ตอนที่ 25 — คำตัดสินที่สั่นสะเทือนวงการ
เจ้าหน้าที่จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมหมายศาล ได้บุกเข้าปฏิบัติการตรวจค้นและจับกุมบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตในวงการฟุตบอลตามที่มีการให้ข้อมูลและหลักฐานไปก่อนหน้านี้ การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปอย่างเงียบเชียบ แต่ก็สร้างความตกตะลึงให้กับผู้ที่ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด บรรดาบิ๊กเนมในแวดวงฟุตบอลที่เคยมีอิทธิพลอย่างมหาศาล ถูกควบคุมตัวเพื่อสอบปากคำและดำเนินคดีตามกฎหมาย
คุณธามยืนมองข่าวการจับกุมบุคคลสำคัญเหล่านั้นผ่านหน้าจอโทรทัศน์ในห้องทำงานของเขา ใบหน้าแสดงความเหนื่อยล้า แต่ก็มีความมุ่งมั่นที่ฉายชัดอยู่ในแววตา “มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น” เขาพึมพำกับตัวเอง “ยังมีอีกหลายคนที่ต้องรับผิดชอบ”
ข่าวการจับกุมแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว เปรียบเสมือนพายุที่โหมกระหน่ำเข้าใส่วงการฟุตบอลไทย สโมสรอินทรีเพลิงตกอยู่ในภาวะวิกฤตอย่างแท้จริง ผู้บริหารระดับสูงหลายคนถูกสอบสวน ขณะที่ทีมงานที่พยายามสร้างหลักฐานเท็จเพื่อกลั่นแกล้งนักเตะ กำลังเผชิญหน้ากับการสอบสวนภายในที่เข้มข้นยิ่งขึ้น
“ผมไม่ทราบเรื่องอะไรทั้งนั้นครับ” หัวหน้าผู้ฝึกสอนตอบคำถามคณะกรรมการตรวจสอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ผมแค่ทำตามคำสั่งของผู้บริหาร”
“คำสั่งของผู้บริหารที่ว่านั้น คือการทำลายอนาคตของนักเตะใช่หรือไม่?” กรรมการท่านหนึ่งถามกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว “คุณรู้ดีว่าการกระทำของคุณมีผลกระทบต่อชีวิตของผู้คนมากแค่ไหน”
“ผม... ผมไม่ได้ตั้งใจ” เขาพยายามแก้ตัว “ผมถูกบีบบังคับ”
“ถ้าเช่นนั้น คุณพร้อมที่จะให้การปรักปรำผู้ที่บีบบังคับคุณหรือไม่?”
หัวหน้าผู้ฝึกสอนเงียบไปอึดใจหนึ่ง เขามองไปรอบๆ ห้องประชุมที่เต็มไปด้วยใบหน้าเคร่งขรึม เขาตระหนักดีว่า หากไม่ให้ความร่วมมือ โอกาสที่เขาจะพ้นจากความผิดนี้ก็แทบจะไม่มี
“ผม... ผมจะให้การทุกอย่างที่ผมรู้ครับ” ในที่สุด เขาก็ยอมเปิดปาก “ผมจะบอกทุกอย่างเกี่ยวกับแผนการที่พวกนั้นวางไว้”
ในขณะเดียวกัน ‘เสี่ย’ กำลังให้ปากคำเพิ่มเติมกับคณะกรรมการสอบสวน การเปิดเผยข้อมูลของเขาครั้งนี้ มีน้ำหนักอย่างมาก เพราะเขาคือผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์และมีส่วนรู้เห็นกับการทุจริตมานาน
“ผมเห็นมาตลอด” ‘เสี่ย’ กล่าวเสียงดังฟังชัด “เห็นการโกง การพนันบอล การล้มบอล การใช้อำนาจในทางที่ผิด มันเป็นมะเร็งร้ายที่กัดกินวงการฟุตบอลไทยมานาน ผมทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว”
“แล้วท่านมีหลักฐานยืนยันคำกล่าวอ้างเหล่านี้หรือไม่?” กรรมการท่านหนึ่งถาม
“ผมมีครับ” ‘เสี่ย’ ยื่นซองเอกสารให้ “นี่คือหลักฐานที่ผมรวบรวมไว้ ทั้งบันทึกการสนทนา สลิปการโอนเงิน และเอกสารสำคัญอื่นๆ ที่บ่งชี้ถึงการทุจริตเป็นระบบ”
การให้ปากคำของ ‘เสี่ย’ ครั้งนี้ เป็นเหมือนการยืนยันความถูกต้องของคุณธาม และยิ่งทำให้การตรวจสอบเข้มข้นขึ้นไปอีกหลายเท่า เขายังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการต่างๆ ที่กลุ่มผู้มีอิทธิพลวางไว้เพื่อทำลายชื่อเสียงของคุณธามและนักเตะ
“พวกเขาพยายามจะใส่ร้ายผม” ‘เสี่ย’ เล่า “ว่าผมก็มีส่วนรู้เห็นในการทุจริต แต่ผมไม่เคยทำ ผมแค่เห็นมันเกิดขึ้นและพยายามหาทางหยุดยั้ง”
อาจารย์สมชายที่นั่งฟังการให้ปากคำอยู่ห่างๆ รู้สึกปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง เขากอดอกมองไปยัง ‘เสี่ย’ ด้วยความภาคภูมิใจ “ผมเชื่อมั่นในตัวท่านครับ” เขาพึมพำ
เอกที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลกลับมาซ้อมกับทีมอีกครั้ง แม้ร่างกายจะยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ แต่จิตใจของเขาก็พร้อมที่จะกลับมาสู้เพื่อทีม “ผมพร้อมแล้วครับอาจารย์” เขาบอกอาจารย์สมชาย “ผมจะลงไปในสนามและพิสูจน์ให้ทุกคนเห็น ว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิด”
“อาจารย์รู้ดี” อาจารย์สมชายยิ้ม “อาจารย์เชื่อว่าพวกหนูจะทำได้”
ในที่สุด ศาลปกครองก็ได้มีคำพิพากษาออกมาในคดีที่สโมสรอินทรีเพลิงยื่นฟ้องคุณธามและนักเตะบางส่วน ศาลได้วินิจฉัยว่า การกระทำของสโมสรเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ และมีเจตนาที่จะกลั่นแกล้งนักเตะ คำพิพากษาดังกล่าวได้กลับคำสั่งของสโมสร และยืนยันสิทธิ์ของนักเตะในการลงสนาม
“คำตัดสินของศาลเป็นชัยชนะของความถูกต้อง” คุณธามกล่าวกับนักข่าวหลังจากทราบผลคำพิพากษา “นี่เป็นก้าวสำคัญที่จะนำมาซึ่งความโปร่งใสและเป็นธรรมในวงการฟุตบอลไทย”
ชัยชนะครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ปลดแอกนักเตะจากข้อกล่าวหาที่ใส่ร้าย แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่คิดจะใช้อำนาจในทางที่ผิด ว่ากฎหมายและความยุติธรรมจะสามารถเอาผิดพวกเขาได้
3,454 ตัวอักษร