ตอนที่ 21 — การปรากฏของกลุ่มดาวศักดิ์สิทธิ์
วินัยรู้สึกเหมือนถูกดึงกลับมายังโลกมนุษย์อย่างรวดเร็ว เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาก็พบว่าตัวเองนั่งอยู่ที่พื้นหน้าสมุดบันทึกโบราณในห้องของเขาเอง แสงตะวันยามเช้าส่องลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา บ่งบอกว่าเขาใช้เวลาอยู่ที่มิติอื่นไปนานพอสมควร
"ผมกลับมาแล้ว..." วินัยพึมพำ เขายกมือขึ้นดูแหวนสีฟ้าใสบนนิ้ว สัมผัสได้ถึงพลังงานที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ภายใน
เขาหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเปิดอย่างรวดเร็ว เขาต้องการจะบันทึกสิ่งที่เขาได้เรียนรู้มาจากผู้รักษาห้วงเวลา แต่น่าเสียดายที่ความทรงจำเกี่ยวกับมิตินั้นเริ่มเลือนรางไปอย่างรวดเร็ว ราวกับว่ามันเป็นเพียงความฝัน
"น่าเสียดาย... ข้อมูลสำคัญกำลังจะหายไป" วินัยถอนหายใจ เขาพยายามจะรวบรวมสมาธิอีกครั้ง นึกถึงคำว่า 'เงาสะท้อนที่แท้จริง' และ 'จุดที่แสงและเงาประสานเป็นหนึ่งเดียว'
วินัยรู้ดีว่าเขาต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจปริศนาเหล่านี้ให้ถ่องแท้ เขาตัดสินใจที่จะกลับไปหาคุณย่าอีกครั้ง เพื่อปรึกษาหารือ
เมื่อวินัยไปถึงบ้านคุณย่า เขาก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ท่านฟังอย่างละเอียด คุณย่าฟังด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แต่ก็แฝงไปด้วยความหวัง
"วินัย... เจ้าได้พบกับผู้รักษาห้วงเวลาแล้ว" คุณย่ากล่าว "นั่นเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีผู้ใดในตระกูลของเราเคยทำได้มาก่อน"
"แต่ผมยังไม่เข้าใจความหมายของปริศนาทั้งหมดเลยครับคุณย่า" วินัยกล่าวอย่างตรงไปตรงมา "โดยเฉพาะเรื่อง 'เงาสะท้อนที่แท้จริง' ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร"
"บางครั้ง... คำตอบก็ไม่ได้อยู่ที่การตีความเพียงอย่างเดียว" คุณย่ากล่าว "แต่อยู่ที่การสังเกตการณ์... และการสัมผัสด้วยตนเอง"
คุณย่าเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังท้องฟ้าสีคราม "ในคืนนี้... จะมีปรากฏการณ์พิเศษเกิดขึ้น" ท่านกล่าว "กลุ่มดาวทั้งเจ็ด... จะปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า"
วินัยเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น "จริงหรือครับ! นี่มัน... ถึงเวลาแล้วหรือครับ"
"อาจจะยังไม่ใช่ทั้งหมด" คุณย่ากล่าว "แต่เป็นสัญญาณ... ที่เจ้าจะต้องสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด"
ในคืนนั้น วินัยและคุณย่าได้ออกมายืนอยู่กลางแจ้ง ห่างจากแสงไฟของเมือง เพื่อสังเกตการณ์ท้องฟ้า
เมื่อความมืดเริ่มคืบคลานเข้ามา ดวงดาวจำนวนมากก็เริ่มปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า แต่แล้ว... สิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนก็ปรากฏขึ้น
กลุ่มดาวเจ็ดดวง... เปล่งประกายเจิดจ้ากว่าดวงดาวอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด มันเรียงตัวกันเป็นรูปทรงที่สวยงามและน่าอัศจรรย์ วินัยรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากกลุ่มดาวเหล่านั้น มันเป็นพลังงานที่บริสุทธิ์และทรงพลังอย่างยิ่ง
"นั่นไง... กลุ่มดาวทั้งเจ็ด" คุณย่ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
วินัยจ้องมองกลุ่มดาวนั้นอย่างไม่ละสายตา เขารู้สึกได้ถึงความเชื่อมโยงบางอย่างระหว่างกลุ่มดาวเหล่านั้นกับแหวนบนนิ้วของเขา
"ผมรู้สึกได้ถึง... การสั่นสะเทือนครับคุณย่า" วินัยกล่าว "แหวนของผม... กำลังตอบสนอง"
วินัยยกมือขึ้นมองแหวน เขาสังเกตเห็นว่าแหวนสีฟ้าใสกำลังเปล่งแสงเรืองรองออกมาอย่างอ่อนๆ
"เงาแห่งราตรีทอดยาวกว่าวัน..." คุณย่าพึมพำ "คืนนี้... กลางวันสั้นกว่ากลางคืน... และเงาของทุกสิ่ง... ทอดยาวกว่าปกติ"
วินัยมองไปยังเงาของต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากพวกเขา เงาของต้นไม้ทอดยาวออกไปบนพื้นดินอย่างเห็นได้ชัด มันดูราวกับว่ากำลังจะโอบล้อมทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้
"แล้ว... จุดที่แสงและเงาประสานเป็นหนึ่งเดียว... คืออะไรครับ" วินัยถาม
ทันใดนั้นเอง วินัยก็รู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดที่อ่อนโยน มันดึงดูดเขาไปยังจุดหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดที่เงาของต้นไม้ทาบทับกับแสงจันทร์ที่ส่องลงมา
"ผม... ผมรู้สึกได้แล้วครับ!" วินัยร้องออกมา "มันคือที่นี่... จุดที่เงาทอดยาวที่สุด!"
วินัยก้าวเดินไปตามแรงดึงดูดนั้น เขาเดินไปยังจุดที่เงาของต้นไม้และแสงจันทร์มาบรรจบกัน เมื่อเขาไปถึงจุดนั้น เขาก็รู้สึกราวกับว่าเขากำลังยืนอยู่บนขอบเหวแห่งมิติ
"วินัย... นั่นคือเส้นทางที่สว่างที่สุด" คุณย่าตะโกนบอก "จงก้าวไปข้างหน้า... ด้วยความกล้าหาญ!"
วินัยมองไปข้างหน้า เขาเห็นแสงสว่างจางๆ ส่องประกายออกมาจากจุดที่เงาและแสงมาบรรจบกัน แสงนั้นดูราวกับจะเป็นประตูสู่โลกอีกใบหนึ่ง
"ผมต้องไปแล้วครับคุณย่า" วินัยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
"โชคดีนะ... วินัย" คุณย่ากล่าว "ขอให้เจ้าพบเจอแต่สิ่งที่ดี"
วินัยสูดหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมสมาธิ และก้าวเท้าเดินเข้าไปในแสงสว่างนั้น ทันใดนั้นเอง ร่างของเขาก็หายวับไปต่อหน้าต่อตาคุณย่า เหลือไว้เพียงความว่างเปล่า และเงาของต้นไม้ที่ทอดยาวอยู่บนพื้นดิน
3,575 ตัวอักษร