มนุษย์เงินเดือนสุดป่วน กับภารกิจพิชิตโบนัส

ตอนที่ 1 / 30

ตอนที่ 1 — ความหวังริบหรี่ โบนัสสิ้นปี

เสียงนาฬิกาปลุกดิจิทัลบนหัวเตียงดังขึ้นอย่างไม่ปรานี ร่างบางในชุดนอนลายหมีแพนด้าย้วย เด้งตัวลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล ดวงตาที่ยังปรือครึ่งค่อยๆ ปรับโฟกัสให้เข้ากับแสงสลัวของห้องนอนที่เต็มไปด้วยกองเอกสารและกล่องกาแฟสำเร็จรูปที่ถูกใช้จนหมดไปแล้ว เธอคือ "พิมพ์" หรือที่เพื่อนร่วมงานขนานนามว่า "พิมพ์ลายจุด" เพราะไม่ว่าวันไหนๆ เสื้อผ้าที่เธอใส่ก็ต้องมีลายจุดเสมอ วันนี้ก็เช่นกัน เธอเลือกชุดกระโปรงลายจุดสีฟ้าสดใส หวังว่าจะเรียกความสดใสให้ตัวเองได้บ้าง ทว่าความหวังนั้นก็จางหายไปตั้งแต่เห็นตารางงานที่แปะอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ "โอ้โห... ดูสิ พิมพ์ลายจุด ทำไมตารางงานมันหนาเตอะอย่างนี้เนี่ย" พิมพ์พึมพำกับตัวเองขณะที่มือเรียวยกแก้วกาแฟดำปริมาณมหาศาลขึ้นมาจิบ "เรื่องปกติของช่วงปลายปีนะพิมพ์" เสียงทุ้มแหบพร่าดังขึ้นจากอีกมุมหนึ่งของห้อง เป็นเสียงของ "วิน" หนุ่มหล่อมาดกวนประจำแผนกคอมพิวเตอร์ ที่ตอนนี้กำลังง่วนอยู่กับการซ่อมแซมเครื่องปริ้นท์ที่เสียเป็นประจำทุกวัน "อีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะได้พักผ่อนแล้ว ปลอบใจตัวเองไปก่อน" "พักผ่อนบ้าอะไรล่ะวิน" พิมพ์วางแก้วกาแฟลงอย่างแรง "หัวหน้าสั่งอัดโปรเจกต์ใหม่เข้ามาอีกสามโปรเจกต์ แถมยังเป็นโปรเจกต์ที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์แบบสุดๆ อีกต่างหาก ใครจะไปทำทัน" "ใจเย็นๆ พิมพ์" วินเดินเข้ามาตบบ่าพิมพ์เบาๆ "เราก็แค่ทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เสร็จเองแหละน่า" "ไปเรื่อยๆ งั้นเหรอ" พิมพ์ถอนหายใจยาว "แล้วถ้าทำไม่เสร็จล่ะ โบนัสสิ้นปีที่รอคอยกันมาทั้งปีจะหายไปกับตาเลยนะ" วินหัวเราะเบาๆ "โบนัสเหรอ... อย่าไปหวังอะไรมากเลยพิมพ์ แค่เงินเดือนไม่ลดก็บุญแล้ว" "วิน! พูดอย่างนี้ได้ไง" พิมพ์ทำเสียงดุ "ปีที่แล้วเราได้โบนัสตั้งสองเดือนนะ จะให้ปีนี้เราพลาดได้ยังไง" "ปีที่แล้วเรามี 'อาจารย์ใหญ่' คอยชี้นำ" วินยิ้มกริ่ม "แต่ปีนี้... อาจารย์ใหญ่ไปแล้วนี่นา" 'อาจารย์ใหญ่' คือชื่อเล่นที่พนักงานทุกคนเรียก "คุณสุชาดา" หัวหน้าแผนกการตลาดคนเก่า ที่เพิ่งจะเกษียณอายุไปเมื่อเดือนก่อน คุณสุชาดาเป็นหัวหน้าที่เก่ง ฉลาด และมีวิสัยทัศน์กว้างไกล สามารถนำพาบริษัทให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ก็เป็นที่รู้กันดีว่าคุณสุชาดามีวิธีการบริหารจัดการลูกน้องที่ค่อนข้างจะ "เข้มงวด" และ "ละเอียด" ราวกับจะจับผิดทุกการกระทำ พิมพ์เองก็เคยถูกคุณสุชาดาตำหนิเรื่องการใช้คำผิดเล็กๆ น้อยๆ ในเอกสารรายงานมาแล้วครั้งหนึ่ง จนพิมพ์จำขึ้นใจ และแล้ว วันแห่งความจริงก็มาถึง เมื่อ "คุณทรงพล" หัวหน้าแผนกการตลาดคนใหม่ ก้าวเข้ามาในออฟฟิศด้วยมาดของผู้บริหารที่ดูภูมิฐาน ท่าทางสุขุม และรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตร ทว่าเบื้องหลังรอยยิ้มนั้นกลับซ่อนเร้นความน่าเกรงขามที่ทำให้พนักงานทุกคนรู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่างที่มองไม่เห็น "สวัสดีครับทุกคน" คุณทรงพลกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยอำนาจ "ผมทรงพล หัวหน้าแผนกการตลาดคนใหม่ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนครับ" พิมพ์และเพื่อนร่วมงานพากันลุกขึ้นยืนเพื่อทักทาย แต่ในใจของพิมพ์กลับเต็มไปด้วยความกังวล คุณสุชาดาถึงแม้จะเข้มงวด แต่เธอก็เข้าใจหัวอกลูกน้อง และมักจะให้โอกาสเสมอ ต่างจากคุณทรงพลที่ดูราวกับจะสมบูรณ์แบบเกินไป จนพิมพ์แอบคิดว่าเขาจะรับได้หรือไม่ หากลูกน้องจะมีความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ "เอาล่ะครับ" คุณทรงพลเดินไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง "ผมขอเวลาสักครู่เพื่อทำความคุ้นเคยกับงานที่นี่ ก่อนที่เราจะเริ่มภารกิจสำคัญที่รออยู่" "ภารกิจสำคัญอะไรครับ" พิมพ์อดถามออกไปไม่ได้ คุณทรงพลหันมายิ้มให้พิมพ์ "ก็แน่นอนครับ ภารกิจพิชิตโบนัสสิ้นปีไงล่ะครับ" คำว่า "โบนัสสิ้นปี" ทำให้ทุกคนในห้องเงียบกริบ พิมพ์เองก็รู้สึกใจเต้นแรง ภาพของเงินก้อนโตที่สามารถนำไปใช้จ่ายได้อย่างสบายใจตลอดทั้งปี ลอยขึ้นมาในหัวทันที "ผมทราบดีว่าพวกคุณทุกคนทำงานหนักมาตลอดทั้งปี" คุณทรงพลกล่าวต่อ "และผมก็เชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพของทีมเรา เราจะสามารถทำผลงานให้ดีที่สุด เพื่อให้ทุกคนได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับความเหน็ดเหนื่อย" "แต่... คุณทรงพลครับ" เสียงของ "นิด" พนักงานบัญชีสาวที่เข้ามาทักทายคุณทรงพลอย่างสุภาพ "ปีนี้บริษัทมีเป้าหมายที่ท้าทายกว่าปีก่อนๆ มากเลยครับ ยอดขายที่ตั้งไว้สูงขึ้นถึง 20% ทำให้เราต้องเร่งสร้างสรรค์แคมเปญการตลาดที่แปลกใหม่และน่าสนใจกว่าเดิม" "ผมทราบดีครับคุณนิด" คุณทรงพลตอบ "และนั่นคือเหตุผลที่ผมจะมอบหมายโปรเจกต์ใหญ่สามโปรเจกต์ให้กับพวกคุณ เพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงปลายปีนี้" พิมพ์ถึงกับหน้าซีด เธอมองไปที่วินที่ยืนอยู่ข้างๆ ซึ่งวินก็ส่งสายตากลับมาเป็นเชิงว่า "ฉันบอกแล้วไง" "โปรเจกต์แรกคือ 'แคมเปญลด แลก แจก แถม' สำหรับสินค้าขายดีของเรา" คุณทรงพลพูดพลางเปิดสไลด์บนโปรเจกเตอร์ "โปรเจกต์ที่สองคือ 'เทศกาลแห่งความสุข' ซึ่งเป็นแคมเปญส่งเสริมการขายในช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ และโปรเจกต์สุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือ 'การเปิดตัวสินค้าใหม่' ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคมนี้" พิมพ์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง โปรเจกต์สามโปรเจกต์ในเวลาที่จำกัดเช่นนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะทำสำเร็จ "ทั้งหมดนี้ผมต้องการให้เสร็จสมบูรณ์ภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ครับ" คุณทรงพลกล่าวทิ้งท้าย "เพื่อที่เราจะได้มีเวลาเตรียมตัวสำหรับการเปิดตัวสินค้าใหม่ในเดือนธันวาคม" เสียงฮือฮาเกิดขึ้นทั่วทั้งออฟฟิศ ไม่มีใครคาดคิดว่าหัวหน้าคนใหม่จะมอบหมายงานที่หนักหน่วงขนาดนี้ในช่วงเวลาที่ทุกคนกำลังจะเข้าสู่ช่วงเทศกาลแห่งความสุข "เป็นไปไม่ได้ครับคุณทรงพล" เสียงของ "อาร์ต" หนุ่มกราฟิกดีไซเนอร์ดังขึ้นอย่างทนไม่ไหว "ระยะเวลาที่ให้มามันน้อยเกินไป เราจะทำแคมเปญใหญ่ขนาดนี้เสร็จได้อย่างไร" "ผมเชื่อว่าพวกคุณทำได้ครับ" คุณทรงพลตอบด้วยรอยยิ้มที่ยังคงค้างอยู่บนใบหน้า "ผมจะคอยสนับสนุนพวกคุณอย่างเต็มที่ ถ้าพวกคุณต้องการอะไร บอกผมได้เลย" พิมพ์มองไปรอบๆ ตัว เพื่อนร่วมงานทุกคนมีสีหน้าเคร่งเครียด มองหน้ากันไปมาอย่างสิ้นหวัง ความหวังริบหรี่ที่จะได้โบนัสสิ้นปีที่ตั้งใจไว้ กำลังจะเลือนหายไปกับสายลมแห่งงานที่ถาโถมเข้ามา "เอาล่ะครับ" คุณทรงพลกล่าว "ผมขอให้ทุกคนกลับไปเตรียมตัว และเริ่มวางแผนงานของตัวเองได้เลย ผมจะเริ่มประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าในสัปดาห์หน้า" เมื่อคุณทรงพลเดินออกจากห้องไป บรรยากาศในออฟฟิศก็พลันเงียบลงทันที พิมพ์ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง "นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย" เธอพึมพำ "นั่นสิ" วินถอนหายใจ "สงสัยปีนี้โบนัสของเราจะฝันค้างซะแล้ว" "ไม่นะ" พิมพ์รวบรวมแรงทั้งหมด "เราต้องหาทางสิ เราจะยอมแพ้แค่นี้ไม่ได้" "แล้วจะให้ทำยังไงล่ะพิมพ์" อาร์ตถามอย่างหมดหวัง "เจ้านายคนใหม่โหดเกินไป" พิมพ์มองไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ของเธออีกครั้ง เห็นตารางงานที่หนาเตอะจนแทบจะมองไม่เห็นตัวอักษร เธอหยิบปากกาขึ้นมา วาดเส้นใต้คำว่า "โบนัสสิ้นปี" ดวงตาของเธอฉายแววที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "เราต้องสร้างทีมเวิร์คที่แข็งแกร่งกว่าเดิม" พิมพ์กล่าว "เราต้องรวมพลังกัน คิดแผนการใหม่ๆ ที่เจ๋งกว่าเดิม เพื่อพิสูจน์ให้คุณทรงพลเห็นว่า เรานี่แหละคือสุดยอดทีมการตลาด" วินมองพิมพ์ด้วยความประหลาดใจ "พิมพ์... เธอมั่นใจเหรอ" "ฉันมั่นใจ" พิมพ์ตอบเสียงหนักแน่น "เราต้องทำได้" เรื่องราวของพิมพ์และเหล่ามนุษย์เงินเดือนสุดป่วน เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ภารกิจพิชิตโบนัสสิ้นปีที่ดูเหมือนจะริบหรี่นักหนา กำลังจะนำพาพวกเขาไปสู่การผจญภัยที่ทั้งเหน็ดเหนื่อย ฮา และน่าจดจำ

5,861 ตัวอักษร