หมัดศอกผ่าวิญญาณ จอมยุทธ์แห่งลุมพินี

ตอนที่ 13 / 35

ตอนที่ 13 — สัญญาณเตือน ภัยคุกคาม

แสงสีแดงที่สว่างวาบขึ้นจากลายสักบนแขนของ "พาย" และ "คม" สั่นไหวราวกับมีชีวิต มันไม่ใช่แค่แสงสว่างธรรมดา แต่เป็นพลังงานที่แผ่ซ่านออกมาอย่างรุนแรง ทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน "พาย" และ "คม" ต่างมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง ดวงตาของทั้งคู่สะท้อนถึงความกังวลที่เพิ่มสูงขึ้น "นี่มันอะไรกันแน่" "คม" เอ่ยถาม เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย "นี่คือผลกระทบจากลายสัก หรือว่ามีบางอย่างกำลังเกิดขึ้นจริงๆ" "ผมก็ไม่รู้ครับ" "พาย" ตอบ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ "แต่ผมรู้สึกได้ว่า พลังงานนี้มันอันตรายมาก มันไม่ใช่พลังงานจากเราสองคนแน่ๆ" "มันเหมือนกับว่า มีบางสิ่งกำลังพยายามจะเข้ามา... หรือพยายามจะดึงบางอย่างไปจากเรา" "คม" กล่าว พลางกุมแขนข้างที่มีลายสักแน่น "ความรู้สึกนี้มันรุนแรงกว่าตอนที่เราสู้กันครั้งก่อนอีก" "ใช่ครับ" "พาย" พยักหน้า "มันเหมือนกับว่า มีผู้คุมกฎ หรือผู้ที่ครอบครองพลังที่ยิ่งใหญ่กว่า กำลังจับตามองเราอยู่" ทันใดนั้นเอง เสียงของอากงก็ดังขึ้นจากทางประตูสวน "พวกแกกำลังรู้สึกถึงอะไรกันอยู่" ทั้ง "พาย" และ "คม" หันไปมอง อากงเดินเข้ามาหาอย่างช้าๆ ใบหน้าของท่านดูเคร่งขรึมกว่าปกติ ดวงตาของท่านจับจ้องไปยังลายสักที่ยังคงเรืองแสงจางๆ บนแขนของทั้งสอง "อากงครับ" "พาย" รีบกล่าว "ลายสักของผมกับ 'คม' มันสว่างขึ้นมาเอง แล้วก็มีพลังงานแปลกๆ แผ่ซ่านออกมา" อากงพยักหน้าช้าๆ "ข้าสัมผัสได้" ท่านกล่าว "นี่คือสัญญาณเตือน สิ่งที่พวกแกกลัวมาตลอด มันกำลังจะมาถึง" "สิ่งที่ผมกลัว?" "พาย" ทวนคำ "หมายถึง... ใครบางคน หรือบางสิ่ง ที่เกี่ยวข้องกับลายสักนี้ใช่ไหมครับ" "ใช่" อากงตอบ "ลายสักโบราณนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะครอบครองได้ง่ายๆ มันคือสิ่งที่มีพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ และแน่นอนว่า ย่อมมีผู้ที่ปรารถนาจะครอบครองมัน หรือจะใช้มันเพื่อเป้าหมายของตนเอง" "แล้วคนที่มา... เขามีพลังเทียบเท่าเรา หรือมากกว่าเราครับ" "คม" ถาม เขาเริ่มรู้สึกถึงความกดดันที่มองไม่เห็น "พลังของพวกแก ยังเป็นเพียงเศษเสี้ยวของสิ่งที่ลายสักนี้สามารถมอบให้ได้" อากงกล่าว "คนที่กำลังจะมาถึง มีพลังที่น่าจะแก่กล้ากว่าพวกแกมากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเขาเข้าใจแก่นแท้ของวิชาเหล่านี้อย่างถ่องแท้" "แล้วเราจะทำอย่างไรดีครับอากง" "พาย" ถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความกังวล "เรายังไม่พร้อมเลย" "ความพร้อมไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเองได้ มันต้องสร้างขึ้น" อากงตอบ "พวกแกต้องรีบทำความเข้าใจในพลังของตัวเองให้มากขึ้น "พาย" แกต้องฝึกฝน "ศอกสวรรค์" ให้ถึงแก่นแท้ อย่าหยุดแค่การรับพลัง แต่จงเรียนรู้ที่จะส่งต่อมันด้วย ส่วน "คม" แกต้องฝึกฝน "ศอกพิษ" ให้ถึงจุดที่สามารถควบคุมการทำลายล้างได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ใช่แค่การปลดปล่อยออกมาอย่างบ้าคลั่ง" "แต่เราจะฝึกฝนได้ทันได้อย่างไรครับ" "คม" กล่าว "สัญญาณเตือนนี้มันบอกว่า เรามีเวลาไม่มากแล้ว" "เวลาคือสิ่งที่เราสร้างขึ้นได้" อากงกล่าว "จงใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้มีค่าที่สุด ไปที่ "สวนลับ" เถอะ" "สวนลับ?" "พาย" เอ่ยอุทาน "ที่อากงเคยพูดถึงน่ะเหรอครับ" "ใช่" อากงตอบ "ที่นั่นคือสถานที่ที่เวลาแทบจะหยุดนิ่ง และเป็นที่เดียวที่พวกแกจะสามารถฝึกฝนพลังที่แท้จริงของลายสักนี้ได้อย่างปลอดภัย และได้เรียนรู้ความลับที่ซ่อนเร้นอยู่" "แล้วเราจะไปที่นั่นได้อย่างไรครับ" "พาย" ถาม "ที่นั่นไม่ใช่สถานที่ที่ใครจะหาเจอได้ง่ายๆ" อากงกล่าว "มันต้องการกุญแจสำคัญ และกุญแจนั้น... ก็คือความเข้าใจในตัวลายสักของพวกแกเอง" "ความเข้าใจในตัวลายสัก..." "พาย" พึมพำ "หมายความว่า เราต้องเข้าใจมันอย่างแท้จริง ถึงจะเปิดประตูสู่สวนลับได้ใช่ไหมครับ" "ถูกต้อง" อากงยืนยัน "และตอนนี้ เวลาก็เหลือน้อยเต็มทีแล้ว รีบไปเถอะ" "พาย" และ "คม" มองหน้ากัน พวกเขารู้ดีว่าสถานการณ์กำลังจะเลวร้ายลง แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็รู้สึกถึงความหวังที่สว่างไสวขึ้นมาอีกครั้ง การค้นพบ "สวนลับ" อาจจะเป็นทางรอดเดียวของพวกเขา "ผมจะลองดูครับอากง" "พาย" กล่าวด้วยความมุ่งมั่น "ผมจะพยายามเข้าใจลายสักนี้ให้ได้" "ฉันก็จะทำเหมือนกัน" "คม" เสริม "เราจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายทุกอย่างที่เรามี" ทั้งสองคนก้าวเดินออกจากค่ายมวย มุ่งหน้าสู่เส้นทางที่ไม่คุ้นเคย ภายใต้ท้องฟ้าที่เริ่มมืดครึ้มลง ประกายแสงสีแดงจากลายสักบนแขนของพวกเขายังคงสั่นไหว เป็นสัญญาณเตือนถึงภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามา และเป็นเหมือนกับเข็มทิศนำทางสู่ "สวนลับ" อันลี้ลับ

3,469 ตัวอักษร