ตอนที่ 14 — การบุกทะลวงโกดังปริศนา
คืนนั้น พระจันทร์เต็มดวงส่องแสงนวลตาให้เห็นเงาตะคุ่มของต้นไม้ใหญ่ที่ทอดตัวยาวไปตามพื้นดิน อากาศเย็นสบาย เหมาะแก่การทำภารกิจที่ต้องใช้ความเงียบและความรวดเร็ว
ภูผา ตะวัน และเผือก สวมชุดสีดำที่กลมกลืนไปกับความมืด สองคนเดินนำหน้าอย่างระมัดระวัง ขณะที่เผือกตามมาติดๆ เขาถือกระเป๋าใบใหญ่ที่ภายในบรรจุอุปกรณ์จำเป็นสำหรับการเข้าพื้นที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต
"พวกเราอยู่ห่างจากโกดังประมาณ 50 เมตร" ภูผากระซิบผ่านวิทยุสื่อสารขนาดเล็ก "ตอนนี้ยังไม่เห็นวี่แววของคนเฝ้า"
"รับทราบค่ะ" ตะวันตอบเสียงเบา "หนูเห็นแสงไฟจากหน้าต่างชั้นสองของโกดังค่ะ"
"แสดงว่ามีคนอยู่ข้างใน" ภูผาพึมพำ "เผือก นายพร้อมไหม?"
"พร้อมเสมอครับพี่" เผือกตอบอย่างมั่นใจ "อุปกรณ์ครบทุกอย่าง"
ทั้งสามคนค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าไปใกล้โกดังร้างมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกย่างก้าวถูกย่องอย่างเงียบเชียบ ราวกับแมวนักล่าที่กำลังย่องเข้าหาเหยื่อ เสียงกรวดทรายใต้ฝ่าเท้าดังเพียงแผ่วเบา
เมื่อมาถึงบริเวณกำแพงด้านหลังของโกดัง ภูผาชี้ไปที่ช่องระบายอากาศเล็กๆ ที่อยู่ใกล้พื้นดิน "ตะวัน เธอเข้าไปก่อน"
ตะวันพยักหน้า เธอค่อยๆ คลานเข้าไปในช่องระบายอากาศที่ค่อนข้างแคบและอับชื้น เธอดันตัวเข้าไปอย่างทุลักทุเล แต่ด้วยความตั้งใจที่จะไขคดีให้สำเร็จ เธอก็สามารถมุดเข้าไปได้ในที่สุด
"ฉันเข้ามาแล้ว" ตะวันกระซิบ "ข้างในมืดมาก แต่ได้ยินเสียงคนคุยกันอยู่ข้างล่าง"
"ใครบ้าง? พูดเรื่องอะไร?" ภูผาถามด้วยความตื่นเต้น
"เสียงเหมือนผู้ชายสองคนค่ะ" ตะวันตอบ "กำลังคุยเรื่องการขนย้ายของ"
"ขนย้ายอะไร?"
"เหมือนจะเป็นกล่องไม้เก่าๆ ค่ะ" ตะวันบอก "พวกเขาพูดถึง 'ของชิ้นสำคัญ' ที่ต้องรีบส่งมอบให้ 'นายใหญ่' โดยเร็วที่สุด"
"นายใหญ่... น่าจะเป็นคุณสุเทพแน่ๆ" ภูผาคาดเดา "ตะวัน พยายามหาตำแหน่งของกล่องไม้พวกนั้น แล้วก็หาทางเปิดประตูจากข้างใน"
"รับทราบค่ะ" ตะวันตอบ "แต่หนูว่า... หนูได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากทางเดินด้านนอกโกดังด้วยค่ะ"
"อะไรนะ?" ภูผาตกใจ "มีคนอื่นอีกเหรอ?"
"ไม่แน่ใจค่ะ" ตะวันตอบ "อาจจะเป็นยามที่เดินตรวจตรา"
ทันใดนั้นเอง เสียงกุกกักดังมาจากด้านหน้าของโกดัง ภูผาและเผือกชะงักกึก พวกเขาเห็นเงาของคนสองคนกำลังเดินออกมาจากประตูหลักของโกดัง
"ต้องรีบแล้ว!" ภูผากระซิบ "เผือก! เปิดประตูจากข้างใน!"
เผือกไม่รอช้า เขาหยิบอุปกรณ์สะเดาะกุญแจออกมาจากกระเป๋าอย่างรวดเร็ว เขาเดินไปที่ประตูหลักของโกดังอย่างเงียบเชียบ โดยมีภูผาคอยดูต้นทาง
"มีคนออกมา!" ภูผาเตือน
"ใจเย็นครับพี่" เผือกตอบ "ผมแค่จะลองดู"
ขณะที่เผือกกำลังง่วนอยู่กับการสะเดาะกุญแจ ทันใดนั้นเอง ประตูอีกบานหนึ่งของโกดังก็เปิดออก และมีชายร่างใหญ่สองคนเดินออกมา พวกเขาดูเหมือนจะเป็นคนเฝ้าโกดัง
"เฮ้ย! ใครน่ะ!" ชายคนหนึ่งตะโกนขึ้น
ภูผาและเผือกตกใจ แต่ก็ตั้งสติได้ทัน ภูผาผลักเผือกให้หลบไปด้านหลัง ก่อนจะเผชิญหน้ากับคนร้าย
"เราเป็นใครไม่สำคัญ" ภูผาพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ดูน่าเกรงขาม "แต่พวกแกกำลังทำผิดกฎหมาย"
"ฮ่าๆๆ" ชายร่างใหญ่คนหนึ่งหัวเราะเยาะ "เด็กน้อยอย่างแกจะทำอะไรพวกเราได้"
"ปล่อยพวกเราไปซะ" อีกคนกล่าว "แล้วพวกแกจะปลอดภัย"
"ไม่มีทาง" ภูผาตอบ "พวกแกกำลังขโมยของโบราณ"
"โง่สิ้นดี!" ชายคนนั้นสบถ ก่อนจะพุ่งเข้าใส่ภูผา
ภูผาหลบหลีกการโจมตีอย่างรวดเร็ว เขาไม่ใช่คนที่จะต่อสู้เก่ง แต่เขามีความคล่องแคล่วและไหวพริบที่เหนือกว่า เขาใช้สิ่งของรอบตัวเป็นเครื่องมือในการป้องกันตัว
ในขณะเดียวกัน เผือกก็สามารถสะเดาะกุญแจประตูได้สำเร็จ เขาเปิดประตูออกอย่างเงียบเชียบ แล้วตะโกนกลับเข้าไปในโกดัง
"ตะวัน! ออกมาได้เลย!"
ตะวันรีบวิ่งออกมาจากโกดัง เธอเห็นสถานการณ์ที่ภูผากำลังต่อสู้กับคนร้ายอยู่
"พี่ภูผา!" ตะวันตะโกน เธอรีบคว้าท่อนไม้ที่วางอยู่ใกล้ๆ แล้ววิ่งเข้าไปช่วยภูผา
ทั้งสามคนช่วยกันต่อสู้กับคนร้ายอย่างดุเดือด แม้ว่าพวกเขาจะเสียเปรียบในเรื่องพละกำลัง แต่ความสามัคคีและความมุ่งมั่นก็ทำให้พวกเขาสู้ได้อย่างสูสี
"ถอยไป!" ชายร่างใหญ่คนหนึ่งผลักตะวันออกไปอย่างแรง เธอเซถลาไปชนกับกองลังไม้
"ตะวัน!" ภูผาร้องเสียงหลง
ขณะนั้นเอง เผือกก็เห็นโอกาส เขาคว้าจักรยานของเขาที่จอดไว้ใกล้ๆ แล้วพุ่งเข้าใส่คนร้ายคนหนึ่งอย่างแรง ทำให้เขาล้มลงไปกองกับพื้น
"รีบไปกันเถอะ!" เผือกตะโกน
ทั้งสามคนวิ่งหนีออกจากบริเวณโกดังอย่างรวดเร็ว พวกเขาได้ยินเสียงตะโกนด่าทอและเสียงฝีเท้าของคนร้ายที่ไล่ตามมา
"ฉันมีข้อมูลแล้ว!" ตะวันหอบหายใจ "ในโกดังมีกล่องไม้ที่พวกมันกำลังจะขนย้ายออกไป และมี 'สร้อยพระศอแห่งองค์ราชินี' อยู่ในนั้นแน่นอน!"
"เยี่ยมมาก!" ภูผาตอบ "เราต้องรีบไปแจ้งตำรวจ"
ทั้งสามคนวิ่งไปขึ้นจักรยานของเผือกอย่างรวดเร็ว เผือกปั่นจักรยานนำหน้าด้วยความเร็วสูงสุด โดยมีภูผาและตะวันซ้อนท้ายมาด้วย
"พวกมันยังตามมาอยู่!" เผือกตะโกน
"ไม่ต้องห่วง" ภูผาบอก "เราต้องไปให้ถึงสถานีตำรวจให้เร็วที่สุด"
การหลบหนีครั้งนี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและอันตราย แต่พวกเขาก็สามารถหลบหนีออกมาได้พร้อมกับข้อมูลสำคัญที่อาจจะนำไปสู่การคลี่คลายคดีได้
เมื่อมาถึงสถานีตำรวจ ภูผา ตะวัน และเผือก เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้กับสารวัตรสมศักดิ์ฟังอย่างละเอียด
"คุณแน่ใจนะว่า 'สร้อยพระศอแห่งองค์ราชินี' อยู่ในโกดังนั้น?" สารวัตรสมศักดิ์ถามอย่างจริงจัง
"แน่ใจครับท่าน" ภูผาตอบ "ตะวันเห็นกับตาเลย"
"พวกเราได้ยินพวกมันคุยกันเองด้วยครับ" เผือกเสริม "ว่ากำลังจะส่งของให้ 'นายใหญ่' คืนนี้"
สารวัตรสมศักดิ์พยักหน้า "ดีมาก พวกคุณทำดีมาก" เขาหันไปสั่งลูกน้อง "เตรียมกำลัง! เราจะบุกเข้าจับกุมตัวคนร้ายที่โกดังร้างแห่งนั้นเดี๋ยวนี้!"
แสงไฟจากรถตำรวจส่องสว่างไปทั่วท้องถนน เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าการไล่ล่ากำลังจะสิ้นสุดลง
4,502 ตัวอักษร