ตอนที่ 3 — พบพระยุคลบาท กรมพระราชวังบวร
เจ็ดวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว บุญมาได้ปรับตัวให้เข้ากับชีวิตในวังหน้าได้ในระดับหนึ่ง เธอได้เรียนรู้วิถีชีวิต ขนบธรรมเนียม และผู้คนรอบข้าง แม้จะยังคงมีความรู้สึกไม่คุ้นเคยอยู่บ้าง แต่ความมุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดก็ทำให้เธออดทนได้
เช้าวันนี้เป็นวันสำคัญ บุญมาจะได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าชาย... หรือที่ต่อจากนี้ไปจะทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล พระยาพิพิธได้กำชับบุญมาอีกครั้งก่อนที่เธอจะแยกย้ายกันไป
"จำไว้ บุญมา" พระยาพิพิธกล่าว "พระองค์คืออนาคตของแผ่นดิน เจ้ามีหน้าที่สำคัญยิ่ง จงใช้สติปัญญาและความรู้ที่เจ้ามี อบรมสั่งสอนพระองค์ให้ทรงเป็นกษัตริย์ที่เข้มแข็งและเปี่ยมด้วยทศพิธราชธรรม"
"ข้าพระพุทธเจ้าจะน้อมรับพระดำรัส และจะทุ่มเทสุดกำลังเพคะ" บุญมาทูลรับ
เมื่อถึงเวลา บุญมาได้เดินตามเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ไปยังท้องพระโรงเพื่อเข้าเฝ้ากรมพระราชวังบวรฯ บรรยากาศภายในท้องพระโรงดูขรึมขลังกว่าครั้งก่อน พระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ประทับอยู่เบื้องหน้า
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสถึงความสำคัญของตำแหน่งกรมพระราชวังบวรฯ และพระราชดำรัสถึงหน้าที่ของพระองค์ในการเป็นกำลังสำคัญของแผ่นดิน
จากนั้น พระองค์ทรงหันมาทางบุญมา "แม่หญิงบุญมา... เจ้าจงเข้ามา"
บุญมาค้อมกายกราบลงแทบพระบาท ทูลรับพระราชดำรัสด้วยความสำรวม
"ต่อไปนี้ เจ้าคือพระพี่เลี้ยงของกรมพระราชวังบวรฯ" สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัส "เจ้ามีหน้าที่อบรมสั่งสอนพระองค์ในทุกๆ ด้าน จงทำหน้าที่ของเจ้าให้ดีที่สุด อย่าให้เราผิดหวัง"
"ข้าพระพุทธเจ้าจะน้อมรับพระราชดำรัส และจะตั้งใจปฏิบัติหน้าที่นี้อย่างเต็มกำลังความสามารถเพคะ" บุญมาทูลตอบ
หลังจากนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงเลื่อนพระองค์ไปประทับ พระยาพิพิธก็ถวายบังคมลา หลังจากนั้น เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ก็นำบุญมาไปยังตำหนักของกรมพระราชวังบวรฯ
ตำหนักของกรมพระราชวังบวรฯ นั้นงดงามและโอ่อ่าอย่างยิ่ง บุญมาได้เห็นเจ้าฟ้าชาย... ผู้ซึ่งต่อจากนี้จะทรงเป็นเจ้านายของเธอ พระองค์ทรงเป็นเจ้าฟ้าชายหนุ่มรูปงาม พระพักตร์หมดจดผ่องใส ทรงฉลองพระองค์ด้วยเครื่องทรงอันวิจิตรงดงาม
"ถวายบังคมเพคะ สมเด็จฯ" บุญมาค้อมกราบลงด้วยความเคารพ
กรมพระราชวังบวรฯ ทรงแย้มสรวลเล็กน้อย "แม่หญิงบุญมา... ไม่ต้องมากพิธี ข้าได้ยินเรื่องของเจ้ามามากแล้ว เจ้าเป็นสตรีผู้มีความรู้ความสามารถ พ่อของเจ้าก็เป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจของพระยุคลบาท ข้าหวังว่าเจ้าจะช่วยอบรมสั่งสอนข้าให้เป็นผู้ที่เพียบพร้อม"
"ข้าพระพุทธเจ้าจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพคะ" บุญมาทูล
"ดี... ข้าชอบความเด็ดเดี่ยว" กรมพระราชวังบวรฯ ตรัส "ข้าเบื่อหน่ายกับคำพูดที่อ้อมค้อมและเกรงใจเกินไป หากเจ้ามีสิ่งใดเห็นว่าไม่เหมาะสม หรือมีข้อเสนอแนะใดๆ ที่เป็นประโยชน์ จงบอกข้าตรงๆ"
บุญมาประหลาดใจเล็กน้อยกับพระดำรัสที่ตรงไปตรงมาของกรมพระราชวังบวรฯ เธอคาดไม่ถึงว่าพระองค์จะทรงเปิดกว้างเช่นนี้
"ข้าพระพุทธเจ้าจะน้อมรับพระดำรัสเพคะ" บุญมาตอบ
"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าคือผู้ดูแลการศึกษาของข้า" กรมพระราชวังบวรฯ ตรัส "ข้าอยากเรียนรู้วิชาการต่างๆ ที่เจ้าเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะเรื่องการปกครองบ้านเมือง และเรื่องราวของต่างประเทศ"
"เพคะ สมเด็จฯ" บุญมาตอบรับด้วยความตื่นเต้น
การเริ่มต้นหน้าที่ของบุญมาในฐานะพระพี่เลี้ยงของกรมพระราชวังบวรฯ เป็นไปอย่างราบรื่นกว่าที่เธอคาดไว้มาก พระองค์ทรงเป็นผู้ที่ใฝ่รู้ ทรงตั้งใจศึกษาเล่าเรียน และทรงเปิดรับความคิดเห็นใหม่ๆ อยู่เสมอ
แต่ถึงกระนั้น บุญมาก็ยังคงสัมผัสได้ถึงแรงเสียดทานจากภายในวัง บุคคลบางกลุ่มที่มองว่าการที่สตรีผู้มีการศึกษาจากภายนอกเข้ามามีบทบาทในวังหลวงนั้น เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม และอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสีย
"ท่านแม่หญิงบุญมา..." เสียงของหม่อมราชวงศ์หญิงสำลีดังขึ้นขณะที่บุญมากำลังจะเดินออกจากท้องพระโรง "ท่านคิดว่าจะสอนอะไรสมเด็จฯ ได้บ้าง ในเมื่อท่านเองก็ยังเป็นเพียงสตรีที่เพิ่งเข้ามาในวัง"
บุญมาหยุดชะงัก หันไปมองหม่อมราชวงศ์หญิงสำลีด้วยแววตาที่สงบนิ่ง
"ข้าพระพุทธเจ้ามีหน้าที่ในการอบรมสั่งสอนสมเด็จฯ ในด้านวิชาการเพคะ" บุญมาตอบ "ส่วนเรื่องความเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมนั้น เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่เขาพิจารณาแล้วเพคะ"
"ท่านคงคิดว่าตัวเองฉลาดกว่าคนอื่นในวังสินะ" หม่อมราชวงศ์หญิงสำลีกล่าวเย้ยหยัน
"ข้าพระพุทธเจ้าไม่ได้คิดเช่นนั้นเพคะ" บุญมาตอบ "ข้าเพียงแต่คิดว่า ทุกคนต่างก็มีหน้าที่ของตนเอง หากทุกคนทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด บ้านเมืองก็จะสงบร่มเย็น"
"คำพูดคมคายดีนัก" หม่อมราชวงศ์หญิงสำลีหัวเราะเยาะ "แต่ในวังแห่งนี้ คำพูดคมคายอาจไม่เพียงพอที่จะปกป้องท่านได้"
เมื่อหม่อมราชวงศ์หญิงสำลีเดินจากไป บุญมาก็ถอนหายใจเบาๆ เธอรู้ดีว่านี่คือเพียงแค่การเริ่มต้นของการเผชิญหน้ากับอุปสรรคต่างๆ ที่จะตามมาในวังหน้าแห่งนี้ เธอจะต้องใช้สติปัญญาและความอดทนอย่างยิ่งยวด เพื่อปกป้องความเชื่อของตนเอง และเพื่อทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จลุล่วง.
3,979 ตัวอักษร