ตอนที่ 2 — เมล็ดพันธุ์แห่งความกังวล
หลังจากวางสายจากลูกสาว ยายอินทร์ก็รู้สึกหนักอึ้งในใจ เธอเดินกลับไปที่บ้านด้วยท่าทีที่เหม่อลอยกว่าปกติ ใบหน้ายับย่นเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งวัย บัดนี้กลับมีรอยขมวดที่แสดงถึงความกังวลประทับลึกกว่าเดิม ตาอินเห็นภรรยาเดินกลับมาในสภาพนั้น ก็รีบวางจอบลงและเดินเข้ามาหา
"เป็นอะไรรึยาย กลับมาหน้าตาซีดเซียวเชียว" ตาอินถามด้วยความเป็นห่วง พลางใช้มือหยาบกร้านของเขาลูบแขนภรรยาเบาๆ "มีอะไรไม่สบายใจรึเปล่า"
ยายอินทร์ส่ายหน้าช้าๆ "เปล่าหรอกตา แค่เหนื่อยหน่อย" เธอพยายามยิ้มให้สามี แต่รอยยิ้มนั้นดูฝืนๆ "แต่มีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ"
ทั้งสองนั่งลงบนแคร่ไม้หน้าบ้าน ลมเย็นๆ ที่พัดมาจากทุ่งนาช่วยคลายความร้อนของแดดที่เริ่มแรงขึ้น ยายอินทร์เล่าเรื่องที่สายใจโทรมาขอเงินให้หลานชายสำหรับค่าเทอมให้ตาอินฟังอย่างละเอียด
"ไอ้ต้นจะเปิดเทอมแล้วรึ" ตาอินพึมพำ "เร็วเหมือนโกหกเลยนะ" เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง "แล้วยายจะเอาเงินที่ไหนให้เขา"
"นั่นสิ" ยายอินทร์ถอนหายใจ "เงินที่เก็บไว้สำหรับซื้อปุ๋ยกับยาบำรุงดินก็ใกล้จะหมดแล้ว ถ้าไม่มีปุ๋ยดีๆ ผักของเราก็คงไม่ได้ผลเท่าที่ควร"
"หรือเราจะลองไปยืมเงินจากคุณสมศักดิ์มาหน่อยดีไหม" ตาอินเสนอ "เขาก็มีเงินทุนเยอะอยู่"
ยายอินทร์ส่ายหน้าทันที "ไม่ได้หรอกตา สมศักดิ์เขาเป็นคนใจคอโหดร้ายนัก ถ้าเรายืมเขา เขาก็ต้องคิดดอกเบี้ยแพงแน่ๆ แล้วเราจะหาเงินที่ไหนไปคืนเขา"
คุณสมศักดิ์คือเจ้าของโรงสีใหญ่ประจำอำเภอ เขามักจะปล่อยเงินกู้ให้กับชาวบ้านในอัตราดอกเบี้ยที่สูงลิ่ว ชาวบ้านส่วนใหญ่ต่างหวาดกลัวและพยายามหลีกเลี่ยงการติดหนี้สินกับเขา
"แล้วจะทำยังไงดีล่ะ" ตาอินถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
"ฉันคิดว่าจะลองเอาผลผลิตที่เหลืออยู่ไปขายที่ตลาดใหญ่ในเมืองดู" ยายอินทร์เอ่ยปาก "อาจจะได้ราคาดีกว่าขายที่ตลาดเล็กๆ ของเรา"
"แต่ยาย... ตลาดในเมืองมันไกลนะ แล้วยายจะขนไปคนเดียวไหวรึ" ตาอินกังวล "รถก็ไม่มี"
"ไม่ต้องห่วงหรอกตา เดี๋ยวฉันจะลองไปคุยกับลุงบุญดู" ยายอินทร์หมายถึงลุงบุญ เพื่อนบ้านที่ขับรถกระบะเก่าๆ "เขาเคยบอกว่าจะไปส่งของให้ร้านที่ในเมืองอยู่แล้ว อาจจะขอติดรถเขาไปได้"
"ก็ดีเหมือนกัน" ตาอินพยักหน้า เห็นด้วยกับแผนของภรรยา "แต่ก็ต้องระวังตัวด้วยนะยาย ตลาดในเมืองคนเยอะแยะไปหมด"
"จ้ะตา ไม่ต้องห่วงหรอก" ยายอินทร์จับมือสามีอีกครั้ง "ฉันทำได้อยู่แล้ว"
รุ่งเช้าวันต่อมา ยายอินทร์ตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เธอนำตะกร้าผลไม้สดที่เก็บมาจากสวน เช่น มะละกอสุก แตงกวา และมะเขือเทศสดๆ ไปวางรวมกันที่หน้าบ้าน ดวงตาของเธอมองไปรอบๆ อย่างมีความหวัง
"ลุงบุญ! ลุงบุญอยู่ไหม!" ยายอินทร์ตะโกนเรียกเสียงดัง
ไม่นานนัก ชายร่างท้วมหน้าตาใจดีก็เดินออกมาจากบ้านที่อยู่ถัดไปไม่ไกล "อ้าว ยายอินทร์ ตื่นเช้าเชียว มีอะไรแต่เช้า"
"ลุงบุญคะ คือหนูอยากจะรบกวนหน่อยค่ะ" ยายอินทร์รีบอธิบายเรื่องที่เธอต้องการจะไปตลาดในเมือง "พอจะให้หนูติดรถลุงไปได้ไหมคะ"
ลุงบุญยิ้มกว้าง "ได้สิยายอินทร์ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เดี๋ยวฉันออกไปส่งของให้ร้านที่ตลาดพอดี ก็แวะไปส่งยายที่นั้นแหละ"
"ขอบคุณมากเลยค่ะลุงบุญ" ยายอินทร์ดีใจอย่างเห็นได้ชัด "เดี๋ยวหนูเตรียมของให้เสร็จแล้วจะรีบไปหาค่ะ"
ยายอินทร์รีบกลับไปจัดการกับผลผลิตของเธอ เธอเลือกเฉพาะผลไม้ที่สวยงามและสมบูรณ์ที่สุด ใส่ลงในตะกร้าใบใหญ่ที่เตรียมไว้ เธอตัดแต่งใบและก้านให้ดูเรียบร้อย เพื่อให้ดูน่าซื้อ
"ขอให้ขายได้ราคาดีๆ นะ" เธออธิษฐานในใจขณะจัดเรียงผลไม้ "ขอให้ได้เงินพอที่จะให้สายใจไปจ่ายค่าเทอมให้ไอ้ต้น"
เมื่อทุกอย่างพร้อม ยายอินทร์ก็แบกตะกร้าผลไม้ขึ้นรถกระบะของลุงบุญ การเดินทางไปตลาดในเมืองเป็นเรื่องที่เธอไม่คุ้นเคยนัก ปกติแล้วเธอจะขายผลผลิตที่ตลาดในหมู่บ้าน หรือไม่ก็ฝากขายกับป้านิ่ม
"ตลาดในเมืองมันจะต่างจากที่บ้านเราเยอะนะยาย" ลุงบุญกล่าวขณะขับรถ "คนเยอะ แล้วก็มีร้านใหญ่ๆ เยอะแยะไปหมด ต้องตั้งราคากันดีๆ"
"จ้ะลุง ฉันจะพยายาม" ยายอินทร์ตอบพลางมองออกไปนอกหน้าต่าง รถแล่นผ่านทุ่งนาเขียวขจี สลับกับบ้านเรือนริมทาง วิวทิวทัศน์ค่อยๆ เปลี่ยนไป จากชนบทที่เงียบสงบ กลายเป็นเมืองที่คึกคักมากขึ้น
เมื่อมาถึงตลาด ยายอินทร์ก็ต้องประหลาดใจกับความหนาแน่นของผู้คน เสียงจอแจของพ่อค้าแม่ค้าที่ตะโกนขายของ และกลิ่นอายของอาหารนานาชนิดที่ลอยปะปนกันไปมา "โอ้โห คนเยอะจริงๆ ด้วย" เธอพึมพำ
ลุงบุญจอดรถให้ยายอินทร์ลงตรงริมฟุตบาท "เดี๋ยวฉันไปส่งของก่อนนะ ถ้าขายเสร็จแล้วก็โทรหาฉันได้เลย ฉันจะแวะมารับ"
"ขอบคุณมากค่ะลุง" ยายอินทร์กล่าวลา และค่อยๆ แบกตะกร้าผลไม้เดินเข้าไปในตลาด
เธอหาทำเลที่เหมาะๆ วางตะกร้าผลไม้ลงบนผืนผ้าใบที่เตรียมมา และเริ่มจัดเรียงอย่างสวยงาม เธอตั้งป้ายราคาที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ของเธอเอง "มะละกอสุกหวานฉ่ำ 20 บาท/กก." "แตงกวาอ่อนสดใหม่ 15 บาท/กก."
ลูกค้าคนแรกที่เข้ามาดูผลไม้ของเธอเป็นหญิงสาววัยกลางคน เธอหยิบมะละกอขึ้นมาดูและถามราคา ยายอินทร์บอกราคาไป หญิงสาวคนนั้นต่อรองราคาเล็กน้อย ยายอินทร์ลังเลใจ แต่เมื่อนึกถึงเงินที่ต้องใช้ ก็ตัดสินใจลดราคาให้เล็กน้อย
"เอาไป 2 กิโลกรัมจ้ะ" หญิงสาวคนนั้นกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ยายอินทร์ดีใจมากที่ได้ลูกค้าคนแรก เธอค่อยๆ ชั่งน้ำหนักมะละกอและห่อให้ลูกค้าอย่างดี "ขอบคุณมากนะคะ"
หลังจากนั้นก็มีลูกค้าทยอยเข้ามาซื้อผลไม้ของเธอเรื่อยๆ บางคนก็ต่อรองราคา บางคนก็ซื้อไปโดยไม่ต่อ ยายอินทร์พยายามตั้งราคาให้เหมาะสม ไม่แพงเกินไปจนไม่มีใครซื้อ และไม่ถูกเกินไปจนขาดทุน
หลายชั่วโมงผ่านไป ท้องฟ้าเริ่มคล้อยต่ำลง ตะกร้าผลไม้ของยายอินทร์ก็เริ่มเบาบางลงเรื่อยๆ เธอเริ่มนับเงินที่ได้มาในมือ มันเป็นจำนวนที่พอสมควร แต่ยังไม่ถึงหมื่นที่สายใจต้องการ
"ยังไม่พออีกเหรอเนี่ย" ยายอินทร์ถอนหายใจแผ่วเบา เธอเหลือแตงกวาและมะเขือเทศบางส่วนที่ยังขายไม่ออก
ขณะที่เธอกำลังเก็บของเพื่อรอให้ลุงบุญมารับ จู่ๆ ก็มีชายหนุ่มท่าทางภูมิฐานเดินเข้ามาหาเธอ "คุณยายครับ ผลไม้ของคุณยายดูสดน่าทานมากเลยครับ"
ยายอินทร์เงยหน้ามอง "ขอบคุณค่ะ"
"คือผมกำลังจะเปิดร้านสลัดผักเล็กๆ แถวนี้พอดีครับ ไม่ทราบว่าคุณยายพอจะมีผักสดๆ แบบนี้ส่งให้ผมประจำได้ไหมครับ" ชายหนุ่มถาม "ผมอยากได้ผักที่ปลูกแบบธรรมชาติ ปลอดสารพิษน่ะครับ"
ยายอินทร์ตาโตขึ้นด้วยความแปลกใจ "มีสิคะ ฉันปลูกเอง ไม่เคยใช้ยาฆ่าแมลงเลย"
"ดีเลยครับ งั้นผมขอรับซื้อผักที่เหลือของคุณยายทั้งหมดเลยนะครับ แล้วพรุ่งนี้ผมจะไปที่บ้านคุณยาย เพื่อคุยเรื่องราคาส่งและปริมาณที่ต้องการนะครับ" ชายหนุ่มยื่นนามบัตรให้ยายอินทร์ "นี่เบอร์โทรของผมครับ"
ยายอินทร์รับนามบัตรมาดูด้วยมือที่สั่นเทา "ขอบคุณมากค่ะคุณ..."
"ผมชื่อกรวิชญ์ครับ" ชายหนุ่มยิ้ม "ยินดีที่ได้รู้จักครับ"
หลังจากกรวิชญ์จากไป ยายอินทร์ก็นั่งลงนับเงินในมืออีกครั้ง รวมกับเงินที่ได้จากการขายผลไม้ทั้งหมด และเงินที่กรวิชญ์จ่ายให้ในครั้งนี้ มันเกือบจะครบตามจำนวนที่สายใจต้องการแล้ว ความหวังค่อยๆ กลับคืนมาในดวงตาของหญิงชรา
5,479 ตัวอักษร