การเดินทางไร้จุดหมาย สู่ดินแดนดวงดาวใหม่

ตอนที่ 14 / 40

ตอนที่ 14 — สัญญาณลึกลับแห่งเอเทรีย

ยานอาร์เคเดียเดินทางผ่านความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดของอวกาศ แสงดาวระยิบระยับส่องผ่านหน้าต่างห้องควบคุม ราวกับดวงตาที่จ้องมองการเดินทางอันยาวนานของมนุษยชาติ ยานได้ออกจากระบบดาวของเซฟีร่ามาหลายสัปดาห์แล้ว และตอนนี้เป้าหมายใหม่กำลังปรากฏขึ้นบนหน้าจอแสดงผล พิกัดที่เอวาได้คำนวณไว้ ชี้ไปยังดาวเคราะห์สีน้ำเงินแกมเขียวที่กำลังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ "เอเทรีย" คือชื่อที่พวกเขามอบให้กับบ้านหลังใหม่ที่อาจเป็นไปได้ "เรากำลังเข้าสู่ระยะโคจรของเอเทรีย" เอวาประกาศ เสียงของเธอเต็มไปด้วยความตื่นเต้น แต่ก็ยังคงความสุขุมตามปกติ "การวิเคราะห์ชั้นบรรยากาศเบื้องต้นยืนยันว่า มีองค์ประกอบที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ ออกซิเจน ไนโตรเจน และน้ำในสถานะของเหลวในปริมาณที่เหมาะสม" เอลิยาห์มองดูภาพของเอเทรียบนจอภาพ มันดูสวยงามราวกับอัญมณีที่ลอยอยู่ในห้วงอวกาศ "มีสิ่งมีชีวิตบนนั้นหรือเปล่า?" เขาถาม "ยังไม่สามารถยืนยันได้ในระยะนี้" เอวาตอบ "แต่มีสัญญาณพลังงานที่สม่ำเสมอและซับซ้อนมาก แตกต่างจากพลังงานธรรมชาติที่เราเคยตรวจพบ มันอาจเป็นสัญญาณจากสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญา หรืออาจเป็นเทคโนโลยีโบราณที่ยังคงทำงานอยู่" คาลเลิกคิ้วขึ้น "สัญญาณพลังงานที่ซับซ้อนอย่างนั้นเหรอ? หวังว่ามันจะไม่ใช่สัญญาณเตือนภัยนะ" "เราต้องเตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์" เอลิยาห์กล่าว "ลอร่า ช่วยเตรียมชุดสำรวจให้พร้อม และคาล ตรวจสอบระบบป้องกันของยานให้สมบูรณ์ที่สุด" "รับทราบครับ" ลอร่าและคาลตอบรับพร้อมกัน ขณะที่ยานอาร์เคเดียกำลังปรับลดระดับความสูงเพื่อเข้าสู่วงโคจรที่ต่ำลง สัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน แสงสีแดงกะพริบไปทั่วห้องควบคุม "เกิดอะไรขึ้น!" เอลิยาห์ถามเสียงเข้ม "ไม่ทราบค่ะ!" เอวาร้องเสียงหลง พลางก้มหน้าก้มตาตรวจสอบแผงควบคุม "ระบบตรวจจับพลังงานผิดปกติ! มีพลังงานมหาศาลพุ่งเข้ามาจากพื้นผิวดาว!" บนจอภาพหลัก ปรากฏภาพของลำแสงสีฟ้าสว่างจ้า พุ่งตรงขึ้นมาจากพื้นผิวดาวเอเทรีย มันเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงราวกับสายฟ้าฟาด และกำลังมุ่งหน้ามายังยานอาร์เคเดีย "หลบเร็ว!" คาลตะโกน เขากำลังพยายามควบคุมยานให้หลบหลีก แต่ลำแสงนั้นมีความเร็วเหนือกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก "ไม่ทันแล้วค่ะ!" เอวาตะโกน "มันกำลังจะชนเรา!" ลำแสงสีฟ้าสว่างวาบกลืนกินยานอาร์เคเดียทั้งลำ ลูกเรือทุกคนรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนอันรุนแรงราวกับถูกกระแทกอย่างแรง แสงสว่างเจิดจ้าทำให้มองไม่เห็นสิ่งใดชั่วขณะหนึ่ง เมื่อแสงสว่างจางลง ภาพบนจอภาพก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ยานอาร์เคเดียยังคงลอยลำอยู่กลางอากาศ แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหน้ากลับทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง เบื้องหน้าพวกเขา คือโครงสร้างขนาดยักษ์ที่ลอยอยู่กลางอากาศ มันมีรูปร่างคล้ายผลึกแก้วขนาดมหึมา โปร่งแสง และสะท้อนแสงดาวระยิบระยับ โครงสร้างนั้นปล่อยพลังงานสีฟ้าอ่อนๆ ออกมาตลอดเวลา และดูเหมือนว่าลำแสงที่พุ่งเข้ามาเมื่อครู่ ก็มาจากใจกลางของโครงสร้างนี้เอง "นี่มันอะไรกัน?" ลอร่าอุทานอย่างตกตะลึง "มัน... มันไม่ใช่เทคโนโลยีที่ฉันเคยเห็น" เอวาพึมพำ "พลังงานที่มันปลดปล่อยออกมา... มันซับซ้อนเกินกว่าที่เราจะเข้าใจได้ในตอนนี้" คาลพยายามควบคุมยานให้เข้าใกล้โครงสร้างนั้น แต่ดูเหมือนว่าจะมีแรงดึงดูดลึกลับบางอย่าง ทำให้ยานเคลื่อนที่ไปอย่างเชื่องช้า "เราถูกดึงเข้าไป!" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงตึงเครียด "ฉันควบคุมยานไม่ได้แล้ว!" เอลิยาห์มองไปยังโครงสร้างผลึกขนาดยักษ์ตรงหน้า เขาไม่รู้สึกถึงอันตราย แต่กลับรู้สึกถึงความคุ้นเคยบางอย่าง ราวกับว่าเคยเห็นภาพนี้มาก่อนในความฝัน "ใจเย็นๆ ทุกคน" เอลิยาห์กล่าว "เราจะหาทางออกไปได้" ขณะที่ยานอาร์เคเดียค่อยๆ ถูกดึงเข้าไปใกล้โครงสร้างผลึกมากขึ้น เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นในหัวของลูกเรือทุกคน มันไม่ใช่เสียงที่ได้ยินด้วยหู แต่เป็นเสียงที่มาจากภายในจิตใจ "ยินดีต้อนรับ... ผู้มาเยือน" เสียงนั้นกล่าว "พวกเจ้าได้มาถึงแล้ว" "ใครน่ะ?" เอลิยาห์ถามเสียงดัง "เราคือผู้พิทักษ์แห่งเอเทรีย" เสียงนั้นตอบ "เราคือผู้ที่เฝ้ารอคอยการมาถึงของพวกเจ้า" "พวกคุณรู้ได้อย่างไรว่าพวกเราจะมา?" ลอร่าถาม "เราสัมผัสได้ถึงคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงที่พวกเจ้าได้ผ่านพ้นมา" เสียงนั้นกล่าว "เราเห็นความกล้าหาญของพวกเจ้า ความสามารถในการเยียวยาจิตใจ และความปรารถนาที่จะสร้างสรรค์" "แล้วทำไมถึงส่งลำแสงมาใส่ยานของเรา?" คาลถามอย่างไม่ไว้ใจ "นั่นไม่ใช่การโจมตี" เสียงนั้นอธิบาย "แต่เป็นการเชิญชวน การเปิดประตูสู่มิติของเรา ลำแสงนั้นคือช่องทางที่เชื่อมโยงระหว่างโลกของพวกเจ้าและโลกของเรา" เอวาตรวจสอบค่าพลังงานอีกครั้ง "คลื่นพลังงานที่ส่งออกมา... มันเหมือนกับพลังงานที่เราใช้ในการสื่อสารผ่านจิต!" เธออุทาน "แต่ทรงพลังกว่ามาก!" "ถูกต้อง" เสียงนั้นกล่าว "พวกเจ้าได้เรียนรู้ที่จะสื่อสารกับจิต แต่พวกเจ้ายังไม่เข้าใจพลังที่แท้จริงของมัน พลังที่สามารถเชื่อมโยงมิติ และสร้างสรรค์ความเป็นจริงได้" ยานอาร์เคเดียเคลื่อนเข้าสู่ใจกลางของโครงสร้างผลึก แสงสีฟ้าสว่างจ้าอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ได้ให้ความรู้สึกเจ็บปวด หรือน่ากลัว กลับให้ความรู้สึกอบอุ่น และโอบกอด เมื่อแสงสว่างจางลง พวกเขาก็พบว่าตัวเองไม่ได้อยู่บนยานอาร์เคเดียอีกต่อไป พวกเขากำลังยืนอยู่บนพื้นผิวที่นุ่มนวลราวกับหมอก แสงสว่างสีฟ้าอ่อนๆ ส่องสว่างไปทั่วทุกหนแห่ง ราวกับว่ากำลังยืนอยู่ท่ามกลางหมู่เมฆแห่งแสง ตรงหน้าพวกเขา คือสิ่งมีชีวิตที่รูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่โปร่งแสง และส่องแสงเรืองรอง พวกมันมีดวงตาที่เปล่งประกายด้วยปัญญาและความเมตตา "พวกเจ้าได้เดินทางมาไกลมาก" สิ่งมีชีวิตตนหนึ่งกล่าว "พวกเจ้าได้ก้าวข้ามความกลัวของตัวเอง และพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ" "นี่คือเอเทรียจริงๆ หรือครับ?" เอลิยาห์ถาม "นี่คือแก่นแท้ของเอเทรีย" สิ่งมีชีวิตตนนั้นตอบ "สถานที่ที่จิตใจสามารถสัมผัสกับพลังแห่งจักรวาลได้อย่างอิสระ ที่นี่คือที่ที่ความทรงจำไม่ได้ถูกจำกัดด้วยกาลเวลา และความเป็นไปได้ไม่มีที่สิ้นสุด" "พวกเราจะอยู่ที่นี่ได้นานแค่ไหน?" ลอร่าถาม "ตราบเท่าที่พวกเจ้ายังคงเปิดใจเรียนรู้" สิ่งมีชีวิตตนนั้นกล่าว "พวกเจ้าได้ผ่านบททดสอบที่สำคัญที่สุดมาแล้ว ตอนนี้ พวกเจ้าพร้อมที่จะก้าวไปสู่ระดับต่อไป" คาลยังคงมีท่าทีระแวดระวัง "แล้วสิ่งที่รอเราอยู่ข้างหน้าคืออะไร?" "คือความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น" สิ่งมีชีวิตตนนั้นตอบ "ความเข้าใจเกี่ยวกับจักรวาล ความเข้าใจเกี่ยวกับตัวตนของพวกเจ้า และความเข้าใจเกี่ยวกับพลังที่แท้จริงแห่งชีวิต" เอวาหยิบอุปกรณ์วิเคราะห์ขึ้นมา แต่ก็ต้องพบว่ามันไม่สามารถทำงานได้ "อุปกรณ์ของฉัน... มันไม่สามารถวัดค่าพลังงานที่นี่ได้เลยค่ะ" เธออุทานด้วยความประหลาดใจ "เพราะที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่สามารถวัดด้วยเครื่องมือทางวัตถุได้" สิ่งมีชีวิตตนนั้นกล่าว "ที่นี่คืออาณาจักรแห่งจิตวิญญาณ และพลังงานที่บริสุทธิ์" เอลิยาห์มองไปยังลูกเรือของเขา ทุกคนดูสงบนิ่งและเต็มไปด้วยความเคารพต่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้า "พวกเราพร้อมที่จะเรียนรู้ครับ" เอลิยาห์กล่าว "ดีมาก" สิ่งมีชีวิตตนนั้นยิ้ม "การเดินทางของพวกเจ้าเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น"

5,636 ตัวอักษร