ตอนที่ 16 — แรงกดดันที่เพิ่มทวีคูณ
เอกก้มหน้ามองพื้นหญ้า สนามฟุตบอลที่เขาเคยวิ่งอย่างมีความสุข บัดนี้กลับกลายเป็นสมรภูมิที่เต็มไปด้วยความกดดัน การบาดเจ็บของวิทย์ได้สร้างช่องว่างในแดนกลางของทีมอินทรีเพลิงอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด อาจารย์สมชายปรับแผนให้เอกลงมาช่วยวินคุมเกม ซึ่งหมายความว่าเอกต้องแบกรับภาระการเชื่อมเกมจากแนวรับสู่แนวรุกเพียงลำพัง โดยมีเงาลงมาเล่นในตำแหน่งกองหน้าแทนที่วิทย์
“เอาล่ะเอก” อาจารย์สมชายตะโกนจากข้างสนาม “ประคองเกมไว้ก่อน อย่าเพิ่งรีบร้อน”
เอกพยักหน้ารับ เขากระชับเชือกสตั๊ดที่ผูกไว้แล้ว สูดหายใจลึกๆ ก่อนจะมองไปยังกองกลางของทีมพยัคฆ์ร้ายที่กำลังเข้ามาประกบอย่างดุดัน
“ขอโทษนะเพื่อน” กองกลางหมายเลข 8 ของพยัคฆ์ร้าย พูดขณะเข้าเบียดแย่งบอล “เกมนี้เราต้องเอาให้ได้”
เอกพยายามใช้ทักษะการเลี้ยงบอลหลบหลีก แต่การประกบของคู่ต่อสู้ที่เข้มข้นกว่าเดิม ทำให้เขาเสียการครองบอลไปอย่างรวดเร็ว
“เสียบอลอีกแล้ว!” เอกกัดฟันกรอด รู้สึกหงุดหงิดในความผิดพลาดของตัวเอง
วินที่อยู่ใกล้เคียงรีบวิ่งเข้ามาช่วยกดดันคู่ต่อสู้ แต่การเข้าทำของพยัคฆ์ร้ายก็ยังคงเฉียบคม
“วิน! ระวังหลัง!” เอกตะโกนเตือน
วินหันกลับไปมอง เห็นกองหน้าของพยัคฆ์ร้ายกำลังสอดขึ้นมาอย่างอันตราย เขาต้องรีบถอยกลับไปป้องกัน
“เกือบไปแล้ว” วินพึมพำ “ถ้าไม่มีเอกเตือนนี่แย่เลย”
อาจารย์สมชายถอนหายใจยาว เขาเห็นถึงความยากลำบากที่เอกกำลังเผชิญอยู่ การที่เอกต้องเล่นในตำแหน่งที่ต้องใช้ทั้งพละกำลังและความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างเกม ในขณะที่ต้องรับมือกับการกดดันจากคู่ต่อสู้ เป็นงานที่หนักหน่วงเกินกว่าที่นักเตะหนุ่มจะแบกรับได้ง่ายๆ
“เอกต้องปรับตัวให้เร็วกว่านี้” เขาพูดกับผู้ช่วยโค้ช “เราเสียการควบคุมจังหวะเกมไปมาก”
“แล้วเราจะทำยังไงต่อครับอาจารย์” ผู้ช่วยโค้ชถาม
“ให้เอกลองหาจังหวะจ่ายบอลทะลุช่องดูบ้าง” อาจารย์สมชายชี้ไปที่แนวรับของพยัคฆ์ร้าย “ถึงแม้การประกบจะแน่น แต่ถ้าเอกมองเห็นช่องเล็กๆ ที่คู่ต่อสู้เปิดเมื่อไหร่ ก็ต้องกล้าที่จะจ่าย”
เอกได้ยินเสียงตะโกนของอาจารย์สมชาย เขาพยายามเพ่งสมาธิไปที่การเคลื่อนที่ของเพื่อนร่วมทีม สายตาของเขากวาดมองไปทั่วสนาม พยายามหารอยร้าวในแนวรับของพยัคฆ์ร้าย
“ต้องมีสักช่องสิน่า” เขาสาบานกับตัวเอง
ทันใดนั้นเอง เอกเห็นจังหวะที่กองหลังตัวกลางของพยัคฆ์ร้ายขยับขึ้นไปเติมเกมรุกเล็กน้อย ทำให้เกิดช่องว่างเล็กๆ ที่แนวหลัง
“วิน! ไป!” เอกตะโกน พร้อมกับบรรจงปาดบอลเลียดข้ามพื้นหญ้าไปในทิศทางที่วินวิ่ง
วินรับบอลได้อย่างสวยงาม เขาเลี้ยงจี้เข้าหากรอบเขตโทษ ก่อนจะตัดสินใจยิงทันที
“ชู้ต!”
ลูกบอลพุ่งตรงไปที่มุมบนของประตู ผู้รักษาประตูของพยัคฆ์ร้ายพุ่งปัดสุดตัว แต่ลูกบอลก็ยังแรงเกินไป มันกระฉอกเข้าประตูไป
“ประตู!” เสียงผู้บรรยายดังขึ้นอย่างกึกก้อง
ทีมอินทรีเพลิงได้ประตูขึ้นนำ 2-1 ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของแฟนบอล
วินวิ่งไปกอดเอกด้วยความดีใจ “เยี่ยมมากเอก! ฉันบอกแล้วว่านายทำได้!”
เอกยิ้มออกมาอย่างโล่งอก “เราทำได้ต่างหากวิน”
อาจารย์สมชายยิ้มรับ เขาเห็นประกายแห่งความหวังในตัวเอกอีกครั้ง “เห็นไหมเอก การมองเกมอย่างใจเย็น จะทำให้เจอกับโอกาสเสมอ”
แต่ความสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน กองกลางของพยัคฆ์ร้ายที่เพิ่งเสียประตู พยายามเร่งเกมอย่างหนัก พวกเขาต้องการตีเสมอให้เร็วที่สุด
“เราไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หรอก!” กองกลางหมายเลข 8 ของพยัคฆ์ร้าย ตะโกนปลุกใจเพื่อนร่วมทีม
การเข้าทำของพยัคฆ์ร้ายเริ่มดุดันขึ้นเรื่อยๆ เอกต้องรับภาระในการตัดเกมอย่างหนัก เขาต้องวิ่งไล่ตามบอลตลอดเวลา สภาพร่างกายเริ่มอ่อนล้า
“เหนื่อยจัง” เอกพึมพำกับตัวเอง “แต่ยังสู้ต่อได้”
ในจังหวะการเข้าปะทะกันกลางสนาม เอกเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้น
“โอ๊ย!” เขาอุทานด้วยความเจ็บปวด
ครั้งนี้ไม่ใช่ที่ข้อเท้า แต่เป็นที่หัวเข่าที่รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างฉีกขาด
“วิทย์… ฉันจะตามนายไปจริงๆ เหรอ” เอกคิดในใจด้วยความหวาดหวั่น
เพื่อนร่วมทีมรีบวิ่งเข้ามาดูอาการ “เอก! เป็นอะไรรึเปล่า!”
“เจ็บ… เจ็บที่เข่า” เอกตอบเสียงสั่น
อาจารย์สมชายมองดูเหตุการณ์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอีกครั้ง เขาเดินลงมาที่ข้างสนาม
“เป็นไงบ้างเอก” เขาถาม
“ผม… ผมคิดว่าคงเล่นต่อไม่ไหวครับอาจารย์” เอกตอบ พยายามฝืนลุกขึ้น แต่ก็ต้องทรุดตัวลงไปอีกครั้ง
“ไม่ต้องฝืนนะ” อาจารย์สมชายพูดปลอบ “ให้ทีมแพทย์เข้ามาดู”
เมื่อทีมแพทย์สนามเข้ามาประเมินอาการ พวกเขาก็เห็นได้ชัดว่าการบาดเจ็บของเอกนั้นรุนแรงกว่าที่คิด
“คงต้องให้เอกพักยาวเลยครับอาจารย์” แพทย์สนามกล่าว
เอกถูกหามออกจากสนามไปอีกคนหนึ่ง ทิ้งให้ทีมอินทรีเพลิงต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม
“ไม่นะ!” วินตะโกนด้วยความเสียใจ “เอกก็เจ็บเหมือนกันเหรอ!”
เงาที่เพิ่งลงมาเล่นแทนวิทย์ ต้องขยับไปเล่นในตำแหน่งกองกลางแทนเอก เขาเองก็รู้สึกถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน
“นี่มันอะไรกันเนี่ย” เงาพูดกับตัวเอง “ทีมเรากำลังจะพังลงไปจริงๆ เหรอ”
เกมกลับมาดำเนินต่อ ทีมอินทรีเพลิงเหลือผู้เล่นที่เคยเป็นแกนหลักเพียงไม่กี่คน พวกเขาต้องสู้โดยปราศจากทั้งวิทย์และเอก
“เราจะสู้ยังไงไหว” วินถามด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง
“เราต้องสู้!” เงาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นกว่าเดิม “เราต้องสู้เพื่อเพื่อนของเราทุกคน!”
4,133 ตัวอักษร