ปีกบางที่แข็งแกร่ง ในกรงแห่งความผิดหวัง

ตอนที่ 1 / 35

ตอนที่ 1 — กรงนกกระดาษที่ไร้ซึ่งปีก

แสงไฟนีออนสีขาวสว่างจ้าสะท้อนเงาตะคุ่มของร่างชายหนุ่มที่นั่งเหม่อลอยอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ปิดสนิท คีย์บอร์ดที่เคยเป็นอาวุธคู่ใจ บัดนี้กลายเป็นเพียงวัตถุเย็นชืดที่ตั้งตระหง่านอยู่บนโต๊ะทำงานรกๆ รอยยับที่มุมปากของ ‘พสุธ’ หรือที่ในวงการนักเขียนนิยายใต้ดินรู้จักกันในนามปากกา ‘อัสนี’ บ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าและความผิดหวังที่สะสมมานานหลายปี แสงสีสลัวของห้องเช่าแคบๆ ที่มีกลิ่นอับชื้นเป็นเพื่อนคลอ บรรยากาศโดยรอบชวนให้รู้สึกเหมือนถูกขังอยู่ในกรงที่มองไม่เห็น กรงที่สร้างขึ้นจากความฝันอันเลือนรางและกำแพงแห่งการถูกปฏิเสธที่สูงเสียดฟ้า “อีกแล้วเหรอวะ” เสียงแหบพร่าดังขึ้นในลำคอ พสุธพึมพำกับตัวเองขณะที่นิ้วเรียวยาวไล้ไปตามขอบซองเอกสารที่วางเรียงกันเป็นตั้ง เขากลั้นใจหยิบซองสีน้ำตาลใบหนึ่งขึ้นมา แกะออกอย่างเชื่องช้าเหมือนกำลังแกะห่อของขวัญที่รู้ดีว่าข้างในมีแต่ความว่างเปล่า “เรียน คุณพสุธ, ขอขอบคุณที่ให้ความสนใจส่งต้นฉบับ ‘เงาแห่งรัตติกาล’ เข้ามาพิจารณา… อย่างไรก็ตาม เราเสียใจที่จะแจ้งให้ทราบว่า… ด้วยข้อจำกัดด้านนโยบายของสำนักพิมพ์… ไม่สามารถรับต้นฉบับของท่านไว้พิจารณาได้ในขณะนี้… หวังว่าท่านจะเข้าใจ…” ประโยคซ้ำๆ เดิมๆ ที่วนเวียนอยู่ในหัวของเขาตลอดหลายปีที่ผ่านมา น้ำเสียงของพนักงานฝ่ายบุคคลของสำนักพิมพ์แห่งแล้วแห่งเล่าที่เขาจดจำได้ดีราวกับท่องจำสคริปต์ละครเวทีที่น่าเบื่อที่สุดในโลก “ข้อจำกัดด้านนโยบาย? หรือจะบอกว่า ‘นิยายของคุณมันห่วยจนไม่มีใครอยากอ่าน’ กันแน่?” พสุธกัดฟันพูด เขารู้ดีว่าเบื้องหลังคำสุภาพเหล่านั้น มันคือการปฏิเสธที่คมกริบเหมือนใบมีดโกนที่กรีดแทงหัวใจของนักเขียนมือใหม่ที่ยังไร้เดียงสา เขาเคยมีความฝันอันยิ่งใหญ่ ฝันที่จะเห็นชื่อ ‘อัสนี’ ปรากฏอยู่บนปกหนังสือที่วางขายตามร้านทั่วประเทศ ฝันที่จะเห็นผู้อ่านอินไปกับตัวละครที่เขาสร้างขึ้นมา ฝันที่จะได้เห็นผลงานของตัวเองเป็นที่ยอมรับ แต่วันนี้ ความฝันเหล่านั้นมันดูเหมือนจะห่างไกลออกไปเรื่อยๆ เหมือนดาวที่ส่องประกายอยู่บนท้องฟ้าไกลโพ้น “คุณอรุณ” เสียงห้าวทุ้มดังขึ้นจากด้านหลัง พสุธสะดุ้งเล็กน้อย หันไปมอง ‘อรุณ’ บรรณาธิการรุ่นลายครามของสำนักพิมพ์เล็กๆ แห่งหนึ่งที่เขาส่งต้นฉบับไปเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะถอดใจ อรุณเดินเข้ามาพร้อมกับถ้วยกาแฟร้อนๆ ยื่นให้พสุธ “พักบ้างนะน้อง คิดว่าตัวเองเป็นเครื่องจักรหรือไง นั่งจ้องจอทั้งวันแบบนี้” พสุธรับแก้วกาแฟมา กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วช่วยปลอบประโลมความรู้สึกที่ห่อเหี่ยวได้บ้างเล็กน้อย “ก็ยังไม่รู้จะทำยังไงต่อแล้วครับพี่อรุณ” อรุณทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวที่สองที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ “พี่เข้าใจนะว่ามันยาก การเป็นนักเขียนมันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่ใครๆ เขาคิดกันหรอก โดยเฉพาะการเริ่มต้นเนี่ย มันเหมือนการปีนภูเขาสูงชันที่มองไม่เห็นยอด” “แล้วถ้าปีนไปเรื่อยๆ แล้วไม่ถึงยอดล่ะครับ?” พสุธถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง “ก็หาทางอื่นสิ” อรุณพูดพลางยกกาแฟขึ้นจิบ “พี่เคยบอกน้องไปแล้วไม่ใช่เหรอว่า ‘เงาแห่งรัตติกาล’ ของน้องมันมีอะไรบางอย่างที่น่าสนใจ แต่… มันอาจจะยังไม่ใช่เวลาของมัน หรืออาจจะยังไม่ใช่ ‘ที่’ ของมัน” “แล้วผมจะรู้ได้ยังไงว่าเมื่อไหร่คือเวลา และเมื่อไหร่คือที่ของมัน?” พสุธถามอย่างอ่อนแรง “นั่นแหละคือสิ่งที่น้องต้องค้นหา” อรุณตอบ “บางที… การที่เราถูกปฏิเสธซ้ำๆ มันอาจจะเป็นสัญญาณให้เรามองหาอะไรที่แตกต่างออกไปก็ได้นะ” “แตกต่างไปจากไหนครับ? ผมเขียนเรื่องที่ผมรัก เรื่องที่ผมเชื่อมั่นในตัวมันที่สุดแล้ว” “บางที… แรงบันดาลใจของเรามันอาจจะมาจากที่ที่เราคาดไม่ถึงก็ได้” อรุณพูด พลางมองออกไปนอกหน้าต่างห้องเช่าของพสุธที่มองเห็นเพียงตึกสูงและท้องฟ้าสีหม่น “ลองออกไปมองโลกภายนอกดูบ้างสิพสุธ โลกที่ไม่ได้มีแค่ตัวอักษรบนหน้ากระดาษ โลกที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของผู้คนธรรมดาๆ ที่อาจจะจุดประกายอะไรบางอย่างในตัวน้องก็ได้” พสุธเงียบไป เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน เขาหมกมุ่นอยู่กับการเขียน การส่งต้นฉบับ และการรอคอยผลลัพธ์ที่มักจะนำมาซึ่งความผิดหวัง เขาลืมไปว่าโลกภายนอกนั้นกว้างใหญ่และมีเรื่องราวมากมายรอให้ค้นพบ “เรื่องราวของผู้คนธรรมดา?” เขาพึมพำ “มันจะช่วยอะไรผมได้ครับ?” “ใครจะรู้” อรุณยิ้มบางๆ “บางที… เรื่องราวของคนที่ดิ้นรนเพื่อชีวิต คนที่ต่อสู้กับอุปสรรคที่ไม่ต่างจากเรา อาจจะทำให้เราเห็นว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียว และความฝันของเรามันก็ยังมีค่าอยู่ก็ได้” พสุธมองแก้วกาแฟในมือ สัมผัสถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาถึงปลายนิ้ว เขาเริ่มรู้สึกถึงความหวังเล็กๆ ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจ แม้ว่ามันจะยังริบหรี่นักก็ตาม “ผม… ผมควรจะเริ่มจากตรงไหนดีครับพี่อรุณ?” เขาถาม “ลองเริ่มจากสิ่งใกล้ตัวที่สุดก่อนก็ได้” อรุณแนะนำ “เดินเล่นในตลาดสด ลองคุยกับแม่ค้าดูสิ หรือไปนั่งร้านกาแฟเล็กๆ สังเกตผู้คนรอบข้าง ฟังบทสนทนาของพวกเขา บางที… เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเหล่านั้นแหละ ที่จะเป็นวัตถุดิบชั้นดีให้น้องได้” พสุธพยักหน้าช้าๆ เขามองไปที่กองต้นฉบับที่ถูกปฏิเสธอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจคว้ามันมาสุมรวมกันไว้มุมหนึ่งของห้อง “ผม… ผมจะลองดูครับ” เขาบอกอรุณด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้นกว่าเดิม อรุณลุกขึ้นยืน “ดีมากน้อง” เขากล่าว “จำไว้นะพสุธ ปีกของเราอาจจะยังบางอยู่ แต่ถ้าเราไม่ลองกางมันออก เราก็ไม่มีวันรู้ว่ามันจะแข็งแกร่งพอที่จะพาเราโบยบินไปได้ไกลแค่ไหน” เมื่ออรุณกลับไปแล้ว พสุธก็ยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน เขาหยิบกระดาษโน้ตขึ้นมาหนึ่งแผ่น เขียนข้อความสั้นๆ ลงไปว่า ‘ออกไปค้นหา’ แล้วติดมันไว้บนจอคอมพิวเตอร์ที่ปิดสนิท เขาตัดสินใจแล้ว เขาจะลองทำตามคำแนะนำของอรุณ เขาจะออกไปจากกรงแห่งความผิดหวังนี้ และออกไปค้นหาแรงบันดาลใจในโลกภายนอก

4,553 ตัวอักษร