ตอนที่ 11 — พายุหมัดกลางเวที
เสียงเชียร์กึกก้องไปทั่วทั้งสนามเมื่อตะวันและพยัคฆ์ดำก้าวขึ้นสู่เวที แสงไฟสาดส่องลงมายังทั้งคู่ราวกับจะเน้นย้ำว่านี่คือช่วงเวลาสำคัญของพวกเขา พยัคฆ์ดำเป็นนักมวยร่างใหญ่ กำยำ ใบหน้าหล่อเหลาแต่แฝงไปด้วยความดุดัน ดวงตาของเขามองมาที่ตะวันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย
“พร้อมนะ” กรรมการถาม ตะวันและพยัคฆ์ดำพยักหน้าพร้อมกัน
ระฆังดังขึ้น!
ตะวันไม่รอช้า เขาพุ่งเข้าหาพยัคฆ์ดำทันที โดยใช้การ์ดมวยที่ต่ำลงเล็กน้อยเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการออกหมัดที่รวดเร็ว เขาจำคำแนะนำของบอยได้ดี เขาไม่ต้องการเผชิญหน้าตรงๆ แต่ต้องการหาจังหวะเข้าทำ
“หมัดแย็บ!”
ตะวันออกหมัดแย็บไปที่ใบหน้าของพยัคฆ์ดำอย่างรวดเร็ว พยัคฆ์ดำปัดป้องได้ทัน แต่ก็เสียจังหวะไปเล็กน้อย ตะวันตามด้วยหมัดตรงที่หนักหน่วง แต่พยัคฆ์ดำก็ยังคงตั้งรับได้อย่างเหนียวแน่น
“เร็วเหมือนกันนี่” พยัคฆ์ดำพูดขึ้นพลางหัวเราะในลำคอ “แต่ยังไม่พอหรอก”
พยัคฆ์ดำเริ่มสวนกลับ เขาออกหมัดฮุกที่หนักหน่วงและรวดเร็ว ตะวันต้องรีบถอยหลังเพื่อหลบการโจมตีนั้น หมัดของพยัคฆ์ดำพลาดเป้าไปเพียงนิดเดียว แต่แรงลมปะทะก็ทำให้ตะวันรู้สึกถึงพลังทำลายล้างของมัน
“นี่สิ ‘พยัคฆ์ดำ’ สมชื่อ” ตะวันคิดในใจ “ต้องระวังให้มากกว่านี้”
ทั้งสองฝ่ายแลกหมัดกันไปมาอย่างดุเดือด ตะวันใช้ความเร็วและความคล่องแคล่วในการหลบหลีก ขณะที่พยัคฆ์ดำใช้พละกำลังและความหนักหน่วงของหมัดเข้าบดขยี้
“หมัดชุด!” พยัคฆ์ดำตะโกนเสียงดัง เขาสาดหมัดเข้าใส่ตะวันอย่างต่อเนื่อง ตะวันพยายามป้องกันตัวเองด้วยการยกแขนขึ้นป้องหน้า แต่หมัดของพยัคฆ์ดำก็ยังคงทะลวงเข้ามาได้เป็นบางครั้ง
“เจ็บ!” ตะวันร้องออกมาเมื่อหมัดของพยัคฆ์ดำปะทะเข้าที่สีข้างของเขาอย่างจัง เขาเซถอยหลังไปสองก้าว
“เป็นไงล่ะ” พยัคฆ์ดำยิ้มเยาะ “บอกแล้วว่าอย่าประมาท”
จากมุมของค่ายพยัคฆ์ทะเล ลุงฉายมองตะวันด้วยความเป็นห่วง
“ตะวันยังเด็กเกินไป” ลุงฉายพึมพำ “เจอของแข็งเข้าหน่อยก็เป๋แล้ว”
“ใจเย็นๆ ลุง” บอยปลอบ “ตะวันสู้ได้”
“ฉันหวังว่าจะเป็นอย่างที่แกพูดนะ” ลุงฉายตอบ
ในขณะเดียวกัน เสี่ยใหญ่ก็มีสีหน้าเคร่งเครียด เขาหันไปมองศักดิ์ที่ยืนอยู่ข้างๆ
“ศักดิ์ แกแน่ใจนะว่าไม่มีใครเข้ามาแทรกแซง” เสี่ยใหญ่ถาม
“ผมคุมคนของเราไว้อย่างดีครับเสี่ย” ศักดิ์ตอบ “ไม่มีใครกล้าเข้ามาแน่”
“ดี” เสี่ยใหญ่พยักหน้า “ตอนนี้เราต้องเชื่อมั่นในตัวตะวัน”
การต่อสู้ดำเนินต่อไปในยกที่สอง พยัคฆ์ดำยังคงเป็นฝ่ายคุมเชิงได้ดีกว่า เขาพยายามปิดเกมให้เร็วที่สุด
“แกจะยืนอยู่ได้อีกนานแค่ไหน” พยัคฆ์ดำพูดพลางสวนหมัดเข้าใส่ตะวันอย่างรวดเร็ว
ตะวันหลบการโจมตีได้อีกครั้ง เขาเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า แต่ก็ยังคงกัดฟันสู้ เขาพยายามนึกถึงคำพูดของลุงฉาย “หมัดคือหัวใจ”
“ต้องหาจังหวะ” ตะวันคิด “ต้องหาจังหวะสวนกลับ”
เขาสังเกตเห็นว่าทุกครั้งที่พยัคฆ์ดำออกหมัด เขาจะเปิดช่องว่างที่สีข้างเล็กน้อย ตะวันตัดสินใจลองเสี่ยง
เมื่อพยัคฆ์ดำออกหมัดหมัดซ้าย ตะวันรีบใช้แขนปัดป้อง แล้วใช้จังหวะที่พยัคฆ์ดำเสียหลักเล็กน้อย เขาพุ่งตัวเข้าหา และออกหมัดศอกเข้าใส่ที่สีข้างของพยัคฆ์ดำอย่างเต็มแรง
“อั๊ก!” พยัคฆ์ดำร้องด้วยความเจ็บปวด เขาเซถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว
เสียงเชียร์ในสนามดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง ตะวันได้จังหวะ!
เขาไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป เขาตามด้วยหมัดแย็บสองครั้ง แล้วตามด้วยหมัดตรงเข้าเต็มหน้า พยัคฆ์ดำเสียหลักอีกครั้ง เขาล้มลงไปกองกับพื้นเวที
“หนึ่ง… สอง… สาม…” กรรมการเริ่มนับ
พยัคฆ์ดำพยายามลุกขึ้น เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ใบหน้าของเขาแสดงถึงความเจ็บปวด แต่ก็ยังคงความมุ่งมั่น
“สิบ!”
กรรมการเป่านกหวีด ตะวันเป็นฝ่ายชนะ!
เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีดังกึกก้องไปทั่วทั้งสนาม ตะวันยืนหอบหายใจอยู่กลางเวที เขามองไปที่พยัคฆ์ดำที่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน
“แกเก่งมาก” พยัคฆ์ดำพูดพลางยื่นมือมาให้ตะวัน “ฉันยอมรับ”
ตะวันจับมือพยัคฆ์ดำ “ขอบคุณครับ”
เขาหันไปมองมุมของตัวเอง ลุงฉาย บอย และเสี่ยใหญ่ กำลังปรบมือให้เขาด้วยรอยยิ้ม
“ฉันบอกแล้วไง ว่าแกทำได้” บอยตะโกนขึ้น
ตะวันยกมือขึ้นชูชัยชนะ เขาได้พิสูจน์ตัวเองแล้ว แต่เขาก็รู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
3,273 ตัวอักษร