ตอนที่ 9 — ก้าวเข้าสู่อำเภอที่หก
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องพัก บ่งบอกถึงการเริ่มต้นวันใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย อรุณชัยลุกขึ้นจากเตียงอย่างกระฉับกระเฉง อาการปวดเมื่อยจากวันก่อนๆ บรรเทาลงไปมากจากการยืดเส้นยืดสายและการพักผ่อนอย่างเพียงพอ
“เช้านี้เป็นไงบ้าง?” สุชาติถาม ขณะที่กำลังเช็คสภาพจักรยานยนต์ “ดูสดชื่นผิดปกติ”
“รู้สึกดีมากเลยล่ะสุชาติ” อรุณชัยยิ้ม “เหมือนได้แบตเตอรี่ใหม่มาเติมเต็ม”
“ดีแล้ว” สุชาติกล่าว “วันนี้เราจะเข้าสู่อำเภอที่หก ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร คิดว่าไหวไหม?”
“ไหวอยู่แล้ว” อรุณชัยตอบอย่างมั่นใจ “เราค่อยๆ ไปนะ ฉันจะวิ่งเท่าที่ร่างกายไหว”
หลังจากทานอาหารเช้าเรียบร้อย อรุณชัยก็เตรียมตัวออกสตาร์ท เขาผูกเชือกรองเท้าแน่น สูดลมหายใจลึกๆ แล้วก้าวออกไป เสียงรองเท้ากระทบพื้นเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอและผ่อนคลาย
“วันนี้จะลองวิ่งต่อเนื่องสัก 15 กิโลเมตรก่อน แล้วค่อยหยุดพัก” อรุณชัยบอกสุชาติ “ถ้าไหวก็จะลองเพิ่มไปเรื่อยๆ”
“ตามนั้นเลย” สุชาติพยักหน้า “ถ้ามีอาการเจ็บปวด หรือรู้สึกเหนื่อยล้ามากเกินไป บอกฉันทันทีนะ”
เส้นทางในวันนี้ส่วนใหญ่เป็นทางเรียบ สลับกับเนินเตี้ยๆ เล็กน้อย อากาศไม่ร้อนจัดเหมือนวันก่อนๆ ทำให้การวิ่งเป็นไปอย่างราบรื่น อรุณชัยรู้สึกได้ถึงกล้ามเนื้อขาที่แข็งแรงขึ้น ความเจ็บปวดที่เคยมีบริเวณหัวเข่าหายไปเกือบหมด เหลือเพียงความรู้สึกตึงๆ เล็กน้อยเมื่อออกแรง
“รู้สึกดีจริงๆ ที่ได้วิ่งอีกครั้ง” อรุณชัยพูดขณะที่วิ่งไป “ฉันเคยคิดว่าการวิ่งของฉันต้องจบลงแค่นี้แล้ว”
“ก็บอกแล้วไง ว่าเราจะผ่านมันไปด้วยกัน” สุชาติกล่าว “การพักผ่อนและการฟื้นฟูมันสำคัญมากๆ เลยนะ”
“ใช่” อรุณชัยเห็นด้วย “ฉันได้เรียนรู้อะไรเยอะเลยจากการหยุดพักครั้งนี้”
เมื่อวิ่งมาถึงกิโลเมตรที่ 15 อรุณชัยรู้สึกว่าตัวเองยังไหว เขาจึงตัดสินใจวิ่งต่อไปอีก 5 กิโลเมตร
“ดูเหมือนว่าอาการดีขึ้นเยอะเลยนะ” สุชาติทักทายเมื่อจอดรถรอ “วิ่งได้เรื่อยๆ เลย”
“ก็ดีใจนะ” อรุณชัยตอบ “หวังว่าจะเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ”
ระหว่างทาง มีชาวบ้านออกมาให้กำลังใจเหมือนเช่นเคย บางคนยื่นขวดน้ำให้ บางคนก็ยื่นขนมให้
“นักวิ่งสู้ๆ นะคะ!” คุณยายคนหนึ่งตะโกนมา “เห็นข่าวของคุณแล้ว ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ!”
“ขอบคุณมากครับ!” อรุณชัยตะโกนตอบกลับ “ขอบคุณสำหรับน้ำใจครับ”
“ขอให้โรงพยาบาลของเราปลอดภัยนะคะ!” ชายคนหนึ่งกล่าว
คำพูดให้กำลังใจเหล่านี้เป็นเหมือนแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้อรุณชัยมีพลังที่จะก้าวต่อไป เขาไม่ได้รู้สึกเหนื่อยล้าจนเกินไป แต่เขารู้สึกถึงความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่เชื่อ
เมื่อวิ่งไปได้ประมาณ 25 กิโลเมตร อรุณชัยเริ่มรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าสะสม เขาตัดสินใจหยุดพัก
“เป็นไงบ้าง?” สุชาติถาม
“ก็เริ่มเหนื่อยแล้วล่ะ” อรุณชัยตอบ “แต่ยังไหวอยู่”
เขาดื่มน้ำ และทานผลไม้ที่สุชาติตระเตรียมไว้ เขาใช้เวลาพักผ่อนเพื่อยืดกล้ามเนื้อ และผ่อนคลายร่างกาย
“วันนี้เราวิ่งมาได้เยอะแล้วนะ” สุชาติกล่าว “อยากจะลองวิ่งต่ออีกสักหน่อยไหม หรือจะพักก่อน?”
อรุณชัยมองไปยังเส้นขอบฟ้าที่ยังทอดยาว เขาตัดสินใจ
“ขออีกสัก 10 กิโลเมตรแล้วกัน” อรุณชัยกล่าว “อยากจะเข้าสู่อำเภอที่หกให้ได้ในวันนี้”
“ได้เลย” สุชาติยิ้ม “จัดไป!”
อรุณชัยลุกขึ้นยืน และเริ่มก้าวออกไปอีกครั้ง การวิ่งในช่วง 10 กิโลเมตรสุดท้ายเป็นไปอย่างทุลักทุเลเล็กน้อย ความเหนื่อยล้าเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้น แต่เขาก็พยายามรักษาจังหวะการวิ่งให้สม่ำเสมอ
เมื่อถึงกิโลเมตรที่ 35 อรุณชัยรู้สึกได้ถึงอาการปวดตึงๆ ที่หัวเข่าอีกครั้ง แต่ก็ไม่รุนแรงเท่าเมื่อก่อน
“ไม่ไหวแล้วสุชาติ” เขาบอก “ขอเดินไปที่อำเภอเลยแล้วกัน”
“ได้เลย” สุชาติเห็นด้วย “เราเข้าสู่อำเภอที่หกแล้ว ถือว่าสำเร็จแล้วนะ”
อรุณชัยเดินไปเรื่อยๆ ด้วยท่าทางที่เหน็ดเหนื่อย แต่ก็เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ การได้ก้าวเข้ามาในเขตอำเภอที่หกของการเดินทางครั้งนี้ ถือเป็นชัยชนะเล็กๆ ที่มีความหมายอย่างยิ่ง
“ในที่สุดก็มาถึง” อรุณชัยกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม “ขอบคุณมากนะสุชาติ”
“เราทำได้แล้ว” สุชาติยิ้มตอบ “พรุ่งนี้เราค่อยมาวางแผนสำหรับวันต่อไปกัน”
อรุณชัยมองไปยังป้ายบอกเขตอำเภอ เขารู้สึกถึงความสุขที่เอ่อล้นขึ้นมา การเดินทางครั้งนี้ยังอีกยาวไกล แต่เขาก็พร้อมที่จะก้าวต่อไป ด้วยสองเท้าที่มุ่งมั่น และหัวใจที่เต็มไปด้วยความหวัง
3,370 ตัวอักษร