การเดินทางไร้จุดหมาย สู่ดินแดนดวงดาวใหม่

ตอนที่ 7 / 40

ตอนที่ 7 — การเชื่อมโยงกับพลังแห่งชีวิต

ชาวเซฟีร่าได้นำทุกคนมายังลานกว้างอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่ที่ใจกลางป่าที่เคยพบศูนย์กลางแห่งความทรงจำ แต่เป็นบริเวณที่ดูเหมือนจะเชื่อมต่อกับผืนน้ำสีฟ้าอ่อนที่สะท้อนแสงระยิบระยับราวกับอัญมณี พืชพรรณรอบข้างเป็นสีเขียวสดใสตัดกับสีเงินของป่าที่พวกเขาเคยผ่านมา อากาศอบอุ่นและชื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เสียงคลื่นซัดสาดเบาๆ กลายเป็นเสียงประกอบที่แสนจะผ่อนคลาย "บทเรียนแรกคือการฟังเสียงของดาว" เอวาแปลคำพูดของชาวเซฟีร่าที่ยืนอยู่รอบตัวพวกเขา "พวกเขาบอกว่า ทุกสิ่งบนดาวดวงนี้มีชีวิต มีเสียงของมันเอง เราแค่ต้องเปิดใจรับฟัง" เอลิยาห์สูดหายใจลึก พยายามทำสมาธิ เขาเคยลองทำสมาธิมาบ้างแล้วบนยานอาร์เคเดีย แต่ก็ไม่เคยได้ผลอย่างที่คาดหวัง "มันยากนะเอวา" เขาพูดเบาๆ "ผมได้ยินแต่เสียงลม เสียงน้ำ แล้วก็... เสียงลูกเรือคนอื่น" "ลองมองให้ลึกลงไปอีกค่ะกัปตัน" เอวาตอบ พลางหลับตาลง "พวกเขาสอนว่า การฟังเสียงของดาว ไม่ใช่แค่การใช้หู แต่เป็นการใช้ทุกสัมผัส ใช้จิตวิญญาณ" คาลยืนนิ่งอยู่ข้างๆ เอลิยาห์ ใบหน้าของเขาดูครุ่นคิด "ผมรู้สึกได้ถึงการสั่นสะเทือนบางอย่าง" เขากล่าว "เหมือนกับ... จังหวะการเต้นของหัวใจที่ยิ่งใหญ่" "ใช่ค่ะ!" เอวาอุทาน "นั่นแหละค่ะ จังหวะของดาว! ชาวเซฟีร่าบอกว่า ทุกสิ่งบนดาวดวงนี้เชื่อมโยงกันด้วยพลังงานที่เป็นจังหวะเดียวกัน" ชาวเซฟีร่าตนหนึ่งเดินเข้ามาหาเอลิยาห์อย่างช้าๆ มันยื่นหนวดระยางอันหนึ่งแตะเบาๆ ที่ขมับของเขา เอลิยาห์รู้สึกถึงกระแสอุ่นๆ ไหลผ่านเข้ามาในสมอง เขาไม่ได้รู้สึกเจ็บปวด แต่กลับรู้สึกสงบอย่างประหลาด ภาพต่างๆ เริ่มปรากฏขึ้นในหัวของเขา ไม่ใช่ภาพที่มองเห็นด้วยตา แต่เป็นภาพที่ก่อตัวขึ้นจากความรู้สึก "ท่านเห็นอะไรหรือครับ?" เอวาถาม เมื่อเห็นสีหน้าของเอลิยาห์ที่เปลี่ยนไป "ผม... ผมเห็นแสง" เอลิยาห์พึมพำ "แสงสีเขียวที่ไหลเวียนไปทั่ว... เหมือนเส้นเลือด" "นั่นคือพลังชีวิตของดาวค่ะ" เอวาอธิบาย "พวกเขาบอกว่า พลังงานนี้ไหลเวียนอยู่ในทุกสรรพสิ่งบนดาวดวงนี้ ทั้งพืช สัตว์ แม้กระทั่งพื้นดินและน้ำ" ชาวเซฟีร่าอีกตนหนึ่งเดินมาหาคาล และแตะที่หน้าอกของเขา คาลเบิกตากว้างอย่างตกใจ "ผม... ผมได้ยินเสียง" เขาพูด "เสียงเพลง... เป็นเสียงที่ไพเราะมาก" "นั่นคือบทเพลงแห่งการเยียวยาค่ะ" เอวาบอก "ชาวเซฟีร่าใช้บทเพลงนี้ในการรักษาบาดแผลทั้งทางร่างกายและจิตใจ" ขณะที่พวกเขาดำดิ่งลงไปในประสบการณ์อันน่าทึ่งนี้ ลูกเรือคนอื่นๆ ก็เริ่มรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน บางคนได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดูเหมือนจะมาจากพื้นดิน บางคนรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง "มันมหัศจรรย์มาก" ลูกเรือหนุ่มคนหนึ่งกล่าว "ผมไม่เคยคิดว่าจะมีสิ่งมีชีวิตที่เข้าใจธรรมชาติได้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้" "พวกเขามีชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ไม่ใช่แค่ดำรงชีวิตอยู่บนมัน" เอวาตอบ "นั่นคือสิ่งที่ทำให้พวกเขาอยู่รอดมาได้" การฝึกฝนดำเนินไปตลอดทั้งวัน เอลิยาห์ คาล และลูกเรือทุกคน พยายามที่จะเชื่อมโยงกับพลังงานของดาวเซฟีร่า พวกเขาเรียนรู้วิธีที่จะสัมผัสถึงการไหลเวียนของพลังชีวิต การรับฟังเสียงของธรรมชาติ และการเข้าใจถึงจังหวะอันเป็นนิรันดร์ของจักรวาล "ผมรู้สึกว่า... ผมเข้าใจอะไรบางอย่างมากขึ้น" เอลิยาห์กล่าวกับเอวา ขณะที่ดวงอาทิตย์สีฟ้าอ่อนกำลังจะลับขอบฟ้า "ความสิ้นหวังที่เคยถาโถมเข้ามา มันดูเล็กลงไปถนัดตา" "นั่นคือพลังแห่งการเยียวยาค่ะกัปตัน" เอวาตอบ "มันไม่ได้รักษาแค่บาดแผลทางกาย แต่มันเยียวยาจิตใจของเราด้วย" เมื่อพวกเขากลับมายังยานอาร์เคเดีย บรรยากาศภายในยานก็เต็มไปด้วยความหวังและพลังงานใหม่ๆ ลูกเรือหลายคนมีสีหน้าสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้จะยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับอนาคต แต่พวกเขาก็มีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่า พวกเขาจะสามารถหาทางรอดไปได้ "กัปตันครับ" ลูกเรือคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเอลิยาห์ "ผมรู้สึก... แข็งแรงขึ้นมากหลังจากที่ได้สัมผัสกับพลังงานนั้น" "ผมก็เหมือนกัน" อีกคนเสริม "เหมือนกับว่า... มีบางอย่างภายในตัวเราที่ถูกปลุกขึ้นมา" เอลิยาห์พยักหน้า เขามองไปยังดวงดาวที่เริ่มปรากฏขึ้นบนท้องฟ้ายามค่ำคืน "เราโชคดีมากที่ได้มาที่นี่" เขากล่าว "และเราต้องใช้โอกาสนี้ให้คุ้มค่าที่สุด" ในคืนนั้น เอลิยาห์นอนไม่หลับ เขาพลิกตัวไปมาบนเตียง พยายามประมวลผลทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น เขาเคยคิดว่าการเดินทางครั้งนี้เป็นเพียงการหนีตาย แต่บัดนี้ เขาเริ่มมองเห็นว่า มันอาจจะเป็นการเดินทางเพื่อค้นหาความหมายบางอย่างก็ได้ "เรากำลังจะไปไหนกันแน่?" เขาพึมพำกับตัวเอง "เรากำลังจะไปหาบ้านใหม่ หรือว่า... เรากำลังจะกลับไปสร้างบ้านของเราเอง?" คำถามนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเขา เขาไม่แน่ใจในคำตอบ แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้แน่ๆ คือ การเดินทางของพวกเขาเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ

3,764 ตัวอักษร