ตอนที่ 22 — ความจริงที่ถูกเปิดเผย
“แล้ว… แล้วสารนั้น… คืออะไรกันแน่ครับ” วายุถามเสียงสั่น พยายามกลั้นน้ำตาที่เอ่อล้น “ผมอยากรู้ว่ามันมีผลอะไรกับน้องผม”
วิชัยถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ผมก็ไม่รู้ชื่อจริงๆ หรอกครับ… ท่าน ดร.นที เรียกมันว่า ‘สารสกัดแห่งชัยชนะ’… ท่านบอกว่ามันเป็นสูตรลับ… ที่จะทำให้นักกีฬามีพละกำลังมหาศาล… มีสมาธิเฉียบคม… และ… ที่สำคัญ… ท่านบอกว่ามันไม่มีทางถูกตรวจพบได้ในสารกระตุ้นทั่วไป”
“ไม่มีทางถูกตรวจพบได้?” เมฆทวนคำอย่างไม่เชื่อ “แต่ถ้ามันทำให้เกิดอาการผิดปกติ… หรือส่งผลกระทบต่อสุขภาพ… มันก็ต้องมีอะไรสักอย่างที่นักวิทยาศาสตร์ตรวจเจอได้สิ”
“ผมก็ไม่ทราบครับ” วิชัยตอบ “ผมได้สารมา… แล้วก็ทำตามที่ท่านบอก… ส่วนผลลัพธ์… ท่าน ดร.นที เป็นคนรับผิดชอบ”
“แล้ววันนั้น… ที่น้องสาววายุประสบอุบัติเหตุ… คุณไปทำอะไรแถวนั้น?” พนักงานสอบสวนถามเสียงเข้ม
วิชัยก้มหน้ารับสารภาพ “ผม… ผมไปแอบดูวายุซ้อมครับ… ผมได้รับคำสั่งจากท่าน ดร.นที ให้คอยสอดส่องความเคลื่อนไหวของทีม ‘เรือพยัคฆ์’… วันนั้นผมเห็นน้องสาววายุเดินผ่านไป… ผมก็เลย… เกิดความคิดชั่ววูบ… ผมอยากจะเล่นงานวายุ… ทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัย… ทำให้เขาสมาธิเสีย… ผมเลยตัดสินใจ… เอาสารที่ท่าน ดร.นที ให้มา… ผสมกับเครื่องดื่มของน้องเขา… หวังจะแค่ทำให้เธอรู้สึกไม่สบาย… หรือมึนงงนิดหน่อย… แต่ผมไม่คิดเลยว่า… มันจะรุนแรงขนาดนั้น… พอผมเห็นเธอล้มลง… ผมก็ตกใจมาก… รีบหนีไป… ผมรู้ว่าผมทำผิด… ผิดมหันต์… แต่ผมกลัว… กลัวผลที่จะตามมา”
“คุณมันเห็นแก่ตัว!” วายุตะโกนเสียงดัง พร้อมกับเดินเข้าไปประชิดตัววิชัย “น้องสาวผมต้องเจ็บปวดเพราะความเห็นแก่ตัวของคุณ! เพราะความทะเยอทะยานของคุณ! คุณมันไม่สมควรที่จะได้มายืนอยู่ตรงนี้!”
เมฆรีบเข้ามาดึงวายุไว้ “วายุ ใจเย็นๆ ก่อน”
“ใจเย็นได้ยังไง เมฆ!” วายุสะบัดแขนออก “น้องผมเกือบตายนะ! ถ้าไม่ใช่เพราะทีมเรา… ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเรา… ป่านนี้น้องผมคง… คง… ” วายุพูดต่อไม่ไหว น้ำตาไหลอาบแก้ม
“ผมขอโทษ… วายุ… ผมขอโทษจริงๆ” วิชัยพูดเสียงเบา “ผมรู้ว่าคำขอโทษของผม… มันคงไม่สามารถทดแทนสิ่งที่ผมทำลงไปได้… ผมยอมรับทุกอย่าง… ผมพร้อมจะรับโทษตามกฎหมาย”
“นี่มันเกินกว่าคำว่าผิดพลาดแล้วนะวิชัย” ดินพูดเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความผิดหวัง “นี่มันคือการเจตนาทำร้ายผู้อื่น”
“ผมจะให้ทนายความจัดการเรื่องนี้เอง” เมฆพูดกับพนักงานสอบสวน “แต่ผมอยากจะขอทราบรายละเอียดของ ‘สารสกัดแห่งชัยชนะ’ ที่วิชัยกล่าวถึง… รวมถึง… ความเกี่ยวข้องของ ดร.นที กับเรื่องนี้เพิ่มเติมครับ”
พนักงานสอบสวนพยักหน้า “เรากำลังดำเนินการอยู่ครับ… การที่วิชัยให้การซัดทอด… ทำให้เรามีแนวทางในการสืบสวนที่ชัดเจนขึ้น… เราจะเร่งตรวจสอบประวัติและเส้นทางการเงินของ ดร.นที… รวมถึง… เราจะส่งสารที่พบในกล่องของวิชัยไปตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียดอีกครั้ง”
“แล้ว… เราจะได้รู้ไหมครับว่าสารนั้นคืออะไร… แล้วจะรักษาอาการของงามตาได้หรือไม่?” วายุถามด้วยความหวัง
“เราจะพยายามอย่างเต็มที่” พนักงานสอบสวนกล่าว “แต่ตอนนี้… เราต้องให้ความสำคัญกับการรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดก่อน”
ขณะที่เรื่องราวของวิชัยกำลังถูกคลี่คลาย… ปัญหาใหญ่หลวงกว่ากำลังก่อตัวขึ้นที่สมาคมเรือพายแห่งประเทศไทย
ในห้องทำงานที่โอ่อ่าของ ดร.นที บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด
“วิชัย… มันกล้ามากจริงๆ” ดร.นที พูดเสียงเย็นยะเยือก พร้อมกับกำหมัดแน่น “คิดจะซัดทอดฉัน… มันคงจะหมดประโยชน์แล้วสินะ”
“ท่านครับ… ผมว่าเราควรจะ… วางแผนรับมือ” เลขาฯ สาวสวยของ ดร.นที กล่าวอย่างกังวล
“รับมือเหรอ?” ดร.นที หัวเราะในลำคอ “ฉันเป็นกรรมการบริหารระดับสูงของสมาคม… ใครจะกล้าแตะต้องฉันได้… วิชัยมันก็แค่เด็กที่ฉันปั้นขึ้นมา… ถ้ามันคิดจะทรยศ… ฉันก็มีวิธีจัดการกับมันได้อยู่แล้ว”
“แต่… วิชัยมีหลักฐานบางอย่าง… ที่เราไม่ทราบมาก่อนนะครับ” เลขาฯ กล่าว “เขาแอบบันทึกเสียงการสนทนาของเราไว้… ตอนที่เราคุยเรื่องสารสกัด… และเรื่องการวางแผนกำจัดทีม ‘เรือพยัคฆ์’… ผมได้ข่าวมาว่า… เขายอมรับกับตำรวจแล้วว่ามีไฟล์เสียงนี้…”
ดร.นที เบิกตาโตด้วยความตกใจ “อะไรนะ! วิชัยกล้าทำแบบนั้นเชียวหรือ!”
“ครับท่าน… ข่าวว่า… เขากำลังจะมอบไฟล์เสียงนั้นให้กับนักข่าว… เพื่อให้เรื่องมันแดงขึ้น”
“ไอ้สารเลว!” ดร.นที ตวาดลั่น “ถ้าไฟล์เสียงนั้นหลุดออกไป… ทุกอย่างจบสิ้น! หน้าที่การงาน… ชื่อเสียง… ทุกอย่างที่ฉันสร้างมา… มันจะพังทลายลงหมด!”
“เราต้องรีบทำอะไรสักอย่างครับท่าน… ก่อนที่มันจะสายเกินไป”
“ทำอะไร?” ดร.นที ครุ่นคิดอย่างหนัก “ถ้าเราไปข่มขู่วิชัย… มันอาจจะยิ่งทำให้เรื่องมันแย่ลง… มันอาจจะเปิดโปงทุกอย่างทันที… เราต้องหาทาง… ปิดปากมัน… หรือ… ทำให้หลักฐานนั้น… มันไม่น่าเชื่อถือ”
“แต่เราจะทำได้อย่างไรครับท่าน… ตำรวจกำลังจับตาดูวิชัยอยู่… และข่าวก็เริ่มแพร่ออกไปแล้ว”
“นั่นสินะ…” ดร.นที ถอนหายใจ “สงสัย… ฉันจะต้องกลับไปหา ‘เพื่อนเก่า’ ของฉันอีกครั้งแล้วสิ… เพื่อนที่… ชอบเล่นกับสายน้ำ… และ… ชอบจัดการกับปัญหา… ด้วยวิธีที่… ไม่เหมือนใคร”
ขณะเดียวกัน ที่โรงพยาบาลงามตา ยังคงรักษาตัวอย่างต่อเนื่อง อาการของเธอดีขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงมีอาการอ่อนเพลีย และบางครั้งก็มีอาการสับสน
วายุเฝ้าไข้น้องสาวไม่ห่าง เขาพยายามพูดคุยกับเธอ เล่าเรื่องราวต่างๆ นานา แม้ว่าบางครั้งงามตาจะยังตอบสนองได้ไม่เต็มที่นัก
“งามตา… จำได้ไหม… วันนั้นพี่พาไปกินไอศกรีมที่ร้านโปรดของเรา” วายุพูดพลางลูบแขนงามตาเบาๆ “เดี๋ยวพี่จะซื้อมาให้กินอีกนะ… แล้วเราค่อยๆ ไปซ้อมพายเรือกันใหม่… พี่จะพาเราไปให้ถึงฝันด้วยกัน”
งามตาค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาช้าๆ มองใบหน้าพี่ชายด้วยแววตาที่ยังดูเลื่อนลอย “พี่… วายุ…”
“ครับ… พี่อยู่นี่” วายุรีบกุมมือของน้องสาว “เป็นยังไงบ้าง”
“หนู… หนูเจ็บ…” งามตากล่าวเสียงแผ่วเบา “แล้ว… แล้วหนูก็… จำอะไรไม่ค่อยได้เลย… เหมือนมีหมอก… บังอยู่ตรงหน้า”
“ไม่เป็นไรนะ… เดี๋ยวหมอจะมาดูอาการ… เดี๋ยวก็ดีขึ้นนะ” วายุปลอบ “เธอแข็งแรงจะตาย… เดี๋ยวก็กลับมาวิ่งเล่นได้เหมือนเดิม”
“แล้ว… ไอ้คนนั้น… ที่ผลักหนู… หนู… หนูจำหน้าเขาไม่ได้เลย… แต่… หนูรู้สึก… เหมือนเขามีรอยแผลเป็น… ตรง… ตรงขมับ…” งามตาพยายามนึก “แล้ว… เขามีกลิ่น… กลิ่นแปลกๆ… เหมือน… เหมือนสารเคมี…”
วายุอึ้งไป เขานึกถึงคำพูดของวิชัยที่ยอมรับว่าเป็นคนผลัก แต่วิชัยมีรอยแผลเป็นที่ขมับจริงหรือ? และกลิ่นสารเคมี… กลิ่นเดียวกับที่งามตาบอกว่าได้กลิ่นในวันที่เธอประสบอุบัติเหตุหรือไม่?
“รอยแผลเป็น… ที่ขมับ?” วายุทวนคำ “แล้วกลิ่นสารเคมี… ที่งามตาก็ได้กลิ่นด้วยเหรอ?”
“ใช่… เหมือน… เหมือนน้ำยาอะไรสักอย่าง… แรงๆ” งามตาตอบ “หนู… หนูจะหายไหมพี่… หนู… หนูไม่อยากเป็นแบบนี้…”
“หายสิ… หายแน่นอน” วายุปลอบ “พี่จะอยู่ตรงนี้กับน้องตลอดไป”
เขารู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังอุบัติเหตุของน้องสาว และคำให้การของวิชัยก็ดูเหมือนจะยังไม่ใช่ทั้งหมด
ทีม ‘เรือพยัคฆ์’ ยังคงต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ซับซ้อนและอันตรายยิ่งกว่าที่คาดคิด
5,468 ตัวอักษร