ บุญมา" พระยาพิพิธตอบ "แต่สิ่งสำคัญกว่าความโอ่อ่า คือความเข้มแข็งและความมั่นคงภายใน"
เมื่อไปถึงท้องพระโรง บุญมาได้กราบทูลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยความสำรวม พระองค์ทรงมีพระเมตตาตรัสถามถึงความพร้อมและความตั้งใจของบุญมาอย่างละเอียด
"พระยาพิพิธ... เจ้าแน่ใจรึว่าบุตรสาวของเจ้าเหมาะสมกับการอบรมสั่งสอนสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ" สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสถามด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก
"ข้าพระพุทธเจ้าแน่ใจยิ่งนักเพคะ สมเด็จฯ" พระยาพิพิธทูลตอบอย่างมั่นใจ "คุณหนูบุญมาเป็นผู้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด รอบรู้ในสรรพวิชา และมีจิตใจที่มั่นคงเพคะ"
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพิจารณาบุญมาครู่หนึ่ง ก่อนจะตรัสว่า "ดี... ในเมื่อพระยาพิพิธเห็นสมควร เราก็จะให้โอกาส บุญมา... เจ้าจงตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าให้ดีที่สุด อย่าให้เราผิดหวัง"
"ข้าพระพุทธเจ้าจะน้อมรับพระราชดำรัส และจะปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุดเพคะ" บุญมาทูลตอบด้วยเสียงหนักแน่น
หลังจากนั้น บุญมาก็ได้พบกับเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ผู้ซึ่งเป็นผู้ทาบทามเธอเข้าวังหน้า ท่านเป็นชายสูงวัย ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งความเมตตา แต่แฝงไว้ด้วยแววตาที่คมกริบ
"ยินดีต้อนรับสู่วังหน้า แม่หญิงบุญมา" เจ้าพระยาทูล "ข้าดีใจที่ท่านพระยาพิพิธได้ให้โอกาสบุตรสาวในการรับใช้เบื้องสูง"
"ข้าพระพุทธเจ้าขอขอบพระคุณท่านเจ้าพระยาเป็นอย่างสูงเพคะ" บุญมาทูล
"เจ้าจะได้รับมอบหมายให้เป็นพระพี่เลี้ยงดูแลสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าชาย... ซึ่งอีกไม่นานก็จะทรงได้รับการสถาปนาเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล" เจ้าพระยาตรัสต่อ "หน้าที่นี้สำคัญยิ่งนัก เจ้าต้องอบรมสั่งสอนพระองค์ในทุกๆ ด้าน ทั้งการเรียน การประพฤติตน และการดำเนินชีวิต"
"ข้าพระพุทธเจ้าจะพยายามอย่างเต็มกำลังความสามารถเพคะ" บุญมาตอบ
"ข้าทราบดีว่าความคิดของเจ้าอาจจะแตกต่างจากธรรมเนียมเดิมๆ ที่เคยมีมา" เจ้าพระยากล่าวพร้อมรอยยิ้มบางๆ "แต่จงจำไว้ว่า ความเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นเสมอ เราไม่สามารถต่อต้านมันได้ แต่เราสามารถเรียนรู้ที่จะปรับตัวและนำพามันไปในทิศทางที่ถูกต้องได้"
คำพูดของเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ทำให้บุญมาใจชื้นขึ้นมาก เธอรู้สึกว่าอย่างน้อยก็มีผู้ใหญ่บางคนในวังที่เข้าใจในแนวคิดของเธอ
"หลังจากนี้ เจ้าจะต้องเข้าพำนักในวังหน้า" เจ้าพระยาตรัส "จะมีห้องพักจัดเตรียมไว้ให้ พร้อมด้วยสาวใช้ที่จะคอยดูแล เจ้าจะเริ่มต้นหน้าที่อย่างเป็นทางการในอีกเจ็ดวันข้างหน้า เพื่อให้เจ้าได้มีเวลาปรับตัวและทำความคุ้นเคยกับสถานที่และผู้คน"
"เพคะ" บุญมาตอบรับ
การแนะนำตัวกับบุคคลสำคัญในวังหน้าดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง บุญมาได้พบกับพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ และข้าราชบริพารชั้นผู้ใหญ่ บุญมาสังเกตเห็นว่าสายตาหลายคู่มองเธอด้วยความสงสัย บางคู่มองด้วยความชื่นชม และบางคู่ก็มองด้วยแววตาที่ไม่เป็นมิตร
"คุณหนูบุญมา... ข้าคือหม่อมราชวงศ์หญิงสำลี" หญิงสาวรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้างดงาม แต่แฝงไว้ด้วยแววตาเย่อหยิ่ง เดินเข้ามาทักทายบุญมา "ข้าได้ยินเรื่องของท่านมาบ้าง ท่านเป็นที่โปรดปรานของเจ้าพระยาเชียว"
"สวัสดีเพคะ หม่อมราชวงศ์หญิง" บุญมาทักทายด้วยความสุภาพ "ข้าพระพุทธเจ้าเพียงได้รับมอบหมายหน้าที่ที่สำคัญ"
"หน้าที่สำคัญ? หรือว่าท่านคิดว่าท่านจะสามารถเปลี่ยนแปลงวังหน้าแห่งนี้ได้" หม่อมราชวงศ์หญิงสำลีเอ่ยเสียงเย้ยหยัน "วังแห่งนี้มีธรรมเนียมปฏิบัติมานานนม การจะเปลี่ยนแปลงสิ่งใดไม่ใช่เรื่องง่ายนัก"
"ข้าพระพุทธเจ้าเพียงจะทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดเพคะ" บุญมาตอบกลับอย่างนุ่มนวล แต่ก็ไม่ยอมอ่อนข้อ
"ดี... ข้าอยากเห็นว่าสตรีผู้มีการศึกษาจากภายนอก จะสามารถอยู่รอดในวังแห่งนี้ได้นานเพียงใด" หม่อมราชวงศ์หญิงสำลีกล่าวทิ้งท้าย ก่อนจะเดินจากไป
บุญมาถอนหายใจเบาๆ เธอรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ เธอจะต้องเผชิญหน้ากับแรงเสียดทานอีกมากมายหลายรูปแบบ
ในยามค่ำคืน บุญมาได้เข้าพักในห้องที่จัดเตรียมไว้ให้เป็นพิเศษ ห้องของเธอตกแต่งอย่างเรียบง่าย แต่หรูหรา มีความสะดวกสบายครบครัน มีสาวใช้นามว่า "มะลิ" คอยรับใช้
"มีสิ่งใดที่หม่อมฉันต้องทราบเป็นพิเศษเกี่ยวกับห้องนี้หรือไม่เพคะ" บุญมาถามมะลิ
"ไม่มีสิ่งใดพิเศษเจ้าค่ะคุณหนู" มะลิตอบ "มีเพียงแต่ว่า... วังหน้าแห่งนี้มีความลับมากมายซ่อนอยู่ แต่ไม่มีผู้ใดบอกเล่าให้คนภายนอกทราบได้ง่ายๆ"
"ความลับหรือ" บุญมาทวนคำ "ข้าจะคอยดู"
คืนแรกในวังหน้า บุญมานอนไม่หลับ เธอครุ่นคิดถึงคำพูดของทุกๆ คนที่ได้พบเจอ คิดถึงคำเตือนของบิดา คิดถึงอนาคตที่กำลังจะมาถึง เธอได้ก้าวเข้ามาสู่สนามรบแห่งใหม่ สนามรบที่ต้องใช้ปัญญา ความกล้าหาญ และความอดทน
แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง เผยให้เห็นเงาของบุญมาที่นั่งอยู่ริมหน้าต่าง ดวงตาของเธอทอประกายมุ่งมั่น เธอพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้น
4,679 ตัวอักษร