เท้าเหล็กทะลวงฟากฟ้า ตำนานนักเตะ

ตอนที่ 16 / 35

ตอนที่ 16 — แรงกดดันที่เพิ่มทวีคูณ

เอกก้มหน้ามองพื้นหญ้า สนามฟุตบอลที่เขาเคยวิ่งอย่างมีความสุข บัดนี้กลับกลายเป็นสมรภูมิที่เต็มไปด้วยความกดดัน การบาดเจ็บของวิทย์ได้สร้างช่องว่างในแดนกลางของทีมอินทรีเพลิงอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด อาจารย์สมชายปรับแผนให้เอกลงมาช่วยวินคุมเกม ซึ่งหมายความว่าเอกต้องแบกรับภาระการเชื่อมเกมจากแนวรับสู่แนวรุกเพียงลำพัง โดยมีเงาลงมาเล่นในตำแหน่งกองหน้าแทนที่วิทย์ “เอาล่ะเอก” อาจารย์สมชายตะโกนจากข้างสนาม “ประคองเกมไว้ก่อน อย่าเพิ่งรีบร้อน” เอกพยักหน้ารับ เขากระชับเชือกสตั๊ดที่ผูกไว้แล้ว สูดหายใจลึกๆ ก่อนจะมองไปยังกองกลางของทีมพยัคฆ์ร้ายที่กำลังเข้ามาประกบอย่างดุดัน “ขอโทษนะเพื่อน” กองกลางหมายเลข 8 ของพยัคฆ์ร้าย พูดขณะเข้าเบียดแย่งบอล “เกมนี้เราต้องเอาให้ได้” เอกพยายามใช้ทักษะการเลี้ยงบอลหลบหลีก แต่การประกบของคู่ต่อสู้ที่เข้มข้นกว่าเดิม ทำให้เขาเสียการครองบอลไปอย่างรวดเร็ว “เสียบอลอีกแล้ว!” เอกกัดฟันกรอด รู้สึกหงุดหงิดในความผิดพลาดของตัวเอง วินที่อยู่ใกล้เคียงรีบวิ่งเข้ามาช่วยกดดันคู่ต่อสู้ แต่การเข้าทำของพยัคฆ์ร้ายก็ยังคงเฉียบคม “วิน! ระวังหลัง!” เอกตะโกนเตือน วินหันกลับไปมอง เห็นกองหน้าของพยัคฆ์ร้ายกำลังสอดขึ้นมาอย่างอันตราย เขาต้องรีบถอยกลับไปป้องกัน “เกือบไปแล้ว” วินพึมพำ “ถ้าไม่มีเอกเตือนนี่แย่เลย” อาจารย์สมชายถอนหายใจยาว เขาเห็นถึงความยากลำบากที่เอกกำลังเผชิญอยู่ การที่เอกต้องเล่นในตำแหน่งที่ต้องใช้ทั้งพละกำลังและความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างเกม ในขณะที่ต้องรับมือกับการกดดันจากคู่ต่อสู้ เป็นงานที่หนักหน่วงเกินกว่าที่นักเตะหนุ่มจะแบกรับได้ง่ายๆ “เอกต้องปรับตัวให้เร็วกว่านี้” เขาพูดกับผู้ช่วยโค้ช “เราเสียการควบคุมจังหวะเกมไปมาก” “แล้วเราจะทำยังไงต่อครับอาจารย์” ผู้ช่วยโค้ชถาม “ให้เอกลองหาจังหวะจ่ายบอลทะลุช่องดูบ้าง” อาจารย์สมชายชี้ไปที่แนวรับของพยัคฆ์ร้าย “ถึงแม้การประกบจะแน่น แต่ถ้าเอกมองเห็นช่องเล็กๆ ที่คู่ต่อสู้เปิดเมื่อไหร่ ก็ต้องกล้าที่จะจ่าย” เอกได้ยินเสียงตะโกนของอาจารย์สมชาย เขาพยายามเพ่งสมาธิไปที่การเคลื่อนที่ของเพื่อนร่วมทีม สายตาของเขากวาดมองไปทั่วสนาม พยายามหารอยร้าวในแนวรับของพยัคฆ์ร้าย “ต้องมีสักช่องสิน่า” เขาสาบานกับตัวเอง ทันใดนั้นเอง เอกเห็นจังหวะที่กองหลังตัวกลางของพยัคฆ์ร้ายขยับขึ้นไปเติมเกมรุกเล็กน้อย ทำให้เกิดช่องว่างเล็กๆ ที่แนวหลัง “วิน! ไป!” เอกตะโกน พร้อมกับบรรจงปาดบอลเลียดข้ามพื้นหญ้าไปในทิศทางที่วินวิ่ง วินรับบอลได้อย่างสวยงาม เขาเลี้ยงจี้เข้าหากรอบเขตโทษ ก่อนจะตัดสินใจยิงทันที “ชู้ต!” ลูกบอลพุ่งตรงไปที่มุมบนของประตู ผู้รักษาประตูของพยัคฆ์ร้ายพุ่งปัดสุดตัว แต่ลูกบอลก็ยังแรงเกินไป มันกระฉอกเข้าประตูไป “ประตู!” เสียงผู้บรรยายดังขึ้นอย่างกึกก้อง ทีมอินทรีเพลิงได้ประตูขึ้นนำ 2-1 ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของแฟนบอล วินวิ่งไปกอดเอกด้วยความดีใจ “เยี่ยมมากเอก! ฉันบอกแล้วว่านายทำได้!” เอกยิ้มออกมาอย่างโล่งอก “เราทำได้ต่างหากวิน” อาจารย์สมชายยิ้มรับ เขาเห็นประกายแห่งความหวังในตัวเอกอีกครั้ง “เห็นไหมเอก การมองเกมอย่างใจเย็น จะทำให้เจอกับโอกาสเสมอ” แต่ความสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน กองกลางของพยัคฆ์ร้ายที่เพิ่งเสียประตู พยายามเร่งเกมอย่างหนัก พวกเขาต้องการตีเสมอให้เร็วที่สุด “เราไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หรอก!” กองกลางหมายเลข 8 ของพยัคฆ์ร้าย ตะโกนปลุกใจเพื่อนร่วมทีม การเข้าทำของพยัคฆ์ร้ายเริ่มดุดันขึ้นเรื่อยๆ เอกต้องรับภาระในการตัดเกมอย่างหนัก เขาต้องวิ่งไล่ตามบอลตลอดเวลา สภาพร่างกายเริ่มอ่อนล้า “เหนื่อยจัง” เอกพึมพำกับตัวเอง “แต่ยังสู้ต่อได้” ในจังหวะการเข้าปะทะกันกลางสนาม เอกเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้น “โอ๊ย!” เขาอุทานด้วยความเจ็บปวด ครั้งนี้ไม่ใช่ที่ข้อเท้า แต่เป็นที่หัวเข่าที่รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างฉีกขาด “วิทย์… ฉันจะตามนายไปจริงๆ เหรอ” เอกคิดในใจด้วยความหวาดหวั่น เพื่อนร่วมทีมรีบวิ่งเข้ามาดูอาการ “เอก! เป็นอะไรรึเปล่า!” “เจ็บ… เจ็บที่เข่า” เอกตอบเสียงสั่น อาจารย์สมชายมองดูเหตุการณ์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอีกครั้ง เขาเดินลงมาที่ข้างสนาม “เป็นไงบ้างเอก” เขาถาม “ผม… ผมคิดว่าคงเล่นต่อไม่ไหวครับอาจารย์” เอกตอบ พยายามฝืนลุกขึ้น แต่ก็ต้องทรุดตัวลงไปอีกครั้ง “ไม่ต้องฝืนนะ” อาจารย์สมชายพูดปลอบ “ให้ทีมแพทย์เข้ามาดู” เมื่อทีมแพทย์สนามเข้ามาประเมินอาการ พวกเขาก็เห็นได้ชัดว่าการบาดเจ็บของเอกนั้นรุนแรงกว่าที่คิด “คงต้องให้เอกพักยาวเลยครับอาจารย์” แพทย์สนามกล่าว เอกถูกหามออกจากสนามไปอีกคนหนึ่ง ทิ้งให้ทีมอินทรีเพลิงต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม “ไม่นะ!” วินตะโกนด้วยความเสียใจ “เอกก็เจ็บเหมือนกันเหรอ!” เงาที่เพิ่งลงมาเล่นแทนวิทย์ ต้องขยับไปเล่นในตำแหน่งกองกลางแทนเอก เขาเองก็รู้สึกถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน “นี่มันอะไรกันเนี่ย” เงาพูดกับตัวเอง “ทีมเรากำลังจะพังลงไปจริงๆ เหรอ” เกมกลับมาดำเนินต่อ ทีมอินทรีเพลิงเหลือผู้เล่นที่เคยเป็นแกนหลักเพียงไม่กี่คน พวกเขาต้องสู้โดยปราศจากทั้งวิทย์และเอก “เราจะสู้ยังไงไหว” วินถามด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง “เราต้องสู้!” เงาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นกว่าเดิม “เราต้องสู้เพื่อเพื่อนของเราทุกคน!”

4,133 ตัวอักษร