ศิษย์เอก ยอดมวย สู่บัลลังก์ทอง

ตอนที่ 14 / 35

ตอนที่ 14 — ศึกสายเลือด กลางสังเวียน

แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องพักของเพชร ปลุกเขาจากการหลับใหลอันไม่สงบ เขาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ปนเปกันระหว่างความตื่นเต้นและความกังวล วันนี้คือวันแห่งการตัดสิน วันที่เขาจะได้เผชิญหน้ากับนักรบอย่างเป็นทางการบนสังเวียน "พร้อมแล้วนะ เพชร" เสียงชัยดังขึ้นจากหน้าประตู เขาดูผ่อนคลายกว่าเมื่อวานเล็กน้อย แต่แววตาก็ยังคงฉายความกังวลอยู่ "พร้อมที่สุดแล้วครับพี่ชัย" เพชรตอบ พยายามปรับน้ำเสียงให้มั่นคง "ดีมาก" ชัยเดินเข้ามา "จำไว้ว่าทุกอย่างที่เราฝึกซ้อมมา มันจะถูกนำมาใช้ในวันนี้ แกเป็นมวยที่ฉลาด รู้จักใช้ไหวพริบ อย่าใจร้อน จงรอจังหวะ" "ครับ" "ส่วนตะวัน" ชัยหันไปทางตะวันซึ่งกำลังนั่งเตรียมอุปกรณ์อยู่ "แกเองก็ต้องพร้อมเหมือนกัน แม้ว่าแกจะเป็นฝ่ายให้กำลังใจเพชร แต่ถ้ามีโอกาส แกก็ต้องแสดงให้เห็นว่าค่ายเพชรพยัคฆ์มีนักมวยที่เก่งกาจสองคน" ตะวันพยักหน้า "ผมเข้าใจครับพี่ชัย ผมจะสู้ให้เต็มที่เหมือนกัน" บรรยากาศภายในค่ายอบอวลไปด้วยความตึงเครียด ทุกคนต่างก็จับตาดูเพชรและตะวันอย่างให้กำลังใจ นักมวยคนอื่นๆ ต่างก็เข้ามาอวยพรและให้กำลังใจ ขอให้โชคดีกับการแข่งขัน เมื่อถึงเวลาเดินทางไปยังสนาม เพชรรู้สึกถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เสียงเพลงที่เปิดคลอในรถ เสียงพูดคุยของผู้คน เสียงประกาศในงานแข่งขัน ทุกอย่างล้วนเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเขาใกล้จะถึงจุดสูงสุดของเส้นทางแล้ว ในสนาม ผู้ชมจำนวนมหาศาลส่งเสียงเชียร์กึกก้อง บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเร้าใจ เพชรมองไปยังเวทีที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง ราวกับจะเป็นบัลลังก์ทองที่เขากำลังจะพิชิต "ดูนั่นสิ" พยัคฆ์กระซิบกับชัย ขณะที่เขากำลังยืนมองอยู่ข้างเวที "นักรบอยู่ตรงนั้นแล้ว" เพชรมองตามสายตาของพยัคฆ์ ก็เห็นนักรบกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเวที แวดล้อมไปด้วยทีมงานของเขา ใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉย แต่แววตาก็ยังคงฉายประกายแห่งความมุ่งมั่น "เขามาเพื่อคุมเกมจริงๆ" ชัยพึมพำ การแข่งขันคู่แรกเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด ท่ามกลางเสียงเชียร์ที่ดังสนั่น เพชรได้รับอนุญาตให้ขึ้นเวทีหลังจากคู่แรกจบลง "เอาล่ะ เพชร" ชัยตบไหล่เขาเบาๆ "นี่คือเวทีของแกแล้ว จงแสดงให้พวกเขาเห็น ว่าแกคือเพชรที่แท้จริง" เพชรสูดลมหายใจลึก ก้าวขาเดินขึ้นเวที ท่ามกลางเสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่ม เขายกมือขึ้นไหว้รอบเวที แสดงความเคารพต่อสังเวียน ก่อนจะเดินไปกลางเวทีเพื่อรอคู่ต่อสู้ "คู่ชกของแกวันนี้คือ 'พยัคฆ์ดำ' จากค่ายพยัคฆ์ทมิฬ" เสียงผู้ประกาศดังขึ้น "นักมวยที่ขึ้นชื่อเรื่องหมัดหนักและสไตล์การบุกที่ดุดัน" เมื่อพยัคฆ์ดำเดินขึ้นเวที เพชรก็รู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวคู่ต่อสู้ เขาดูแข็งแกร่งและมั่นใจ "พร้อมนะ" ผู้ตัดสินกล่าวกับทั้งสองฝ่าย เพชรพยักหน้า "พร้อมครับ" "พร้อม" พยัคฆ์ดำตอบเสียงห้าว ระฆังดังขึ้น การแข่งขันเริ่มต้นขึ้น เพชรตั้งการ์ดสูง พยายามประคองเชิง พยัคฆ์ดำพุ่งเข้าใส่ทันที ปล่อยหมัดตรงเข้าใส่เพชรอย่างต่อเนื่อง "หมัดหนักจริงๆ" เพชรคิดในใจ "แต่เขาก็เปิดช่องว่างมากเกินไป" เพชรใช้จังหวะที่พยัคฆ์ดำปล่อยหมัดหนัก เขาหลบอย่างเฉียดฉิวและสวนกลับด้วยหมัดแย็บเข้าที่ใบหน้าของคู่ต่อสู้ "หมัดแกก็ใช่ย่อยนะ" พยัคฆ์ดำพูดพลางปัดป้อง "ผมก็ฝึกมาเหมือนกัน" เพชรตอบ การชกดำเนินไปอย่างดุเดือด เพชรใช้ความคล่องแคล่วหลบหลีกการโจมตีของพยัคฆ์ดำ และรอจังหวะในการสวนกลับ เขาออกหมัดแย็บและหมัดตรงเป็นระยะๆ สร้างความรำคาญให้กับคู่ต่อสู้ "แกมัวแต่หลบอยู่ได้!" พยัคฆ์ดำตะโกน "ออกมาสู้กันแบบลูกผู้ชายหน่อย!" "ผมกำลังสู้แบบลูกผู้ชายอยู่ครับ" เพชรตอบ พลางใช้ลูกเตะสั้นเข้าที่ขาของพยัคฆ์ดำ ในยกที่สาม พยัคฆ์ดำเริ่มมีอาการอ่อนล้าจากการบุกอย่างต่อเนื่อง เพชรเห็นโอกาส เขาเร่งเกมเข้าใส่ ปล่อยหมัดชุดเข้าใส่ใบหน้าและลำตัวของคู่ต่อสู้ "หมัดของแกมันมีน้ำหนัก" พยัคฆ์ดำบ่นอุบ "แต่ยังไม่หนักพอที่จะน็อกฉันได้" "เดี๋ยวก็รู้ครับ" เพชรยิ้ม เขาตัดสินใจใช้ท่าไม้ตายที่ได้ฝึกซ้อมมาอย่างดี เขาหลอกล่อให้พยัคฆ์ดำเข้าหา ก่อนจะใช้ศอกกระทุ้งเข้าที่ปลายคางของคู่ต่อสู้ "โอ๊ย!" พยัคฆ์ดำร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ร่างกายทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น "กรรมการนับ!" เสียงผู้ประกาศดังขึ้น "หนึ่ง... สอง... สาม..." เพชรมองไปยังนักรบ ซึ่งนั่งอยู่ข้างเวที ใบหน้าของนักรบยังคงเรียบเฉย แต่เพชรสัมผัสได้ถึงสายตาที่จับจ้องมาที่เขาอย่างไม่วางตา "สี่... ห้า... หก..." "เจ็ด... แปด... เก้า..." "สิบ!" เสียงระฆังดังขึ้น เพชรเป็นฝ่ายชนะน็อกไปได้อย่างสวยงาม เสียงเชียร์ในสนามดังกระหึ่มราวกับจะถล่มทลาย "สุดยอดมาก เพชร!" ชัยตะโกนด้วยความดีใจ "แกทำได้แล้ว!" พยัคฆ์เสริม เพชรยกมือขึ้นรับคำอวยพรจากกองเชียร์ เขารู้สึกภูมิใจในตัวเอง แต่ก็ยังคงมีกังวลเกี่ยวกับคู่ต่อสู้คนต่อไป "ถึงตาของตะวันแล้ว" ชัยบอก ตะวันเดินเข้าสู่เวทีอย่างสง่างาม คู่ต่อสู้ของเขาคือ 'พายุทมิฬ' นักมวยหมัดหนักจากภาคใต้ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความดุดันและไม่เคยยอมแพ้ "สู้ๆ นะพี่ตะวัน!" เพชรตะโกนให้กำลังใจ การชกของตะวันเป็นไปอย่างดุเดือด เขาต้องเผชิญหน้ากับพายุทมิฬที่บุกเข้าใส่ไม่หยุดหย่อน แต่ตะวันก็ใช้ความเร็วและเทคนิคอันแพรวพราวในการตอบโต้ "แกมันก็แค่มวยเต้น" พายุทมิฬตะคอก "แล้วแกก็เป็นแค่มวยบ้า" ตะวันตอบกลับ พลางใช้ลูกเตะกวาดเข้าที่ขาของคู่ต่อสู้ ทั้งสองฝ่ายผลัดกันรุก ผลัดกันรับ การชกเป็นไปอย่างสูสี จนกระทั่งในยกสุดท้าย ตะวันใช้จังหวะที่พายุทมิฬเสียหลักจากการปล่อยหมัดหนัก เขาปล่อยหมัดศอกกลับเข้าที่ขมับของคู่ต่อสู้ "เพล้ง!" พายุทมิฬล้มลงไปกองกับพื้น กรรมการนับถึงสิบ ตะวันเป็นฝ่ายชนะไปอย่างงดงาม "ยอดเยี่ยมมาก!" ชัยกล่าว "เรามีนักมวยสองคนที่พร้อมจะชิงบัลลังก์!" ขณะที่ทั้งสองคนกำลังจะเดินลงจากเวที นักรบก็ลุกขึ้นยืน และเดินตรงมาหาพวกเขา "ยินดีด้วยนะ เพชร" นักรบกล่าวกับเพชร "แกทำได้ดีทีเดียว" "ขอบคุณครับ" เพชรตอบอย่างระแวดระวัง "แต่การแข่งขันยังไม่จบ" นักรบยิ้มอย่างมีเลศนัย "รอบชิงชนะเลิศ จะเป็นบททดสอบที่แท้จริง" "ผมพร้อมเสมอครับ" เพชรตอบ "ดี" นักรบกล่าว "เพราะฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรกับมวยที่ฉันเลือก" คำพูดของนักรบทำให้เพชรและตะวันรู้สึกประหลาดใจ พวกเขามองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ

4,902 ตัวอักษร