ตอนที่ 9 — เสียงก้องจากห้องสมุดเก่า
หลายวันต่อมา พสุธและธีร์ยังคงพบปะพูดคุยกันอย่างสม่ำเสมอ พสุธได้ช่วยธีร์ในการดัดแปลงโมเดลหุ่นยนต์ให้มีแสงเรืองรองได้สำเร็จ ธีร์ดูมีความสุขและมีกำลังใจมากขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
“คุณนี่เก่งจริงๆ ครับ” ธีร์กล่าวชื่นชม “ผมคงทำเองไม่ได้แน่ๆ ถ้าไม่มีคุณ”
“ผมก็แค่ช่วยแนะนำเล็กๆ น้อยๆ น่ะครับ” พสุธตอบ “คุณเองก็เป็นคนที่มีความสามารถมากอยู่แล้ว”
ธีร์ยิ้ม “ผมว่าจะลองเอาโมเดลพวกนี้ไปลองเสนอขายที่ตลาดดูครับ”
“เป็นความคิดที่ดีครับ” พสุธสนับสนุน “ผมจะไปเป็นกำลังใจให้”
วันหนึ่งขณะที่พสุธกำลังเดินสำรวจเมืองไปเรื่อยๆ เขาบังเอิญเดินผ่านอาคารเก่าแก่หลังหนึ่งซึ่งเคยเป็นห้องสมุดประจำเมืองมาก่อน แต่ปัจจุบันถูกทิ้งร้างและดูทรุดโทรม
“ที่นี่เคยเป็นห้องสมุดเหรอครับ” พสุธถามหญิงชราคนหนึ่งที่กำลังนั่งเก็บขยะอยู่แถวนั้น
“ใช่จ้ะ” หญิงชราตอบ “เมื่อก่อนคนมาใช้บริการเยอะแยะเลยนะ แต่เดี๋ยวนี้เขาก็ย้ายไปสร้างที่ใหม่แล้ว”
พสุธมองเข้าไปในตัวอาคารที่ถูกปิดตาย เขาจินตนาการถึงภาพผู้คนมากมายที่เคยมานั่งอ่านหนังสือ ค้นคว้าหาความรู้ในสถานที่แห่งนี้
“ในนี้เคยมีเรื่องราวอะไรที่น่าสนใจไหมครับ” พสุธถาม
หญิงชราหัวเราะเบาๆ “เยอะแยะสิจ๊ะ เรื่องราวของผู้คนในเมืองนี้ ตั้งแต่สมัยก่อนจนถึงปัจจุบัน”
พสุธรู้สึกสนใจขึ้นมาทันที เขาเดินเข้าไปใกล้ตัวอาคารมากขึ้น พลางนึกถึงนักเขียนหลายๆ คนที่มักจะหาแรงบันดาลใจจากห้องสมุด
“เสียดายจังที่ที่นี่ถูกทิ้งร้าง” พสุธกล่าว “ถ้ายังเปิดอยู่ คงมีคนมาใช้บริการเยอะ”
“ไม่รู้เหมือนกันนะ” หญิงชรากล่าว “บางทีอาจจะมีใครสักคนที่จะทำให้ที่นี่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งก็ได้”
คำพูดของหญิงชราจุดประกายบางอย่างในความคิดของพสุธ เขาเริ่มนึกถึงเรื่องราวที่เขาได้เจอมาตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ทั้งป้านวล ชายขายลูกชิ้นปิ้ง คุณป้าเมษา ธีร์ และผู้คนอีกมากมายที่เขาได้พบเจอ
เรื่องราวของพวกเขาเหล่านั้นมีความหมาย มีคุณค่า และน่าสนใจไม่แพ้เรื่องราวในหนังสือในห้องสมุดเลย
พสุธตัดสินใจเดินเข้าไปในตัวอาคารที่ถูกทิ้งร้าง เขาต้องค่อยๆ แง้มประตูที่ผุพังเข้าไปอย่างระมัดระวัง
ภายในอาคารเต็มไปด้วยฝุ่นละอองและใยแมงมุม กลิ่นอับชื้นลอยคละคลุ้ง มีเพียงแสงแดดที่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างที่แตกร้าวลงมา เผยให้เห็นชั้นวางหนังสือที่ว่างเปล่า และเฟอร์นิเจอร์เก่าๆ ที่ดูทรุดโทรม
แต่ถึงแม้จะดูเงียบเหงาและถูกทอดทิ้ง พสุธก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศบางอย่างที่ยังคงหลงเหลืออยู่ เป็นบรรยากาศของความรู้ ความคิด และเรื่องราวของผู้คน
เขาเดินสำรวจไปรอบๆ อย่างเงียบๆ นึกถึงผู้คนในอดีตที่เคยมาใช้สถานที่แห่งนี้
“สวัสดีครับ” เสียงหนึ่งดังขึ้น ทำให้พสุธสะดุ้งเล็กน้อย
เขาหันไปมอง และพบกับชายสูงวัยคนหนึ่ง กำลังนั่งอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องสมุด เขาแต่งกายด้วยชุดที่ดูเก่าแก่ แต่สะอาดสะอ้าน
“คุณ… มาทำอะไรที่นี่ครับ” พสุธถาม
“ผมมาที่นี่ทุกวันครับ” ชายสูงวัยตอบ “ผมเคยทำงานที่นี่เมื่อสมัยก่อน”
“คุณเคยเป็นบรรณารักษ์ที่นี่หรือครับ” พสุธถามด้วยความทึ่ง
“ใช่ครับ” ชายสูงวัยยิ้ม “ผมอยู่ที่นี่มานานหลายสิบปี”
“เสียดายจังเลยครับที่ที่นี่ถูกทิ้งร้าง” พสุธกล่าว
“ผมก็เสียดายเหมือนกัน” ชายสูงวัยตอบ “แต่ผมเชื่อว่าทุกอย่างมันมีเวลาของมัน”
“คุณเคยมีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับที่นี่ไหมครับ” พสุธถาม พลางหยิบสมุดบันทึกและปากกาออกมา
ชายสูงวัยพยักหน้า “มีสิ มีเยอะแยะเลย” เขาเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในห้องสมุดแห่งนี้ เรื่องราวของผู้คนหลากหลายอาชีพที่เคยมาค้นคว้าหาความรู้ เรื่องราวของนักเรียนนักศึกษาที่มาติวหนังสือเตรียมสอบ เรื่องราวของนักเขียนที่มาหาแรงบันดาลใจ
“ผมเคยเห็นนักเขียนหนุ่มคนหนึ่งครับ” ชายสูงวัยเล่า “เขามานั่งที่นี่ทุกวัน อ่านหนังสือทุกเล่มที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเมืองของเรา เขาบอกว่าเขาอยากจะเขียนเรื่องราวของเมืองนี้ให้คนรุ่นหลังได้รู้จัก”
พสุธรู้สึกเหมือนถูกสะกิดบางอย่างในใจ “นักเขียนหนุ่มคนนั้น… ชื่ออะไรเหรอครับ”
ชายสูงวัยหัวเราะ “ผมจำชื่อเขาไม่ได้แล้วสิ มันนานมากแล้ว” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง “แต่ผมจำได้ว่าเขาเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นมาก เขาเขียนจนมือหงิกไปข้างหนึ่งเลย”
มือหงิก? พสุธนึกถึงมือของธีร์ที่เคยมีเลือดไหลออกมา
“แล้ว… เรื่องราวของเขาเป็นยังไงบ้างครับ” พสุธถามต่อ
“เขาก็เขียนนิยายออกไปหลายเรื่องนะครับ” ชายสูงวัยตอบ “แต่ผมไม่รู้ว่ามันประสบความสำเร็จหรือเปล่า เพราะหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว”
พสุธนั่งฟังเรื่องราวต่างๆ อย่างตั้งใจ เขาจดบันทึกทุกอย่างลงในสมุดบันทึกของเขา เขาได้พบว่าเรื่องราวในห้องสมุดที่ถูกทิ้งร้างแห่งนี้ มีความหมายและทรงคุณค่าไม่แพ้เรื่องราวที่เขาได้พบเจอในตลาดสด หรือในสวนสาธารณะเลย
เขารู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของเขา พลังงานแห่งเรื่องราว เรื่องราวของผู้คน เรื่องราวของชีวิต
เมื่อถึงเวลาอันสมควร พสุธก็กล่าวลาชายสูงวัย และเดินออกจากห้องสมุดที่ถูกทิ้งร้างแห่งนั้น
“ขอบคุณมากนะครับ” พสุธกล่าว “ผมได้เรื่องราวดีๆ ไปเขียนอีกเยอะเลย”
“ยินดีเสมอจ้ะ” ชายสูงวัยตอบ “หวังว่าจะมีใครสักคนที่จะทำให้ที่นี่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งนะ”
ขณะที่พสุธเดินกลับห้องพัก เขานึกถึงคำพูดของหญิงชราและชายสูงวัย เขารู้สึกว่าเขากำลังจะค้นพบคำตอบบางอย่างที่เขาตามหามาตลอด เขาเชื่อว่าเรื่องราวของผู้คนธรรมดาเหล่านี้แหละ คือสิ่งที่สามารถเติมเต็ม ‘ปีกบาง’ ของเขาให้แข็งแกร่งขึ้นได้ และพาเขาออกจาก ‘กรงแห่งความผิดหวัง’ ที่เขาเคยติดอยู่.
4,365 ตัวอักษร