ตอนที่ 7 — เส้นทางใหม่ ใต้เงาความจริง
ตะวันยืนนิ่ง จิตใจสั่นคลอนกับคำเตือนของพายุหมุน คำพูดนั้นก้องอยู่ในหู ราวกับเสียงกระซิบของความจริงที่ถูกซุกซ่อนไว้ ภาพใบหน้าของอภิชาติ เจ้าของค่ายกระทิงเหล็กที่ยิ้มอย่างมีเลศนัยปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง พายุหมุนบอกว่าเขาเคยถูกอภิชาติข่มขู่ เคยถูกบีบให้ยอมแพ้ นี่มันเกินกว่าที่ตะวันจะรับไหว เขายังจำได้ดีถึงข้อเสนอของอภิชาติที่ให้มาพร้อมกับเงินก้อนโต ตะวันหันไปมองเสี่ยใหญ่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ใบหน้าของเสี่ยใหญ่ยังคงเรียบเฉย ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ราวกับว่าเรื่องที่พายุหมุนพูดเป็นเพียงเรื่องธรรมดา
“คุณเสี่ยครับ” ตะวันหันไปถามเสียงเบา “เรื่องที่พี่พายุหมุนพูด… มันจริงหรือครับ”
เสี่ยใหญ่เพียงแค่พยักหน้าช้าๆ “บางส่วนก็เป็นความจริง ตะวัน อภิชาติเป็นคนที่เก่งในการต่อรองและหาผลประโยชน์ให้ตัวเอง”
“แต่เขาจะทำถึงขนาดข่มขู่คู่ต่อสู้เลยเหรอครับ” ตะวันถาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
“ในวงการนี้ มันมีหลายอย่างที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า” เสี่ยใหญ่พูดเสียงเรียบ “อภิชาติเป็นคนที่มีอำนาจ เขาสามารถกดดันใครก็ได้ที่ขวางทางเขา”
พายุหมุนมองตะวันอย่างเห็นใจ “ฉันไม่อยากให้แกเดินผิดทาง ฉันเองก็เกือบจะเสียอนาคตไปเพราะเขา”
“ผม… ผมไม่รู้จะทำยังไงดีครับ” ตะวันยอมรับความรู้สึกสับสน “ผมตั้งใจจะสู้เพื่อพิสูจน์ตัวเอง ไม่ใช่เพื่อตกเป็นเครื่องมือของใคร”
“นั่นคือสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ตะวัน” พายุหมุนกล่าว “แกต้องเลือกเส้นทางของตัวเองให้ดี”
“ผมยังจำคำพูดของคุณลุงฉายได้ครับ” ตะวันพูดเสียงหนักแน่น “ท่านบอกให้ผมสู้ด้วยความยุติธรรม สู้ด้วยฝีมือจริงๆ”
“แต่ถ้าอภิชาติไม่ให้โอกาสแก หรือบีบให้แกต้องเลือกในสิ่งที่แกไม่อยากทำ แกจะทำอย่างไร” เสี่ยใหญ่ถาม
ตะวันเงียบไปครู่หนึ่ง สมองกำลังประมวลผลทุกอย่างที่เกิดขึ้น เขาคิดถึงศักดิ์ที่พยายามชักจูงให้เขาไปอยู่กับกระทิงเหล็ก คิดถึงอภิชาติที่ยื่นข้อเสนอที่ดูเหมือนจะดี แต่แฝงไปด้วยอันตราย และตอนนี้ เขาก็ได้ยินคำเตือนจากปากของคนที่เขาเพิ่งจะเอาชนะมา
“ผม… ผมจะขอคิดดูก่อนครับ” ตะวันตอบ “ผมต้องคุยกับพี่ศักดิ์อีกครั้ง”
“ดี” พายุหมุนพยักหน้า “แกมีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจเอง”
“ถ้าแกตัดสินใจแล้ว บอกฉันได้เสมอ” เสี่ยใหญ่กล่าว “ค่ายพยัคฆ์ทะเลพร้อมจะสนับสนุนแกเสมอ”
พายุหมุนยิ้มบางๆ “ฉันขอตัวก่อนนะ ขอให้โชคดีกับเส้นทางที่แกเลือก”
เขากล่าวลาแล้วเดินจากไป ทิ้งให้ตะวันยืนอยู่กับเสี่ยใหญ่เพียงลำพัง ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ
“แกคิดว่าไง ตะวัน” เสี่ยใหญ่ถาม
“ผม… ผมไม่ไว้ใจคุณอภิชาติแล้วครับ” ตะวันตอบตรงๆ “ผมรู้สึกเหมือนถูกหลอก”
“แล้วแกจะทำยังไงต่อไป”
“ผม… ผมอยากจะกลับไปหาลุงฉายครับ” ตะวันตัดสินใจ “ผมอยากจะปรึกษาท่าน”
“เป็นความคิดที่ดี” เสี่ยใหญ่เห็นด้วย “ลุงฉายคือคนที่แกควรจะเชื่อใจที่สุด”
“แล้วเรื่องค่าตัวที่ผมได้มา…” ตะวันชี้ไปที่ซองเอกสารในมือ
“เก็บไว้ก่อน” เสี่ยใหญ่แนะนำ “ถ้าแกตัดสินใจไม่ไปกับกระทิงเหล็ก แกก็จะได้ใช้มัน”
“ครับ” ตะวันพยักหน้า เขารู้สึกโล่งใจที่ได้มีโอกาสตัดสินใจด้วยตัวเองอีกครั้ง
“ไปเถอะ” เสี่ยใหญ่ตบไหล่ตะวัน “ฉันจะให้คนขับรถไปส่งแกที่บ้านลุงฉาย”
ตะวันขอบคุณเสี่ยใหญ่ เขารีบกลับไปที่ห้องพักเล็กน้อยเพื่อเก็บสัมภาระ แล้วจึงตรงไปยังบ้านของลุงฉาย ท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายที่สาดส่อง
บ้านของลุงฉายตั้งอยู่ไม่ไกลจากชายหาด ยังคงมีความสงบและเรียบง่ายเหมือนเดิม เมื่อตะวันไปถึง ประตูบ้านก็เปิดออก ต้อนรับเขาด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นของลุงฉาย
“ตะวัน! มาแล้วรึ” ลุงฉายทักทายอย่างดีใจ “เข้ามาสิ”
ตะวันเดินเข้าไปในบ้าน กลิ่นอายของสมุนไพรและทะเลผสมผสานกันอย่างคุ้นเคย “สวัสดีครับลุงฉาย”
“มาแล้วก็ดีแล้ว นั่งก่อนสิ” ลุงฉายผายมือเชิญไปนั่งที่โซฟาเก่าแก่ “เป็นไงบ้าง เมืองกรุงน่ะ”
ตะวันเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ลุงฉายฟัง ตั้งแต่การแข่งขัน การพบกับอภิชาติ คำเสนอสัญญาที่แฝงไปด้วยเงื่อนไข การเอาชนะพายุหมุน และการเตือนจากพายุหมุนเกี่ยวกับอภิชาติ เขาเล่าด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อนึกถึงความซับซ้อนของวงการนี้
เมื่อฟังจบ ลุงฉายก็ถอนหายใจยาว “ไอ้หมอนั่น… ข้าก็รู้อยู่ว่ามันไม่น่าไว้ใจ”
“แล้วผมควรจะทำยังไงดีครับลุง” ตะวันถามอย่างร้อนรน
“ตะวันเอ๊ย” ลุงฉายมองหน้าหลานชายอย่างอ่อนโยน “จำไว้ว่าเส้นทางของนักมวย ไม่ใช่แค่การใช้หมัด แต่คือการใช้สมองด้วย”
“ผม… ผมไม่เข้าใจครับ”
“หมัดของแกมันของจริง แกพิสูจน์ตัวเองแล้ว” ลุงฉายอธิบาย “แต่แกต้องรู้จักเลือกทางเดิน ถ้าแกหลงเข้าไปในค่ายของไอ้พวกบ้าอำนาจแบบนั้น แกอาจจะสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไป”
“ผมไม่อยากเป็นแบบนั้นครับ” ตะวันย้ำ
“ดีแล้ว” ลุงฉายยิ้ม “เรื่องเงินที่แกได้มา แกเก็บไว้ก่อน มันจะเป็นทุนสำรองของแก”
“ครับ”
“ส่วนเรื่องสัญญา… อย่าไปเซ็นอะไรทั้งสิ้น ถ้าแกไม่แน่ใจ” ลุงฉายกล่าว “แกยังมีทางเลือกอื่นอีกเยอะ”
“ทางเลือกอื่น… หมายความว่ายังไงครับ”
“แกยังเป็นอิสระ” ลุงฉายพูด “แกสามารถเลือกค่ายที่แกไว้ใจได้ หรือไม่ก็ฝึกฝนตัวเองไปก่อนก็ได้”
“ผม… ผมอยากจะกลับมาฝึกที่ค่ายพยัคฆ์ทะเลครับ” ตะวันพูด “ผมรู้สึกว่าที่นี่คือบ้านของผม”
ลุงฉายหัวเราะ “แน่อยู่แล้ว! ถ้าแกอยากกลับมาเมื่อไหร่ ประตูนี้เปิดต้อนรับแกเสมอ”
“ขอบคุณครับลุง” ตะวันรู้สึกอบอุ่นหัวใจ “ผมจะคิดถึงคำแนะนำของลุงเสมอ”
“แล้วถ้ามีปัญหาอะไร หรือต้องการความช่วยเหลืออะไรอีก บอกข้าได้เสมอ” ลุงฉายตบบ่าตะวัน “จำไว้ว่าแกไม่ได้สู้เพียงลำพัง”
ตะวันใช้เวลาอยู่ที่บ้านลุงฉายอีกครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเดินทางกลับไปยังค่ายพยัคฆ์ทะเล เขาไม่ได้กลับไปเพื่อเซ็นสัญญาหรือรับข้อเสนอใดๆ แต่กลับไปด้วยหัวใจที่หนักแน่นขึ้น และพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความจริงที่ซับซ้อนของโลกมวย
==
4,496 ตัวอักษร