ตอนที่ 2 — การประชุมสุดป่วนของสองขั้วตรงข้าม
ห้องประชุมเล็กของสำนักพิมพ์ที่ปกติจะอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความจริงจังและเป็นมืออาชีพ วันนี้กลับเต็มไปด้วยความปั่นป่วนที่ก่อตัวขึ้นจากสองบุคคลที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ด้านหนึ่งคือนภัสสร บรรณาธิการผู้เคร่งครัดในกฎระเบียบ ท่าทางสง่างามในชุดสูทสีเข้ม ดวงตาคมกริบส่องประกายภายใต้แว่นตาอันบางเบา เธอถือปากกาสีแดงในมือ เตรียมพร้อมที่จะขีดเส้นใต้คำที่ผิดพลาดหรือประโยคที่กำกวม
อีกด้านหนึ่งคือภาคย์ นักเขียนหนุ่มผู้เปี่ยมไปด้วยจินตนาการอันไร้ขอบเขต เขานั่งเท้าคางมองเพดานราวกับกำลังค้นหาแรงบันดาลใจจากหยดน้ำที่เกาะอยู่บนนั้น เสื้อยืดสีสดใสกับกางเกงยีนส์ขาดๆ ของเขาดูขัดแย้งกับสภาพแวดล้อมอย่างสิ้นเชิง
“เอาล่ะครับคุณภาคย์” นภัสสรเริ่มต้นการสนทนาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามรักษาความเป็นมืออาชีพ “จากที่ผมได้อ่านต้นฉบับ ‘อัศวินแดนสนธยากับมังกรแห่งห้วงจักรวาล’ ผมมีข้อเสนอแนะหลายประการครับ”
ภาคย์หันมามองเธอทันที ดวงตาเป็นประกาย “ครับ! ผมพร้อมรับฟังทุกคำแนะนำครับ! คุณนภัสสรต้องการให้ผมเสริมฉากต่อสู้ให้ดุเดือดขึ้นอีก หรือเพิ่มตัวละครที่กินผลไม้พิสดารได้อีกสักตัวดีครับ?”
นภัสสรขมวดคิ้วเล็กน้อย “คือ… ผมคิดว่าสิ่งแรกที่เราควรจะจัดการคือ… ความสมเหตุสมผลของเนื้อเรื่องครับ”
“ความสมเหตุสมผล?” ภาคย์เลิกคิ้ว “เรื่องนี้มันแฟนตาซีนะครับ! จินตนาการมันไร้ขอบเขต!”
“ผมเข้าใจครับว่ามันเป็นนิยายแฟนตาซี” นภัสสรพยายามอธิบายอย่างใจเย็น “แต่แม้แต่ในโลกแฟนตาซีก็ควรจะมีกฎเกณฑ์บางอย่างที่สอดคล้องกันนะครับ อย่างเช่น… ทำไมเซอร์ลอเรียลถึงมีผมสีฟ้า? และดาบแห่งแสงจันทร์ที่ทำจากน้ำตาของดวงดาว… มันทำงานอย่างไร? แล้วเสือดาวสองหัวที่บินได้… มันกินอาหารประเภทไหน?”
ภาคย์ทำตาโต “อ้อ! เรื่องนั้นเอง! คือ… ผมคิดว่ามันดูเท่ดีครับ! ผมอยากให้ตัวเอกของเรามีอะไรที่แตกต่างจากอัศวินคนอื่นๆ ทั่วไป ส่วนดาบแสงจันทร์น่ะ มันเป็นเวทมนตร์โบราณที่สืบทอดกันมา มันเลยมีพลังวิเศษ สามารถฟันทะลุเกราะได้ทุกชนิด ส่วนเสือดาวสองหัวก็… คือผมเคยฝันเห็นมันครับ มันดูสง่างามมากเวลาที่มันบิน!”
นภัสสรสูดลมหายใจลึก “คุณภาคย์ครับ… ผมเข้าใจว่าคุณมีจินตนาการที่กว้างไกล แต่นักอ่านต้องการความเชื่อมโยงบางอย่าง พวกเขาต้องการตัวละครที่รู้สึกว่ามีตัวตนได้ แม้จะเป็นในโลกแฟนตาซีก็ตาม”
“แต่เซอร์ลอเรียลมีตัวตนนะครับ! เขากล้าหาญ เสียสละ และเขาก็รักเจ้าหญิง ‘ออโรร่า’ อย่างสุดหัวใจ” ภาคย์แย้ง
“เจ้าหญิงออโรร่าที่มีหูเป็นรูปแครอท?” นภัสสรอดที่จะถามไม่ได้
“นั่นเป็นจุดเด่นของเธอครับ! มันทำให้เธอดูอ่อนโยนและน่ารัก เหมือนกับแครอทที่เพิ่งถูกเด็ดออกมาจากไร่สดๆ ใหม่ๆ!” ภาคย์ยิ้มกว้าง
“คุณภาคย์ครับ… ผมคิดว่าเราควรจะปรับเปลี่ยนรายละเอียดบางอย่างที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เรื่องราวมีความน่าติดตามและเข้าถึงง่ายมากขึ้น” นภัสสรพยายามเสนอแนวทาง “อย่างเช่น… แทนที่จะให้เซอร์ลอเรียลมีผมสีฟ้า เราอาจจะเปลี่ยนเป็นผมสีดำเข้ม หรือสีน้ำตาลเข้ม ซึ่งดูเป็นธรรมชาติมากกว่า”
“ไม่ครับ! ผมไม่ยอมเด็ดขาด! ผมตั้งใจให้เขาเป็นผมสีฟ้า! สีฟ้าคราม! มันเป็นเอกลักษณ์ของเขา! ถ้าผมสีฟ้าหายไป เขาก็เป็นแค่อัศวินธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น!” ภาคย์ปฏิเสธทันควัน
“แต่… มันดูไม่สมจริงเลยนะครับ” นภัสสรพยายามโน้มน้าว “แล้วดาบที่ทำจากน้ำตาของดวงดาว… มันก็ดูเกินจริงไปหน่อย เราอาจจะเปลี่ยนเป็นดาบศักดิ์สิทธิ์ที่สืบทอดกันมาในตระกูล หรือดาบที่ได้รับพลังจากเทพเจ้าก็ได้ครับ”
“ไม่! ดาบน้ำตาของดวงดาวมันมีพลังมากกว่านั้น! มันสามารถสะท้อนความรู้สึกที่แท้จริงของผู้ที่ถือครองได้! ยิ่งใครเสียใจมากเท่าไหร่ ดาบก็จะยิ่งส่องประกายมากขึ้นเท่านั้น!” ภาคย์อธิบายอย่างตื่นเต้น
นภัสสรเริ่มรู้สึกว่าการสนทนาครั้งนี้กำลังจะพาเธอไปสู่ความสับสนวุ่นวาย เธอหยิบปากกาสีแดงขึ้นมาแล้วจ้องมองไปที่ต้นฉบับ
“เอาอย่างนี้ดีกว่าครับคุณภาคย์” นภัสสรเสนอ “ผมจะลองปรับแก้บางส่วนของเรื่องราวในแบบที่ผมคิดว่าเหมาะสมที่สุด แล้วคุณลองอ่านดูนะครับ ถ้าคุณไม่ชอบจริงๆ เราค่อยมาคุยกันอีกที”
“ก็ได้ครับ! ผมเชื่อในวิจารณญาณของคุณนภัสสร! คุณเป็นบรรณาธิการที่เก่งที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมา!” ภาคย์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ขอบคุณครับ” นภัสสรตอบรับ “แต่… ผมคิดว่าคุณภาคย์คงต้องช่วยผมอีกแรงนะครับ เพราะมีหลายส่วนที่ผมอ่านแล้วยังไม่เข้าใจจริงๆ”
“แน่นอนครับ! ผมจะช่วยคุณเต็มที่! เรามาสร้างสรรค์ผลงานชิ้นโบว์แดงไปด้วยกันเลย!” ภาคย์กระโดดลงจากเก้าอี้ด้วยความกระตือรือร้น
นภัสสรอดไม่ได้ที่จะอมยิ้มให้กับท่าทางของภาคย์ แม้ว่าเขาจะดูเพี้ยนและจินตนาการล้ำเลิศเกินไปจนน่าปวดหัว แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงความตั้งใจและความมุ่งมั่นในตัวเขา
“เอาล่ะครับ… เริ่มจากคำว่า ‘ปลาหมึก’ ที่แขนแม่มดก่อนเลยนะครับ” นภัสสรเริ่มลงมือขีดเส้นใต้ที่คำนั้น “ผมคิดว่าเราอาจจะต้องหาคำอธิบายที่… สมเหตุสมผลกว่านี้”
“สมเหตุสมผล?” ภาคย์ทำหน้าสงสัย “แต่ผมบอกไปแล้วไงครับว่าเธอเคยเป็นนักประดาน้ำ!”
“ใช่ครับ… แต่นักอ่านอาจจะสงสัยว่าทำไมเธอถึงสักรูปปลาหมึกไว้ที่แขน แล้วการสักรูปปลาหมึกมันเกี่ยวข้องอะไรกับการเป็นแม่มดแห่งเงามืด?” นภัสสรพยายามอธิบาย
“อ๋อ… คือ… ผมกำลังจะอธิบายตรงนั้นในบทถัดไปครับ!” ภาคย์รีบเสริม “คือปลาหมึกเนี่ย มันเป็นสัญลักษณ์ของความลึกลับ และมันก็มีความสามารถในการพรางตัวได้อย่างแนบเนียน ซึ่งเหมาะกับแม่มดแห่งเงามืดมากๆ!”
“อย่างนั้นเหรอครับ” นภัสสรถามอย่างไม่ค่อยแน่ใจ “แล้ว… ถ้าเราเปลี่ยนจากปลาหมึกเป็น… ลายสักที่เป็นเงา หรือเป็นสัญลักษณ์ลึกลับอื่นๆ แทนล่ะครับ?”
ภาคย์ทำตาโต “ไม่! ปลาหมึกมันดีที่สุดแล้ว! มันดูแปลกตาและน่าจดจำ! แถมยังสื่อถึงความลึกลับได้ดีอีกด้วย! ผมว่าเราควรจะคงไว้ครับ!”
นภัสสรสูดลมหายใจลึก “ก็ได้ครับ… ถ้าคุณยืนยันอย่างนั้น… ผมจะลองหาวิธีที่จะทำให้มันดูสมเหตุสมผลมากขึ้นก็แล้วกันนะครับ”
การทำงานร่วมกันของทั้งสองคนดูเหมือนจะเริ่มต้นขึ้นด้วยความยากลำบาก แต่ลึกๆ แล้ว นภัสสรก็อดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ ที่จะได้เห็นว่าเรื่องราวอันแสนจะเพี้ยนนี้ จะกลายมาเป็นนิยายที่น่าสนใจได้อย่างไร ภายใต้การดูแลของเธอ
4,844 ตัวอักษร