ตอนที่ 10 — เงาในจิตใจที่ก่อตัว
"บางที... พลังงาน... ที่เรากำลังปลุกขึ้นมาจากการเติบโตของพืชพรรณ อาจจะไปปลุกบางสิ่งบางอย่างที่หลับใหลอยู่ก็ได้" เอวาพูดต่อด้วยน้ำเสียงครุ่นคิด "หรืออาจจะเป็นคลื่นสมองของเราเองที่อ่อนแอลงจากการต่อสู้กับความสิ้นหวังมานาน"
เอลิยาห์มองไปยังกลุ่มลูกเรือที่กำลังแสดงอาการหวาดผวา ภาพหลอนที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ทำให้บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความหวังกลับกลายเป็นความหวาดกลัวอีกครั้ง "เราต้องหาสาเหตุให้ได้" เขากล่าวหนักแน่น "เราไม่สามารถปล่อยให้ความกลัวเข้าครอบงำเราได้อีก"
คาลเดินเข้าไปหาลอร่าที่ยังคงตัวสั่นเทา "ลอร่า ฟังฉันนะ" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้สงบ "สิ่งที่เธอเห็นมันไม่ใช่ของจริง มันเป็นแค่ภาพลวงตา"
"แต่... แต่มันเหมือนจริงเหลือเกิน" ลอร่าพึมพำ ดวงตาเบิกกว้างมองไปยังมุมมืดของโถงทางเดิน "เงาพวกนั้น... พวกมันกำลังจะเข้ามา"
เอวาพยายามตรวจสอบเครื่องมือวิเคราะห์คลื่นสมองของเธอ "สัญญาณยังคงผันผวนอย่างรุนแรงค่ะกัปตัน ดิฉันไม่สามารถระบุแหล่งที่มาของความผิดปกติได้แน่ชัด"
"หมายความว่ายังไง?" เอลิยาห์ถาม
"หมายความว่า... สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับพวกเขา อาจจะไม่ได้มาจากปัจจัยภายนอกโดยตรง" เอวาอธิบาย "มันอาจจะเป็นผลกระทบจากภายในจิตใจของพวกเขาเอง"
"แต่ทำไมถึงเกิดขึ้นพร้อมกันหลายคนล่ะ?" คาลถามด้วยความสงสัย
"นั่นคือสิ่งที่น่ากังวลที่สุด" เอวาตอบ "มันบ่งชี้ว่าอาจจะมีปัจจัยร่วมบางอย่าง ที่กระตุ้นความทรงจำหรือความหวาดกลัวที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในพวกเราทุกคน"
เอลิยาห์เดินไปหยุดอยู่หน้ากระจกใสบานใหญ่ของยาน มองออกไปเห็นดวงดาวระยิบระยับที่ทอดไกลสุดสายตา เขาคิดถึงบ้านที่จากมา คิดถึงโลกที่กำลังจะสูญสิ้น เขาจำได้ถึงความรู้สึกสิ้นหวังที่กัดกินจิตใจของลูกเรือทุกคนในตอนแรก ก่อนที่พวกเขาจะพบกับชาวเซฟีร่า "ความทรงจำ" เขาพึมพำกับตัวเอง "หรือว่าจะเป็น 'ความทรงจำ' ที่ชาวเซฟีร่าเตือนเราไว้?"
"คุณหมายถึง 'การเชื่อมโยงกับพลังแห่งชีวิต' ที่เราเรียนรู้มาหรือเปล่าคะ?" เอวาถาม
"ไม่ใช่แค่นั้น" เอลิยาห์ตอบ "จำได้ไหมที่พวกเราเคยพูดถึง 'การเยือนศูนย์กลางแห่งความทรงจำ' ที่ชาวเซฟีร่าเคยทำให้เราเห็น? ภาพเหล่านั้น... มันน่ากลัวเกินไป"
คาลพยักหน้าเห็นด้วย "ใช่ ภาพของโลกที่กำลังจะแตกสลาย... ภาพของความสูญเสีย... ภาพของผู้คนที่กำลังหนีตาย"
"แล้วถ้าสิ่งที่พวกเรากำลังเห็นตอนนี้ คือความทรงจำเหล่านั้นที่ถูกปลุกขึ้นมา?" เอวาเสนอแนะ "เมื่อเราเริ่มสร้างชีวิตใหม่ ปลุกพลังงานแห่งการเติบโต... มันก็อาจจะไปรบกวนสมดุลของจิตใจ ทำให้ความทรงจำที่เคยถูกกดทับไว้กลับผุดขึ้นมา"
"แต่ทำไมเงาพวกนั้นถึงกลับมา?" คาลถามอีกครั้ง "มันเคยหายไปแล้วไม่ใช่หรือ?"
"บางที... พวกมันอาจจะไม่ได้หายไปไหน" เอวาตอบ "เพียงแต่มันถูกซ่อนเร้นอยู่ภายในจิตใจของเรา รอคอยเวลาที่เหมาะสมที่จะปรากฏตัวอีกครั้ง"
เอลิยาห์หันไปมองลูกเรือที่ยังคงมีอาการหวาดกลัว "เราต้องหาวิธีที่จะจัดการกับมัน" เขากล่าว "เราไม่สามารถปล่อยให้ความกลัวนี้ยึดครองยานของเราได้"
"แล้วเราจะทำอย่างไรดีคะ?" ลอร่าที่เริ่มมีสติกลับมาบ้างแล้ว ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
"พวกเราจะกลับไปหาชาวเซฟีร่า" เอลิยาห์ตัดสินใจ "พวกเราต้องการคำแนะนำจากพวกเขา"
คาลพยักหน้าเห็นด้วย "ถูกต้อง เราไม่สามารถเผชิญหน้ากับสิ่งนี้เพียงลำพังได้"
เอวาเริ่มบันทึกข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ "ดิฉันจะเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับอาการของลูกเรือทุกคน และสัญญาณที่ตรวจพบ เพื่อนำไปปรึกษาชาวเซฟีร่าค่ะ"
การเดินทางไปยังดินแดนของชาวเซฟีร่าครั้งนี้ เต็มไปด้วยความกังวลใจ แทนที่จะเป็นความสงบสุขและความหวังที่เคยมีมาก่อน ลูกเรือทุกคนบนยานอาร์เคเดียต่างรู้สึกถึงบรรยากาศที่กดดัน ความกลัวที่มองไม่เห็นกำลังแผ่ขยายไปทั่ว
เมื่อยานอาร์เคเดียเข้าใกล้ดินแดนของชาวเซฟีร่า พวกเขาก็เห็นภาพอันงดงามของผืนป่าที่มีชีวิตชีวา ต้นไม้สูงตระหง่านและแสงสว่างอันนุ่มนวลที่แผ่กระจายออกมาจากใจกลางของป่า บรรยากาศที่เคยสงบเงียบกลับถูกแทนที่ด้วยเสียงกระซิบของลมและความรู้สึกแปลกประหลาดที่ยากจะอธิบาย
"ดิฉันรู้สึกถึงพลังงานที่แตกต่างออกไปจากเดิมค่ะกัปตัน" เอวาบอกขณะที่ยานกำลังจะลงจอด "มันเข้มข้นกว่า แต่ก็ดู... ระแวงระวังกว่า"
เมื่อประตูยานเปิดออก ชาวเซฟีร่าตนหนึ่งเดินออกมาต้อนรับ พวกมันมีลักษณะที่สง่างาม ดวงตาของมันส่องประกายด้วยความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ
"เราสัมผัสได้ถึงความปั่นป่วนในจิตใจของพวกเจ้า" ชาวเซฟีร่าตนนั้นกล่าวด้วยเสียงที่นุ่มนวล แต่แฝงไว้ด้วยพลัง "ความหวาดกลัวที่เคยถูกกลบไว้ กำลังถูกปลุกขึ้นมา"
เอลิยาห์ถอนหายใจ "ถูกต้องแล้ว พวกเราไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกเรือของผม" เขาอธิบายอาการที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด "พวกเขาเห็นเงา... ได้ยินเสียง... พวกเขาหวาดกลัวอย่างรุนแรง"
ชาวเซฟีร่าเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ก่อนจะหันกลับมาหาเอลิยาห์ "เงาที่พวกเจ้าเห็น... มันคือเศษเสี้ยวของความทรงจำที่ถูกทอดทิ้ง ความกลัวที่ถูกปิดกั้น"
"หมายความว่า... มันคือสิ่งที่เราเคยเผชิญมาแล้ว?" คาลถาม
"ใช่" ชาวเซฟีร่าตอบ "แต่ครั้งนี้ มันไม่ได้มาจากภายนอก มันผุดขึ้นมาจากภายในจิตใจของพวกเจ้าเอง"
"แล้วเราจะหยุดมันได้อย่างไร?" เอลิยาห์ถามอย่างร้อนรน
"การเยียวยาที่แท้จริง ไม่ได้มาจากการลบความทรงจำ" ชาวเซฟีร่ากล่าว "แต่มาจากการยอมรับและเข้าใจมัน"
"ยอมรับและเข้าใจ?" ลอร่าที่ยืนอยู่ข้างๆ เอลิยาห์ ถามด้วยความไม่เข้าใจ "แต่พวกมันน่ากลัวเหลือเกิน"
"ความกลัวเป็นเพียงอารมณ์หนึ่ง" ชาวเซฟีร่าอธิบาย "มันเกิดขึ้นเมื่อเรารู้สึกว่าตัวเองไม่ปลอดภัย หรือกำลังจะสูญเสียบางสิ่งบางอย่าง"
"เมื่อพวกเจ้าเริ่มปลูกพืช สร้างชีวิตใหม่บนยาน..." ชาวเซฟีร่ากล่าวต่อ "พวกเจ้าได้ปลุกพลังงานแห่งการเติบโต แต่พลังงานนั้นก็ไปกระทบกับคลื่นสมองที่อ่อนแอจากการต่อสู้กับความสิ้นหวัง ทำให้ความทรงจำที่ถูกกดทับไว้กลับผุดขึ้นมา"
"พวกเราต้องเผชิญหน้ากับมัน" เอวาพูดอย่างเข้าใจ "แทนที่จะหนี มันคือวิธีเดียวที่จะทำให้เราก้าวข้ามไปได้"
"ถูกต้อง" ชาวเซฟีร่าเห็นด้วย "พวกเจ้าต้องเรียนรู้วิธีที่จะสงบจิตใจ และเผชิญหน้ากับเงาเหล่านั้นด้วยความเข้าใจ"
"แต่... จะทำอย่างไร?" คาลถาม
"พวกเราจะสอนพวกเจ้า" ชาวเซฟีร่ากล่าว "บทเรียนต่อไปของพวกเจ้า คือการทำความเข้าใจกับความทรงจำที่ซ่อนเร้น"
4,987 ตัวอักษร