ตอนที่ 11 — สมบัติในอดีต
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องเก็บของเก่า กลิ่นอับชื้นของฝุ่นและกาลเวลาประทับเข้าจมูก อรุณรัศมียืนนิ่ง มองไปรอบๆ ด้วยความประหลาดใจ ห้องนี้ไม่ได้ใหญ่โตนัก แต่เต็มไปด้วยข้าวของที่ถูกกองสุมไว้เป็นระเบียบอย่างน่าประหลาด
มีกล่องกระดาษลังเก่าๆ วางเรียงรายอยู่เต็มผนังบางส่วน มีหีบไม้ใบใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง และมีชั้นวางของที่เต็มไปด้วยสิ่งของต่างๆ นานา
"นี่... นี่มันอะไรกันคะ" อรุณรัศมีถาม เสียงแผ่วเบา
"นี่คือ... ความทรงจำของผมครับ" ภาคินตอบ ดวงตาของเขาทอประกายบางอย่างที่อรุณรัศมีไม่เคยเห็นมาก่อน "ของทุกชิ้นที่นี่... มีเรื่องราวของมัน"
ภาคินเดินตรงไปยังหีบไม้ใบใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง เขาเปิดฝาหีบออกอย่างนุ่มนวล
"สิ่งแรกที่ผมอยากให้คุณเห็น... คือสิ่งนี้ครับ" ภาคินหยิบเอากล่องไม้เล็กๆ ที่แกะสลักอย่างประณีตออกมาจากหีบ
"สวยจังค่ะ" อรุณรัศมีอุทาน "เป็นของใครคะ"
"เป็นของแม่ผมครับ" ภาคินกล่าว เสียงของเขาแผ่วลง "คุณแม่เสียไปตั้งแต่ผมยังเด็ก ผมจำอะไรเกี่ยวกับท่านไม่ค่อยได้มากนัก แต่ผมเก็บของชิ้นนี้ไว้เป็นที่ระลึก"
เขาเปิดกล่องไม้เล็กๆ นั้นออก ข้างในมีรูปถ่ายเก่าๆ ใบหนึ่ง รูปถ่ายของหญิงสาวที่กำลังยิ้มอย่างสดใส ใบหน้านั้นดูอ่อนหวานและอ่อนโยน
"นี่คือคุณแม่ของคุณเหรอคะ" อรุณรัศมีถามอย่างนุ่มนวล
"ครับ" ภาคินพยักหน้า "ผมพยายามนึกถึงท่านตลอดเวลา แต่ยิ่งโตขึ้น ภาพท่านก็ยิ่งเลือนลาง"
จากนั้น ภาคินก็หยิบสิ่งของอื่นๆ ออกมาจากหีบทีละชิ้น มีสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ ที่ปกเขียนว่า "บันทึกความทรงจำ" มีชุดตุ๊กตาหมีเก่าๆ ที่ดูซอมซ่อ มีโมเดลรถยนต์คันจิ๋วที่สีซีดจางไปตามกาลเวลา
"นี่คือสมุดบันทึกของผมเองครับ" ภาคินยื่นสมุดเล่มนั้นให้อรุณรัศมี "ผมเริ่มเขียนตั้งแต่ตอน ป. 3 มั้งครับ"
อรุณรัศมีรับสมุดมาเปิดดู หน้ากระดาษเต็มไปด้วยลายมือหวัดๆ ของเด็กผู้ชาย ที่บรรยายเรื่องราวในชีวิตประจำวันของเขา มีภาพวาดการ์ตูนง่ายๆ แทรกอยู่เป็นระยะ
"คุณภาคิน... คุณเป็นคนละเอียดอ่อนกว่าที่ฉันคิดนะคะ" อรุณรัศมีกล่าวอย่างประหลาดใจ
"ผมก็แค่... ไม่อยากลืมอะไรครับ" ภาคินตอบ "ยิ่งเวลาผ่านไป อะไรๆ ก็ยิ่งเลือนหายไป"
เขาหยิบตุ๊กตาหมีตัวหนึ่งขึ้นมา ดวงตาข้างหนึ่งของตุ๊กตาหมีหลุดไป เหลือเพียงรูเปล่าๆ
"ตัวนี้... เป็นของขวัญวันเกิดชิ้นแรกที่ผมได้รับครับ" ภาคินพูด "เป็นของขวัญจากพ่อ"
"แล้วทำไมถึงเก็บมันไว้ในนี้ล่ะคะ" อรุณรัศมีถาม
"ผม... ผมไม่รู้จะวางไว้ที่ไหนดี" ภาคินตอบ "มันมีความหมายกับผมมาก แต่ผมก็ไม่สามารถนำมันไปตั้งโชว์ในห้องรับแขก หรือในห้องทำงานได้"
"เพราะคุณอยากจะวางภาพลักษณ์นักธุรกิจที่ดูแข็งแกร่งไว้ตลอดเวลาใช่ไหมคะ" อรุณรัศมีถาม
ภาคินพยักหน้าช้าๆ "ผม... ผมไม่อยากให้ใครเห็นด้านที่อ่อนแอของผม"
อรุณรัศมีมองไปรอบๆ ห้องอีกครั้ง เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมภาคินถึงไม่อยากให้ใครเข้ามาในบริเวณนี้
"แล้วทำไมถึงยอมให้ฉันเข้ามาล่ะคะ" เธอถาม
ภาคินหันมามองเธอ ดวงตาของเขาสบเข้ากับดวงตาของเธอ
"เพราะผม... อยากให้คุณเข้าใจผมครับ" ภาคินตอบ เสียงของเขาจริงจัง "ผมอยากให้คุณเห็นว่า... นอกจากความเป็นนักธุรกิจที่เห็นแก่ตัวและเอาแต่ใจ... ผมก็มีมุมที่เปราะบาง มีความทรงจำที่ผมหวงแหน"
เขาเดินเข้าไปใกล้เธอมากขึ้น "ผม... ผมเริ่มรู้สึกดีกับคุณแล้วครับ คุณอรุณรัศมี"
คำพูดนั้นทำให้อรุณรัศมีใจสั่นไหว เธอไม่เคยคาดคิดว่าภาคินจะพูดแบบนี้ออกมา
"คุณภาคิน..." เธอเอ่ยชื่อเขาเบาๆ
"ผมรู้ว่าเราเริ่มต้นกันไม่ค่อยดีนัก" ภาคินกล่าวต่อ "แต่ผมก็อยากให้โอกาสเราได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันจริงๆ"
ขณะที่ทั้งสองกำลังตกอยู่ในภวังค์ของความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้น เสียงโทรศัพท์ของอรุณรัศมีก็ดังขึ้นอีกครั้ง เป็นสายจากคุณหญิงอรทัย ผู้เป็นแม่ของเธอ
"ฮัลโหลค่ะคุณแม่" อรุณรัศมีตอบรับสาย
"อรุณรัศมี ลูกอยู่ที่ไหนจ๊ะ" เสียงคุณหญิงอรทัยดังมาอย่างเป็นห่วง
"ฉัน... ฉันอยู่ที่สวนหลังบ้านค่ะคุณแม่" อรุณรัศมีตอบ
"อ้าว... แล้วภาคินล่ะจ๊ะ" คุณหญิงอรทัยถาม
"เขาก็อยู่ที่นี่ค่ะคุณแม่" อรุณรัศมีมองไปที่ภาคิน
"ดีจ้ะ... คือแม่มีข่าวจะบอก... คือ... เรื่องที่คุณกับภาคินจะไปฮันนีมูนที่เชียงใหม่น่ะ... พ่อเขาเป็นห่วงเรื่องคุณมากๆ เลย... เลยจะขอเลื่อนไปก่อนนะจ๊ะ... แม่ก็เลยคิดว่า... ถ้าอย่างนั้น... พรุ่งนี้เย็น พ่อแม่จะแวะมาทานข้าวที่บ้านนะลูก... จะได้คุยกันเรื่องนี้ให้เคลียร์"
อรุณรัศมีหน้าเสียไปทันที "อะไรนะคะคุณแม่! พรุ่งนี้เย็น! มาทานข้าวที่บ้าน! แล้วเรื่องฮันนีมูน... เลื่อนไปก่อนนี่หมายความว่ายังไงคะ"
"ใจเย็นๆ จ้ะลูก" คุณหญิงอรทัยพยายามปลอบ "พ่อเขาแค่เป็นห่วงเรื่องสุขภาพของคุณน่ะ... แต่ก็เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้มาเจอกันพร้อมหน้าพร้อมตาไงจ๊ะ"
อรุณรัศมีวางสายโทรศัพท์ลงด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ภาพของพ่อแม่ที่กำลังจะมาเยือนบ้านของเธอและภาคิน ทำให้บรรยากาศที่กำลังจะโรแมนติกเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น
"มีอะไรเหรอครับ" ภาคินถามด้วยความเป็นห่วง
"คุณแม่โทรมาค่ะ" อรุณรัศมีถอนหายใจ "ท่านจะให้พ่อแม่มาทานข้าวที่บ้านเราพรุ่งนี้เย็นค่ะ"
"มาทานข้าว?" ภาคินเลิกคิ้ว "แล้วมีเรื่องอะไรสำคัญขนาดนั้นเชียว"
"ท่านบอกว่า... จะมาคุยเรื่องฮันนีมูนของเราค่ะ... แต่เหมือนจะบอกเลื่อนไปก่อน" อรุณรัศมีพูดด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ
ภาคินขมวดคิ้ว "เลื่อนฮันนีมูน? ทำไมล่ะครับ"
"ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ" อรุณรัศมีตอบ "แต่ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเลยค่ะ"
4,221 ตัวอักษร