สังเวียนเดือด ทายาทมวยไทย

ตอนที่ 19 / 35

ตอนที่ 19 — การสืบสวน และความหวังที่ริบหรี่

เช้าวันนั้น เพชรนั่งอยู่ในห้องพักของค่ายมวย ศีรษะของเขาก้มลงต่ำ มือทั้งสองข้างกุมขมับอย่างหนักหน่วง ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนยังคงตามหลอกหลอนเขา เสียงกระซิบกระซาบจากเงามืด คำขู่ที่ไร้ความปรานี และรูปถ่ายของกล้ากับสมชายที่แนบมาในซอง ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามา “พี่เพชรครับ” เสียงของกล้าดังขึ้น ดึงเขาออกจากภวังค์ เพชรเงยหน้าขึ้นมองลูกศิษย์คนสนิท “มีอะไรเหรอ กล้า?” “ผมกับสมชาย…เมื่อคืนเราได้ยินเสียงคนคุยกันแถวห้องเก็บของครับ” กล้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ตอนแรกเราคิดว่าคงไม่มีอะไร แต่พอได้ยินพี่เพชรเล่าเรื่องซองจดหมาย…ผมเลยคิดว่ามันอาจจะเกี่ยวข้องกัน” สมชายพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่ครับพี่เพชร ตอนนั้นประมาณเกือบๆ เที่ยงคืนได้มั้งครับ ผมกำลังจะกลับบ้าน เลยได้ยินเสียงคนสองคนคุยกันอยู่ตรงนั้น ผมกับกล้าเลยแอบเข้าไปฟัง” เพชรมองหน้าลูกศิษย์ทั้งสองด้วยความหวัง “แล้วพวกแกได้ยินอะไรบ้าง?” “ได้ยินไม่ค่อยชัดครับพี่” กล้าตอบ “เสียงมันเบา แล้วก็มีเสียงลมด้วย แต่พอจับใจความได้ว่า…มีคนพูดถึง ‘แผนสอง’ ครับ แล้วก็พูดประมาณว่า ‘ถ้าเพชรไม่ยอมถอนตัวจริงๆ แผนสองก็พร้อมทำงาน’” เพชรขมวดคิ้วแน่น “แผนสอง…นั่นมันก็คือไอ้ผงที่พวกเราเจอสินะ” “ผมว่าใช่นะครับพี่” สมชายเสริม “แล้วเขายังพูดอีกว่า ‘ถ้าเพชรไม่ยอมถอนตัวจริงๆ แผนสองก็พร้อมทำงาน’ แล้วก็มีเสียงถามกลับมาว่า ‘แผนสองคืออะไร?’ แล้วเสียงแรกก็บอกว่า ‘แกไม่รู้…’ แล้วก็เงียบไปเลยครับ” “แล้วพวกแกเห็นหน้าใครบ้างไหม?” เพชรถามอย่างกระตือรือร้น “ไม่เห็นครับพี่” กล้าส่ายหน้า “ตอนนั้นมืดมากเลยครับ แล้วพวกเขาก็อยู่หลังที่เก็บของพอดี เลยมองไม่เห็นตัว” เพชรถอนหายใจอย่างอ่อนแรง ความหวังที่ริบหรี่เมื่อครู่ก็เหมือนจะดับมอดลงไปอีกครั้ง การสืบหาตัวคนร้ายยิ่งยากขึ้นไปอีกเมื่อไม่มีหลักฐานรูปพรรณสัณฐาน “ไม่เป็นไร” เพชรพยายามรวบรวมสติ “อย่างน้อยพวกแกก็ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาก” เขาหันไปมองคุณวิชัยที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ไม่ไกล “คุณวิชัยครับ พวกผมได้ข้อมูลเพิ่มเติมมาอีกหน่อยครับ” คุณวิชัยเดินเข้ามาใกล้ “ว่ามาเลยคุณเพชร” เพชรเล่าเรื่องที่กล้ากับสมชายได้ยินเมื่อคืนให้คุณวิชัยฟังอย่างละเอียด คุณวิชัยตั้งใจฟังทุกคำพูด ใบหน้าแสดงความเคร่งเครียด “แสดงว่าพวกมันมีแผนการเป็นขั้นเป็นตอนจริงๆ” คุณวิชัยพึมพำ “แผนแรกคือการข่มขู่ ส่วนแผนสองคือการใช้สารกระตุ้น” “แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าใครเป็นคนเอาสารพวกนั้นมาให้?” เพชรถามอย่างร้อนรน “ผมต้องระวังตัวตลอดเวลาเลยหรือเปล่า?” “นั่นคือสิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุด” คุณวิชัยกล่าว “จากการวิเคราะห์เบื้องต้น สารที่พบนั้นไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิตหากได้รับในปริมาณน้อยๆ แต่หากนักมวยได้รับสารนี้เข้าไปในระหว่างการแข่งขัน อาจทำให้การควบคุมร่างกายผิดเพี้ยนไป หรือเกิดอาการหลอน ทำให้เสียเปรียบอย่างมาก” “แล้วถ้ามันผสมในน้ำดื่มของผมล่ะครับ?” เพชรนึกถึงน้ำดื่มที่วางอยู่ข้างเวที “นั่นเป็นไปได้สูง” คุณวิชัยตอบ “ดังนั้น คุณเพชรจะต้องระมัดระวังเรื่องน้ำดื่มและอาหารเป็นพิเศษ อย่าให้ใครเข้ามาใกล้ หรืออย่าดื่มน้ำจากแหล่งที่ไม่แน่ใจ” “ผมจะระวังให้มากที่สุดครับ” เพชรยืนยัน “แต่ผมยังสงสัยอยู่ว่า…ใครคือคนที่เห็นผมในคืนนั้น” “ผมก็สงสัยเช่นกัน” คุณวิชัยครุ่นคิด “การที่จะรู้ตัวคนร้าย เราต้องย้อนกลับไปดูที่เกิดเหตุอีกครั้ง อาจจะมีอะไรที่เรามองข้ามไป” ทั้งสามคนเดินไปยังห้องเก็บของอีกครั้ง เพชรชี้ให้ดูบริเวณที่เขาพบซองจดหมาย ส่วนกล้ากับสมชายก็ชี้บริเวณที่พวกเขาได้ยินเสียงคนคุยกัน คุณวิชัยก้มลงสำรวจพื้นอย่างละเอียด ใช้ไฟฉายส่องไปยังมุมต่างๆ “ตรงนี้…มีรอยอะไรบางอย่าง” คุณวิชัยชี้ไปที่พื้นปูนบริเวณใกล้กับที่เก็บของ “เหมือนเป็นรอยลากอะไรบางอย่าง…แต่ก็เลือนลางมาก” เพชรกล้ากับสมชายเดินเข้าไปดู “ผมไม่ทันสังเกตเลยครับ” กล้ากล่าว “อาจจะเป็นรอยของกระสอบปูน หรืออะไรที่ถูกลากมา” คุณวิชัยสันนิษฐาน “แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ทำไมถึงต้องมาทำเรื่องแบบนี้ในที่ลับตาคนแบบนี้?” “อาจจะเป็นเพราะกลัวใครเห็นครับ” เพชรตอบ “ถ้าพวกเขาทำตอนกลางวันแสกๆ หรือตอนที่มีคนเยอะๆ ก็จะถูกจับได้ง่าย” “ใช่…แต่ก็ยังเป็นคำถามที่ค้างคาอยู่ดี” คุณวิชัยเงยหน้าขึ้น “เอาล่ะ คุณเพชร ตอนนี้ผมคงต้องกลับไปวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติมที่แล็บก่อน แต่ผมจะคอยรายงานความคืบหน้าให้คุณทราบเสมอ” “ขอบคุณมากครับคุณวิชัย” เพชรกล่าวด้วยความรู้สึกขอบคุณ “ผมจะรอข่าวจากคุณนะครับ” เมื่อคุณวิชัยและทีมงานกลับไป เพชรก็หันมาหาลูกศิษย์ทั้งสอง “พวกแกแน่ใจนะว่าไม่ได้เห็นใครเลยจริงๆ?” “แน่ใจครับพี่” กล้าและสมชายประสานเสียงกัน “มืดจริงๆ ครับ แล้วก็เสียงคนคุยกันก็ไม่ได้ดังมากด้วย เราได้ยินแค่บางส่วน” เพชรพยักหน้า “เอาล่ะ หลังจากนี้ พวกแกสองคนต้องช่วยกันจับตาดูคนในค่ายให้ดี ถ้าเห็นใครทำอะไรผิดปกติ หรือใครที่เข้ามาถามเรื่องของพี่มากเป็นพิเศษ ให้รีบมาบอกพี่ทันที เข้าใจไหม?” “เข้าใจครับพี่!” ทั้งสองตอบรับอย่างแข็งขัน เพชรรู้สึกได้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การชกบนเวทีอีกต่อไป แต่มันคือการต่อสู้ที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก เขาต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่มองไม่เห็น ที่พร้อมจะใช้ทุกวิถีทางสกปรกเพื่อทำลายเขา เขาต้องปกป้องค่ายมวยแห่งนี้ และเขาก็ต้องปกป้องลูกศิษย์ของเขาด้วย “พี่เพชรครับ” กล้าพูดขึ้นมาอีกครั้ง “ผมคิดว่า…อาจจะมีคนในค่ายเรานี่แหละครับ ที่เป็นคนของเสี่ยวิทย์” คำพูดของกล้าทำให้เพชรสะดุ้ง “ทำไมแกถึงคิดแบบนั้น?” “ก็…เมื่อคืนตอนที่พี่บอกว่าได้ยินเสียงคนคุยกัน…ผมจำได้ว่าตอนนั้นลุงบุญแกก็มาที่ค่ายดึกเหมือนกันครับ” กล้าอึกอัก “แกบอกว่าลืมของไว้ แต่แกก็ไม่ได้เข้าไปในยิมนะ แค่เดินวนๆ อยู่แถวนั้น” เพชรขมวดคิ้ว “ลุงบุญ? ลุงบุญเป็นคนของเสี่ยวิทย์ตั้งแต่เมื่อไหร่?” “ผมก็ไม่แน่ใจครับพี่” กล้าตอบ “แต่ผมเคยเห็นแกคุยกับเสี่ยวิทย์อยู่สองสามครั้งตอนที่เสี่ยวิทย์มาที่ค่ายเมื่อก่อน แต่ผมก็นึกว่าแกเป็นแค่คนรู้จักกัน” “ลุงบุญ…” เพชรทวนชื่อ เขาเคยไว้ใจลุงบุญมาตลอด ลุงบุญเป็นคนเก่าแก่ในวงการมวย เป็นเพื่อนเก่าของพ่อเขา และเป็นคนที่คอยช่วยดูแลค่ายมาตลอด การที่ลุงบุญอาจจะเป็นสายลับของเสี่ยวิทย์…มันทำให้เขารู้สึกราวกับถูกแทงข้างหลัง “แล้วหลังจากนั้น พวกแกเห็นลุงบุญไปไหนต่อ?” เพชรถาม “ผมไม่แน่ใจครับพี่” สมชายเสริม “ตอนนั้นผมกับกล้า รีบกลับบ้านแล้ว เลยไม่ได้สังเกตอะไรอีก” “เอาล่ะ” เพชรตัดสินใจ “เรื่องนี้…พี่จะลองไปคุยกับลุงบุญดูเอง พวกแกไปบอกคนอื่นให้รู้ว่า ถ้าใครเห็นอะไรผิดปกติ ให้รีบมาบอกพี่ หรือคุณวิชัยทันที เข้าใจนะ” “เข้าใจครับพี่” กล้าและสมชายตอบรับ เพชรเดินออกจากห้องพัก หัวใจของเขาหนักอึ้ง เขาไม่แน่ใจว่าลุงบุญจะไว้ใจได้อีกหรือไม่ แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น เขาต้องเผชิญหน้ากับความจริง และต้องเดินหน้าต่อไปเพื่อค่ายมวยศิษย์พยัคฆ์ดำแห่งนี้

5,424 ตัวอักษร