เท้าเหล็กทะลวงฟากฟ้า ตำนานนักเตะ

ตอนที่ 14 / 35

ตอนที่ 14 — จุดเปลี่ยนที่คาดไม่ถึง

ความสุขของการนำของทีมอินทรีเพลิงไม่สามารถอยู่ได้นานนัก เพียงไม่กี่นาทีหลังจากวินยิงประตูที่สองของเกม เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นในสนาม ในจังหวะการเข้าปะทะกันกลางสนามระหว่างวิทย์และกองกลางของทีมพยัคฆ์ร้าย วิทย์ล้มลงไปกองกับพื้นพร้อมกับสีหน้าที่แสดงความเจ็บปวดอย่างรุนแรง “วิทย์!” เอกตะโกน วิ่งเข้าไปดูเพื่อนทันที “โอ๊ย… เจ็บ… เจ็บมาก” วิทย์พยายามพูดเสียงแผ่วเบา เพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ รีบวิ่งเข้ามาล้อมรอบ วิทย์ยังคงนอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้น ไม่สามารถขยับตัวได้ เสียงเชียร์ในสนามเงียบลงทันที ทุกสายตาจับจ้องไปที่วิทย์ อาจารย์สมชายรีบเดินลงมาที่ข้างสนาม ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล เขาส่งสัญญาณให้ทีมแพทย์สนามรีบเข้ามาดูอาการ “เกิดอะไรขึ้น” อาจารย์สมชายถามแพทย์สนาม “มันรุนแรงแค่ไหน” “ต้องดูอาการอย่างละเอียดครับอาจารย์” แพทย์สนามตอบ “แต่ดูจากท่าทางแล้ว น่าจะมีการบาดเจ็บที่ข้อเท้าค่อนข้างมาก” วิทย์ถูกหามออกจากสนามไปอย่างระมัดระวัง ขณะที่เพื่อนร่วมทีมทุกคนมองตามไปด้วยสีหน้าเศร้าสลด “ไม่ต้องห่วงนะวิทย์” เอกกระซิบขณะที่ทีมแพทย์ประคองวิทย์ขึ้นเปล “เดี๋ยวเราจะชนะให้” การบาดเจ็บของวิทย์ส่งผลกระทบอย่างมากต่อรูปเกมของทีมอินทรีเพลิง การประสานงานในแดนกลางที่เคยไหลลื่นกลับสะดุดลง วินต้องรับภาระในการเชื่อมเกมคนเดียวมากขึ้น เขาพยายามอย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่อาจทดแทนการจ่ายบอลที่ชาญฉลาดและวิสัยทัศน์ของวิทย์ได้ “เราเสียสมดุลไปเลย” วินพึมพำกับตัวเอง “วิทย์สำคัญกับทีมขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย” “อย่าเพิ่งท้อสิ” เงาที่ลงมาเล่นแทนวิทย์ พูดปลอบ “เรายังมีโอกาส” “ผมรู้” วินถอนหายใจ “แต่การไม่มีวิทย์มัน… มันรู้สึกต่างออกไปมาก” อาจารย์สมชายยืนมองเกมอย่างเคร่งเครียด เขารู้ดีว่าการเสียวิทย์ไปในเกมที่กำลังสูสีแบบนี้ เป็นเหมือนการเสียขวัญกำลังใจที่สำคัญ “เราต้องปรับแผนอีกครั้ง” เขาพูดกับผู้ช่วยโค้ช “เอกต้องลงมาช่วยเกมแดนกลางมากขึ้น” “แต่แบบนั้นใครจะอยู่แดนหน้าครับอาจารย์” ผู้ช่วยโค้ชถาม “ให้เงาขึ้นไปแทน” อาจารย์สมชายตัดสินใจ “ให้เอกลงมาช่วยวินคุมจังหวะเกม” เสียงนกหวีดเริ่มการแข่งขันอีกครั้ง ทีมอินทรีเพลิงต้องเล่นในสถานการณ์ที่เสียเปรียบ เอกเดินลงมาเล่นในตำแหน่งกองกลางคู่กับวิน เขารู้สึกได้ถึงความกดดันที่เพิ่มขึ้น การเข้ามาประชิดตัวของกองกลางพยัคฆ์ร้ายที่ตอนนี้ได้ใจ มีความมุ่งมั่นที่จะทำประตูตีเสมอ “เอก” วินพูดขณะรับบอลจากเอก “นายเล่นตำแหน่งนี้มาเยอะตอนอยู่ทีมเก่าใช่ไหม” “ใช่” เอกตอบ “แต่ผมก็ไม่ได้ลงเล่นในตำแหน่งนี้มานานแล้ว” “พยายามอย่าเสียบอลง่ายๆ” วินเน้น “พวกเขาเริ่มได้ใจแล้ว” “ผมจะระวัง” เอกยืนยัน เกมกลับมาสูสีอีกครั้ง ทีมพยัคฆ์ร้ายได้ใจจากการบาดเจ็บของวิทย์ พวกเขาพยายามบุกอย่างหนักเพื่อทำประตูตีเสมอ นาทีที่ 78 กองกลางของพยัคฆ์ร้ายได้บอลกลางสนาม เขาเห็นช่องว่างและตัดสินใจจ่ายบอลทะลุช่องไปให้กองหน้าของทีมที่วิ่งสอดขึ้นมา “เปิด!” บอลลอยเข้าหากองหน้าพยัคฆ์ร้าย เอกพยายามวิ่งเข้าประกบ แต่กองหน้าตัวนั้นมีความเร็วและแข็งแกร่งกว่า เขาจับบอลได้ก่อนที่เอกจะเข้าถึงตัว “เอาแล้ว!” เสียงกองเชียร์เจ้าถิ่นร้องอย่างมีความหวัง กองหน้าพยัคฆ์ร้ายเลี้ยงจี้เข้าหากรอบเขตโทษ เอกพยายามตามประกบอย่างสุดกำลัง แต่กองหลังของอินทรีเพลิงอีกคนก็ยังตามมาไม่ทัน “ต้องยิง!” กองหน้าพยัคฆ์ร้ายตัดสินใจยิงทันที บอลพุ่งแรงและตรงไปที่มุมประตู ผู้รักษาประตูพยายามพุ่งปัด แต่บอลแรงเกินไป บอลกระฉอกออกไปเพียงเล็กน้อย “เฮ้ย!” บอลกระดอนไปเข้าทางปีกขวาของพยัคฆ์ร้ายที่วิ่งเติมเกมมาพอดี เขาไม่มีใครประกบ และเป็นโอกาสทองในการยิงประตู “ซ้ำ!” ปีกขวายิงทันที บอลพุ่งเข้าสู่ก้นตาข่าย! “โกลลลลลลลลล!” “1 ต่อ 2!” เสียงโห่ร้องของกองเชียร์พยัคฆ์ร้ายดังกระหึ่มสนาม พวกเขากลับมาสู่เกมได้แล้ว! บรรยากาศในทีมอินทรีเพลิงเริ่มตึงเครียดอีกครั้ง การเสียประตูตีตื้นทำให้ขวัญกำลังใจลดลงอย่างเห็นได้ชัด “ใจเย็นๆ ทุกคน!” อาจารย์สมชายตะโกนจากข้างสนาม “เรายังมีเวลา!” แต่คำพูดของเขาก็เหมือนจะไม่ได้ผลมากนัก นักเตะหลายคนเริ่มแสดงอาการเหนื่อยล้าและเสียสมาธิ “เราต้องตั้งสมาธิ” วินตะโกนปลุกเพื่อน “เรายังนำอยู่” “แต่การไม่มีวิทย์มัน…” เอกพึมพำกับตัวเอง อาจารย์สมชายถอนหายใจ เขาเห็นว่าสถานการณ์เริ่มจะบีบคั้นอย่างมาก “เอก” เขาเรียก “ฟังนะ” เอกหันมามองอาจารย์สมชาย “อาจารย์รู้ว่ามันยาก” อาจารย์สมชายกล่าว “แต่นายต้องเป็นผู้นำในสนามตอนนี้” “ผมเหรอครับ” เอกถามอย่างไม่แน่ใจ “ใช่” อาจารย์สมชายยืนยัน “นายต้องเป็นคนที่คุมเกม สร้างความมั่นใจให้เพื่อนๆ” “ผมจะพยายามครับอาจารย์” เอกรับคำ “และจำไว้” อาจารย์สมชายเน้น “อย่าให้เขาได้เปรียบเรื่องพละกำลัง” “หมายความว่าไงครับ” เอกถาม “สังเกตดูสิ” อาจารย์สมชายพูด “กองกลางของพวกเขาเริ่มเหนื่อย แต่กองหลังยังฟิตอยู่” เอกมองไปที่สนาม เขาเห็นจริงตามที่อาจารย์สมชายพูด กองกลางของพยัคฆ์ร้ายเริ่มหอบเหนื่อย แต่กองหลังยังดูแข็งแรง “ถ้าเราจ่ายบอลเร็วขึ้น” อาจารย์สมชายกล่าวต่อ “ให้บอลเคลื่อนที่เร็วกว่าร่างกายพวกเขา เราจะมีโอกาส” “จ่ายบอลเร็ว… ให้บอลเคลื่อนที่เร็วกว่าร่างกาย” เอกทวนคำ “ถูกต้อง” อาจารย์สมชายพยักหน้า “และเอก… ถ้ามีโอกาส” อาจารย์สมชายหยุดไปครู่หนึ่ง มองเข้าไปในดวงตาของเอก “ใช้ ‘เท้าเหล็ก’ ของนายซะ” คำพูดนั้นทำให้เอกนิ่งไป เขาไม่เคยคิดว่าจะได้ยินคำนี้จากปากอาจารย์สมชายอีกครั้ง “ผม… ผมจะทำครับอาจารย์” เอกตอบเสียงหนักแน่น เกมดำเนินต่อไปด้วยความกดดันที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทีมอินทรีเพลิงพยายามรักษาผลการแข่งขัน แต่ทีมพยัคฆ์ร้ายก็บุกอย่างไม่ลดละ ในขณะเดียวกัน เบื้องหลังฉาก มีชายคนหนึ่งกำลังนั่งมองจอคอมพิวเตอร์ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความพึงพอใจ “เกมเริ่มสนุกขึ้นแล้วสินะ” เขาพึมพำ “ถึงเวลาที่ ‘ของจริง’ จะปรากฏตัวออกมาแล้ว”

4,594 ตัวอักษร