ตอนที่ 5 — กับดักแห่งความหวังที่เปราะบาง
รพีกลับเข้าสู่โหมดการทำงานอย่างเต็มตัว เขาใช้เวลาหลายวันในการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสารประกอบกลุ่มเทอร์ปีนอยด์อย่างละเอียด เขาค้นคว้าตำรา สารานุกรม และบทความวิจัยต่างๆ ที่เกี่ยวกับสมุนไพรไทยและสารประกอบที่พบในพืชเหล่านั้น
“เทอร์ปีนอยด์… มีหลากหลายรูปแบบมากจริงๆ” รพีพึมพำกับตัวเองขณะที่เขากำลังไล่ดูโครงสร้างทางเคมีของสารประกอบแต่ละชนิด “บางตัวก็มีประโยชน์ทางการแพทย์มหาศาล แต่บางตัว… ก็อาจจะเป็นพิษได้”
เขาพบว่า “เทอร์ปีนอยด์ X” ที่เขาค้นพบนั้น มีโครงสร้างบางอย่างที่คล้ายคลึงกับสารประกอบที่พบในพืชบางชนิดที่ใช้เป็นยาฆ่าแมลง หรือยาขับไล่แมลงตามธรรมชาติ ซึ่งอาจอธิบายได้ว่าทำไมมันถึงมีฤทธิ์กระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
“มันเหมือนกับว่า… พืชชนิดนี้กำลังสร้างสารพิษขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเองจากแมลง หรือจุลินทรีย์บางชนิด” รพีอธิบายให้สายป่านฟัง “แล้วบังเอิญว่า… โครงสร้างของมันไปออกฤทธิ์กับเซลล์มะเร็งของเราในทางตรงกันข้าม”
“แย่จังเลยค่ะพี่” สายป่านกล่าว “ถ้าอย่างนั้น… เราก็ต้องพยายามแยกสารตัวนี้ออกไปให้ได้มากที่สุดใช่ไหมคะ?”
“ใช่… และมันไม่ง่ายเลย” รพีถอนหายใจ “เทอร์ปีนอยด์ X มันมีคุณสมบัติทางเคมีที่คล้ายคลึงกับสารประกอบหลักที่เราต้องการมากพอสมควร ทำให้การแยกมันออกมาด้วยเทคนิคปกติทำได้ยาก”
รพีใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการทดลองปรับเปลี่ยนวิธีการสกัดและแยกสาร เขาพยายามใช้ตัวทำละลายชนิดใหม่ๆ ลองเปลี่ยนอุณหภูมิและเวลาในการสกัด แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็ยังคงน่าผิดหวัง สารประกอบเทอร์ปีนอยด์ X ยังคงปะปนอยู่ในสารสกัดหลักในปริมาณที่มากเกินกว่าจะยอมรับได้
“นี่มันเหมือนกับเรากำลังพยายามหาเข็มในมหาสมุทรเลย” รพีบ่นอุบหลังจากที่เขาลองใช้วิธีการโครมาโตกราฟีแบบใหม่ แต่ก็ยังคงไม่สามารถแยกสารทั้งสองชนิดออกจากกันได้อย่างสมบูรณ์
“ถ้าเราไม่สามารถแยกมันออกไปได้จริงๆ… เราจะทำยังไงคะพี่?” สายป่านถามด้วยน้ำเสียงกังวล
“ถ้าถึงตอนนั้น… เราอาจจะต้องลองหาสมุนไพรชนิดอื่น” รพีตอบอย่างหนักใจ “แต่นั่นหมายความว่า… เราจะต้องเริ่มกระบวนการทั้งหมดใหม่ตั้งแต่ต้น”
การค้นหาแหล่งสมุนไพรใหม่ที่ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกันโดยปราศจากสารเจือปนที่เป็นอันตรายนั้น เป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง รพีและสายป่านต้องเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆ เพื่อเก็บตัวอย่างสมุนไพรมาทดลอง พวกเขาพบสมุนไพรหลายชนิดที่มีสรรพคุณใกล้เคียงกัน แต่เมื่อนำมาสกัดและทดลอง ก็มักจะพบปัญหาเรื่องสารเจือปน หรือไม่ก็ให้ผลลัพธ์ที่ไม่ดีเท่าที่ควร
“พี่ว่า… เรากำลังหลงทางอยู่นะ” รพีกล่าวหลังจากที่ลองสมุนไพรมาเกือบยี่สิบชนิดแล้ว “เหมือนเรากำลังวิ่งวนอยู่ในเขาวงกต”
“แล้วเราจะออกไปจากที่นี่ได้ยังไงคะพี่?” สายป่านถาม
“เราต้องหาทางออก… ถึงแม้ว่ามันจะยากลำบากก็ตาม” รพีตอบ “บางที… เราอาจจะต้องลองมองอะไรที่แตกต่างออกไป”
รพีเริ่มกลับไปทบทวนบันทึกการทดลองเก่าๆ ของเขาอีกครั้ง เขาพยายามมองหาจุดผิดพลาด หรือช่องโหว่ที่อาจจะเกิดขึ้นในกระบวนการวิจัยครั้งแรก
“ถ้าเราไม่สามารถแยกสารอันตรายออกไปได้… เราจะทำให้สารอันตรายนั้นกลายเป็นสารที่มีประโยชน์แทนได้ไหม?” รพีครุ่นคิด
“หมายความว่ายังไงคะพี่?” สายป่านถาม
“ก็… คือ… เทอร์ปีนอยด์ X มันมีฤทธิ์กระตุ้นเซลล์มะเร็งใช่ไหม? แล้วสารหลักของเรามีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง” รพีอธิบาย “ถ้าเราสามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างของเทอร์ปีนอยด์ X ให้มันมีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งแทนได้ล่ะ? หรือ… เราจะหาวิธีทำให้มันไปเสริมฤทธิ์กับสารหลักของเรา แทนที่จะไปขัดขวาง?”
สายป่านมองพี่รพีด้วยความทึ่ง “ความคิดนี้… ไม่เคยมีใครคิดถึงมาก่อนเลยนะคะพี่”
“มันอาจจะเป็นไปไม่ได้… แต่มันก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เราต้องลองพิจารณา” รพีกล่าว “เราอาจจะต้องใช้เทคนิคทางเคมีขั้นสูงขึ้น เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างโมเลกุลของมัน”
รพีเริ่มศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับปฏิกิริยาเคมีที่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างของเทอร์ปีนอยด์ได้ เขาค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเอนไซม์บางชนิดที่สามารถเร่งปฏิกิริยาเหล่านี้ให้เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“นี่มันคือความเสี่ยงที่ใหญ่หลวงมากเลยนะ” รพีกล่าวกับสายป่าน “ถ้าเราทำพลาด… เราอาจจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก”
“หนูเชื่อในตัวพี่ค่ะพี่รพี” สายป่านกล่าว “ไม่ว่าพี่จะตัดสินใจยังไง หนูจะอยู่ข้างพี่เสมอ”
รพีพยักหน้า เขาขอบคุณสายป่านจากใจจริง การมีเพื่อนร่วมงานที่ไว้ใจได้ เป็นเหมือนแสงสว่างที่คอยนำทางเขาในยามที่มืดมนที่สุด
“เอาล่ะ… งั้นเรามาลองกัน” รพีกล่าว “เราจะลองใช้เอนไซม์บางชนิดในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของเทอร์ปีนอยด์ X ดู… ถ้ามันสำเร็จ… เราอาจจะค้นพบวิธีการรักษาใหม่ที่ทรงพลังกว่าเดิมก็ได้”
เขารู้ดีว่านี่เป็นเพียงความหวังที่เปราะบาง แต่ก็เป็นความหวังเดียวที่เขามีในตอนนี้ รพีเริ่มเตรียมอุปกรณ์และสารเคมีต่างๆ สำหรับการทดลองครั้งใหม่ ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น แต่ก็แฝงไปด้วยความกังวล
“เราจะสู้… จนกว่าจะถึงที่สุด” รพีกล่าวกับตัวเอง
3,935 ตัวอักษร