อุโมงค์สู่ภพภูมิที่สาม
ความมืดมิดที่โอบล้อมเข้ามาทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในอุโมงค์นั้น รุนแรงกว่าความมืดใดๆ ที่พิสศมัยเคยสัมผัสมา อากาศเย็นยะเยือกจนน่ากลัว และมีกลิ่นอับชื้นผสมปนเปกับกลิ่นของบางสิ่งที่เน่าเปื่อย ราวกับว่าอุโมงค์แห่งนี้ได้เปิดออกสู่โลกที่ไม่เคยมีแสงสว่างใดๆ ส่องถึง
“นี่มัน... สถานที่แบบไหนกัน?” ดนัยถาม เสียงของเขาแฝงไปด้วยความกังวล
“ดูเหมือนว่า... นี่คือ... ‘ประตู’... สู่ภพภูมิที่สาม... ตามที่บันทึกกล่าวไว้...” อาจารย์พงษ์ตอบ ใบหน้าของท่านเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด “ระวังตัวให้ดี... เราไม่รู้ว่า... เบื้องหน้าจะเป็นอย่างไร...”
Ppisมัยถือ ‘บันทึกแห่งผู้ถูกเลือก’ ไว้ในมืออย่างมั่นคง เธอสัมผัสได้ถึงความเย็นที่แผ่ออกมาจากแผ่นกระดาษ ราวกับมันกำลังเต้นเป็นจังหวะกับบรรยากาศรอบตัว
“บันทึกบอกว่า... ‘หอคอยแห่งเงา’... อยู่ที่นี่...” พิสศมัยกล่าว “แต่... เราจะหาทางไปได้อย่างไร?”
“เราต้องเดินต่อไป... และเชื่อมั่นใน... ‘สายใย’... ที่เชื่อมโยงเรา...” เสียงกระซิบจากบันทึกดังขึ้นในหัวของเธอ
ทั้งสามคนค่อยๆ เดินลึกเข้าไปในอุโมงค์ ความมืดเริ่มส่งผลต่อการมองเห็น พวกเขาอาศัยเพียงแสงสลัวๆ จากบันทึก และแสงไฟฉายของดนัย ที่ดูเหมือนจะส่องได้ไม่ไกลนัก
“ฉันรู้สึกเหมือน... มีบางอย่างกำลังจับจ้องมองเราอยู่...” ดนัยพูด พลางหันไปมองรอบๆ
“นั่นอาจจะเป็น... ‘เงา’... ที่หลงเหลืออยู่...” อาจารย์พงษ์กล่าว “พวกมันอาจจะยังคงพยายาม... ที่จะตามเรามา...”
ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าที่ดังแว่วมาจากด้านหลังก็ดังขึ้น เป็นเสียงที่รวดเร็ว และหนักหน่วง ราวกับมีบางสิ่งกำลังวิ่งตามพวกเขามา
“พวกมันมาแล้ว!” พิสศมัยอุทาน
“เร็ว! เข้าไปข้างใน!” อาจารย์พงษ์เร่ง
ทั้งสามคนเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปในอุโมงค์ แต่เสียงฝีเท้านั้นก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พวกเขาหันกลับไปมอง เห็นเงาตะคุ่มๆ จำนวนมากกำลังวิ่งตามมาติดๆ
“เราต้องใช้พลัง!” พิสศมัยกล่าว เธอยก ‘บันทึกแห่งผู้ถูกเลือก’ ขึ้นมา
“*...พลังแห่ง... ‘สายใย’... จงปรากฏ...*” เสียงกระซิบจากบันทึกดังขึ้น
พิสศมัยหลับตาลง นึกถึงภาพครอบครัวของเธอ นึกถึงความรัก ความผูกพันที่เธอมีต่อพวกเขา ทันใดนั้นเอง แสงสีทองอ่อนๆ ก็ส่องประกายออกมาจากบันทึก แสงนั้นไม่ได้รุนแรงมากนัก แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ร่างเงาที่ตามมาถอยร่นไปเล็กน้อย
“มันได้ผล!” ดนัยร้องบอก
“แต่... ไม่นานแน่!” อาจารย์พงษ์กล่าว “พวกมันกำลังจะเข้ามา!”
ทันใดนั้นเอง... ผนังอุโมงค์ก็เริ่มสั่นไหว และมีรอยร้าวปรากฏขึ้น ราวกับว่ามีบางสิ่งกำลังพยายามจะเจาะเข้ามา
“เกิดอะไรขึ้น?” พิสศมัยถาม
“ดูเหมือนว่า... ‘ภพภูมิที่สาม’... กำลังพยายาม... ดึงเราเข้าไป... อย่างสมบูรณ์...” อาจารย์พงษ์อธิบาย “การป้องกัน... ของประตู... กำลังจะถูกทำลาย...”
“แล้ว... เราจะทำอย่างไร?” ดนัยถาม
“เราต้องรีบหา... ‘หอคอยแห่งเงา’... ให้เจอ!” พิสศมัยกล่าว “ถ้าเราหาเจอ... เราอาจจะหาทาง... ที่จะกลับออกไปได้...”
พวกเขาเดินลึกเข้าไปในอุโมงค์อีกครั้ง ความรู้สึกกดดันเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น ราวกับว่ากำลังถูกบีบคั้นจากทุกทิศทาง
ทันใดนั้นเอง... พวกเขาก็เห็น... แสงสลัวๆ อยู่เบื้องหน้า แสงนั้นไม่ใช่แสงสว่างจากภายนอก แต่เป็นแสงสีม่วงเรืองรองที่ดูแปลกตา
“นั่นมัน... อะไร?” ดนัยถาม
“อาจจะเป็น... ‘หอคอยแห่งเงา’...?” พิสศมัยคาดเดา
พวกเขาเดินเข้าไปใกล้แสงนั้น และเมื่อเข้าไปใกล้ พวกเขาก็เห็น... สิ่งก่อสร้างขนาดมหึมาที่ลอยอยู่กลางอากาศ เป็นโครงสร้างที่ทำจากเงาดำทะมึนที่บิดเบี้ยว และมีรูปทรงที่น่าขนลุก ราวกับว่ามันคือ ‘เมือง’ ที่สร้างขึ้นจากความมืด
“นั่นคือ... ‘หอคอยแห่งเงา’...” อาจารย์พงษ์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความทึ่ง “มัน... มันน่าทึ่ง... และน่ากลัว... ในเวลาเดียวกัน...”
“แล้ว... เราจะเข้าไปได้อย่างไร?” พิสศมัยถาม
“บันทึกบอกว่า... ‘ประตู’... คือ... ‘กระจกเงา’... ที่เชื่อมโยง... กับ ‘ราชาแห่งเงา’...” เสียงกระซิบจากบันทึกดังขึ้น
พวกเขาเดินสำรวจรอบๆ ‘หอคอยแห่งเงา’ จนในที่สุด... พวกเขาก็พบกับ... กระจกเงาขนาดมหึมา ตั้งตระหง่านอยู่หน้าทางเข้าของหอคอย
กระจกเงาบานนั้นมีลักษณะผิดปกติ ผิวของมันดำมืดราวกับห้วงอวกาศ และสะท้อนภาพของ... “สิ่งที่ดูเหมือนจะบิดเบี้ยว... และน่ากลัว...”
“นั่นแหละ... ‘ประตูแห่งเงา’...” พิสศมัยกล่าว
“แต่... เราจะเปิดมันได้อย่างไร?” ดนัยถาม
“*...ใช้... ‘มงกุฎแห่งเงา’...*” เสียงกระซิบจากบันทึกตอบ
“แต่... ‘มงกุฎแห่งเงา’... มันถูกกลืนกินไปแล้ว...” พิสศมัยกล่าวด้วยความผิดหวัง
“*...ไม่... มันเพียงแค่... หลับใหล... รอคอย... ผู้ที่เหมาะสม...*”
พิสศมัยหลับตาลง นึกถึงพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเธอ นึกถึงความเชื่อมโยงระหว่างเธอกับกล่องไม้ (มงกุฎแห่งเงา)
“ฉัน... จะลองดู...” เธอพูด
เธอเอื้อมมือไปสัมผัสกับผิวกระจกเงา และทันใดนั้นเอง... แสงสีทองอ่อนๆ ก็ส่องประกายออกมาจากฝ่ามือของเธอ และสาดส่องเข้าไปที่กระจกเงา
กระจกเงาเริ่มสั่นไหว และภาพสะท้อนของมันก็เริ่มบิดเบี้ยวมากขึ้น ร่างเงาจำนวนมากก็เริ่มปรากฏตัวขึ้นรอบๆ บริเวณนั้น
“พวกมันมาแล้ว!” อาจารย์พงษ์ตะโกน
“*...พลังของเจ้า... ยังอ่อนแอ...*” เสียงกระซิบจากบันทึกกล่าว “*...เจ้าต้อง... เชื่อมั่น... ใน ‘สายใย’...*”
พิสศมัยหลับตาลงอีกครั้ง นึกถึงใบหน้าของครอบครัว นึกถึงความหวังที่เธอมีให้พวกเขา ความรักที่เธอมีให้พวกเขา... ทันใดนั้นเอง... แสงสีทองจากฝ่ามือของเธอก็สว่างวาบขึ้น... และสาดส่องเข้าไปที่กระจกเงาด้วยพลังที่รุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า
กระจกเงาบานนั้นพลันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ และทันใดนั้นเอง... ภาพในกระจกก็เปลี่ยนไป... กลายเป็นภาพของ... “บ้านของพิสศมัย!”
“นั่นไง! บ้านของเรา!” พิสศมัยอุทาน
“*...ประตู... เปิดออกแล้ว...*” เสียงกระซิบกล่าว
ทันใดนั้นเอง... ร่างเงาขนาดใหญ่ตัวหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าพวกเขา... มันคือ... “ราชาแห่งเงา!”
“*...เจ้า... ไม่สามารถ... หนีข้าพเจ้า... ไปได้...*” ราชาแห่งเงากล่าว “*...หอคอยแห่งนี้... คือ... กรงขังของข้า... และเจ้า... คือ... เหยื่อรายต่อไป...*”
แต่พิสศมัยไม่สนใจ เธอรีบจูงมือดนัย และอาจารย์พงษ์
“ไปกันเถอะ!” เธอตะโกน “ก่อนที่มันจะปิด!”
ทั้งสามคนรีบพุ่งเข้าไปในกระจกเงา... ทิ้งให้ราชาแห่งเงา ยืนมอง... ด้วยความโกรธ... เพราะมันรู้ดีว่า... พวกเขากำลังจะหนีเข้าไปใน... “โลกที่มันไม่สามารถตามเข้าไปได้...”
1,060 ตัวอักษร