ตอนที่ 1 — แสงไฟในความมืดและฝุ่นปูน
สายลมยามเย็นพัดโชยอ่อนๆ พาเอาละอองฝุ่นปูนและกลิ่นอายของดินเหนียวที่เพิ่งถูกเหยียบย่ำมาผสมผสานกันอย่างคุ้นเคย เสียงเครื่องจักรที่ทำงานมาตลอดทั้งวันค่อยๆ เงียบลง เหลือเพียงเสียงลมหวีดหวิวลอดผ่านโครงสร้างคอนกรีตที่กำลังก่อร่างสร้างตัว “บ้านกลางเมือง” โครงการคอนโดมิเนียมหรูแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ คือสมรภูมิการทำงานของ ‘นนท์’ ชายหนุ่มร่างผอมสูงที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแกร่งจากการตรากตรำกลางแดดกลางฝนมาหลายปี นนท์มีอายุเพียงยี่สิบห้าปี แต่ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความเหนื่อยล้าที่สะท้อนถึงชีวิตที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนตั้งแต่ยังเด็ก ดวงตาคมกริบภายใต้คิ้วเข้มที่มักจะขมวดน้อยๆ ยามครุ่นคิดนั้น ซ่อนประกายความหวังและความมุ่งมั่นที่ไม่มีวันดับมอด
“นนท์! ไอ้หนุ่ม! เลิกงานแล้วโว้ย! อย่ามัวแต่ยืนเกาหัวอยู่ตรงนั้น รีบเก็บของไปอาบน้ำอาบท่าได้แล้ว พรุ่งนี้หกโมงเช้าเราต้องมาถึงหน้าไซต์นะเว้ย” เสียงตะโกนแหบแห้งของ ‘ลุงสม’ หัวหน้าคนงานดังขึ้นมา นนท์สะดุ้งเล็กน้อยจากภวังค์ความคิด เขาหันไปยิ้มให้ลุงสมที่กำลังโบกไม้โบกมือเรียกอยู่ไม่ไกล
“ครับลุงสม กำลังจะไปแล้วครับ” นนท์ตอบพลางรีบก้มลงเก็บเครื่องมือที่วางระเกะระกะอยู่ข้างตัว การเก็บกวาดข้าวของหลังเลิกงานเป็นกิจวัตรที่เขาไม่เคยละเลย ความเป็นระเบียบเรียบร้อยเป็นสิ่งสำคัญ แม้ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความโกลาหลก็ตาม
“นี่แกก็คิดอะไรเพลินๆ อีกแล้วนะ เมื่อวานก็เห็นยืนเหม่ออยู่ตรงเสาต้นเดิมตั้งนานสองนาน ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่” ลุงสมเดินเข้ามาใกล้ พลางใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ไหลย้อยลงมาตามกรอบหน้า “อยากจะเป็นวิศวกรใหญ่รึไง ถึงได้มองดูแบบก่อสร้างไม่วางตา” ลุงสมเอ่ยแซวปนขำขัน
นนท์หัวเราะเบาๆ “ก็อยากจะเป็นเหมือนกันครับลุง สมัยเด็กๆ ผมเห็นวิศวกรมาคุมงานแล้วเท่จะตายไป อยากมีความรู้เยอะๆ จะได้สร้างตึกสวยๆ แบบนี้ได้บ้าง”
“ฮ่าๆๆ ฝันไปเถอะไอ้หนุ่ม! ฝันไปก่อนแล้วกัน การจะเป็นวิศวกรได้มันต้องเรียนตั้งเยอะแยะ ต้องมีใบปริญญา สองสามใบโน่น ถึงจะเข้าท่า นี่ยังคิดจะเรียนต่ออยู่อีกเหรอ เห็นเมื่อคืนแอบเอาหนังสือเล่มหนาๆ มาอ่านในห้องพักอีกแล้ว” ลุงสมพูดอย่างรู้ทัน เขาเห็นนนท์แอบศึกษาหาความรู้มาตลอด แม้จะเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหนักเพียงใดก็ตาม
“ก็อยากเรียนรู้นี่ครับลุง มันไม่เคยทำให้ผมเหนื่อยเลยสักนิด” นนท์ตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ยิ่งได้รู้เยอะๆ ผมยิ่งรู้สึกว่าโลกมันกว้างขึ้น ยิ่งมีอะไรให้ค้นหาอีกเยอะแยะ”
“เออๆ เอาที่แกสบายใจแล้วกัน แต่ก็อย่าหักโหมเกินไปนะ ร่างกายสำคัญที่สุด ทำงานหนักแล้วยังจะมาตรากตรำอ่านหนังสืออีก เดี๋ยวก็ไม่สบายไปอีก” ลุงสมเตือนด้วยความเป็นห่วง “ไป ไปอาบน้ำได้แล้ว เดี๋ยวคนอื่นเขาจะหาว่าเราชวนคุยเพลินจนลืมเวลานอน”
นนท์พยักหน้ารับคำ เดินไปหยิบกระเป๋าคู่ใจที่วางพิงอยู่กับกองอิฐ เขาเดินผ่านกลุ่มเพื่อนคนงานที่กำลังพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน นนท์ยิ้มให้พวกเขา แต่ก็ไม่ได้เข้าไปร่วมวง เขาเลือกที่จะเดินลัดเลาะไปตามทางเดินแคบๆ ที่เต็มไปด้วยเศษปูนและท่อเหล็ก เพื่อมุ่งหน้าไปยังห้องน้ำชั่วคราวที่ตั้งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก
ภายในห้องอาบน้ำชั่วคราวที่เต็มไปด้วยไอน้ำ กลิ่นสบู่หอมฉุนลอยอบอวล นนท์ถอดเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยคราบเหงื่อและฝุ่นปูนออกอย่างรวดเร็ว เขายืนปล่อยให้น้ำเย็นเฉียบจากฝักบัวชำระล้างความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวัน ความเย็นของน้ำช่วยปลุกให้ร่างกายได้ตื่นตัวอีกครั้ง หลังจากอาบน้ำเสร็จ นนท์เดินกลับมายังห้องพักคนงานที่อยู่ไม่ไกลนัก ห้องพักเป็นเพียงสังกะสีเก่าๆ ที่ถูกนำมาเชื่อมต่อกันเป็นห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ภายในมีเพียงที่นอนบางๆ หนึ่งหลังและตู้เสื้อผ้าใบเล็กๆ ที่แทบจะใส่ข้าวของได้ไม่กี่อย่าง
เมื่อมาถึงห้อง นนท์ก็พบว่า ‘เอก’ เพื่อนสนิทของเขา ซึ่งเป็นคนงานอีกคนหนึ่งกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนที่นอนของตัวเอง เอกเป็นคนตัวเล็กกว่านนท์ แต่ก็มีใบหน้าที่ดูฉลาดและแววตาที่ขี้เล่นกว่า “ไงไอ้นนท์ อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ เมื่อกี้ลุงสมบ่นอะไรแกอีกแล้วล่ะ” เอกทักขึ้นเมื่อเห็นนนท์เดินเข้ามา
“ก็บ่นเรื่องเดิมๆ น่ะสิ เรื่องที่ฉันชอบไปยืนเหม่อคิดอะไรไม่รู้ แล้วก็เรื่องที่ฉันอ่านหนังสือเยอะเกินไป” นนท์ตอบพลางวางกระเป๋าลงบนพื้น “แล้วแกอ่านอะไรอยู่ล่ะ เห็นขะมักเขม้นเชียว”
เอกยิ้มกริ่ม “ก็อ่านหนังสือที่แกให้ยืมมานั่นแหละ ‘เทคนิคการคำนวณโครงสร้างเบื้องต้น’ แกนี่มันแปลกคนจริงๆ นะ ทำไมถึงชอบอ่านอะไรยากๆ พวกนี้กัน”
“มันไม่ยากหรอกเอก ถ้าเราตั้งใจจะเข้าใจมันจริงๆ” นนท์เดินไปหยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมาจากกระเป๋า มันเป็นหนังสือเกี่ยวกับหลักการออกแบบอาคาร “นี่! ฉันเพิ่งได้มาจากร้านหนังสือมือสองเมื่อวาน อ่านแล้วมันน่าสนใจดีนะ เกี่ยวกับสถาปัตยกรรมสมัยใหม่”
เอกมองดูปกหนังสือด้วยความประหลาดใจ “สถาปัตยกรรม? นี่แกจะบ้าเหรอ นนท์ นี่มันคนละเรื่องกับที่แกกำลังทำอยู่นะ”
“มันไม่คนละเรื่องหรอกเอก ลองคิดดูสิ งานของเราคือการสร้างให้มันแข็งแรง ใช้วัสดุให้คุ้มค่า แต่พวกสถาปนิกเขาก็คิดเรื่องความสวยงาม รูปทรง การใช้งานที่หลากหลายด้วย ถ้าเราเข้าใจเรื่องพวกนี้ เราก็จะได้ไอเดียใหม่ๆ ในการทำงานของเราไง” นนท์อธิบายด้วยแววตาเป็นประกาย “ลองอ่านดูสิ แล้วแกจะรู้ว่าการสร้างตึกมันมีอะไรมากกว่าแค่การเทปูน การผูกเหล็ก”
เอกส่ายหน้าเบาๆ “ฉันไม่ค่อยเข้าใจหรอกเรื่องพวกนี้ ฉันถนัดเรื่องการคำนวณจำนวนเหล็ก จำนวนปูนมากกว่า ถ้าแกอยากได้ไอเดียอะไรที่มันเกี่ยวกับงานก่อสร้างจริงๆ ค่อยมาบอกฉัน”
“อืม...ก็ได้” นนท์พยักหน้า “แต่แกต้องลองเปิดใจดูนะ”
นนท์เดินไปที่มุมห้อง นำเอาโคมไฟตั้งพื้นเล็กๆ ที่เขาซื้อมาด้วยเงินเก็บอันน้อยนิดมาเสียบปลั๊ก แสงไฟสีเหลืองนวลส่องสว่างลงบนกองหนังสือและสมุดบันทึกของเขา นนท์นั่งลงบนพื้น วางหนังสือสถาปัตยกรรมเล่มใหม่ไว้ข้างกาย แล้วหยิบสมุดบันทึกเล่มเก่าขึ้นมา เปิดอ่านทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้มาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
ปมหลักของเรื่องคือความฝันของนนท์ที่อยากจะเป็นนักออกแบบอาคาร หรือสถาปนิก เขามาจากครอบครัวที่ยากจน ไม่มีโอกาสได้เรียนต่อในระดับสูง จึงต้องมาทำงานเป็นคนงานก่อสร้าง แต่เขาก็ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา เขามีความใฝ่ฝันอันแรงกล้าที่จะพัฒนาตนเอง หาความรู้เพิ่มเติมด้วยตนเองในยามว่าง เพื่อสักวันหนึ่งจะได้ก้าวข้ามข้อจำกัดทางสังคมและเศรษฐกิจ เพื่อไปให้ถึงเส้นชัยแห่งความฝันที่เขาวาดหวังไว้
5,053 ตัวอักษร