ยานอวกาศแห่งดวงดาวสุดท้าย

ตอนที่ 22 / 40

ตอนที่ 22 — แสงเรืองรองบนดวงดาวที่ห่างไกล

ยานอาร์คาเดียพุ่งทะยานผ่านความมืดมิดของห้วงอวกาศอันเวิ้งว้าง จิตใจของลูกเรือทุกคนยังคงเต็มไปด้วยภาพสุดท้ายของโอลิเวอร์ ผู้เสียสละตนเองเพื่อรักษาสวนแห่งดวงดาวอันเป็นความหวังสุดท้ายของพวกเขา ความรู้สึกผิดและความอาลัยยังคงเกาะกุมในใจ แต่หน้าที่และเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นก็คอยย้ำเตือนให้พวกเขาเดินหน้าต่อไป "ระยะทางที่เหลือถึงดาวเคราะห์เป้าหมายประมาณสิบสองหน่วยดาราศาสตร์" ทาร่ารายงานพลางกวาดสายตาไปตามหน้าจอแสดงผลที่ซับซ้อน "อัตราความเร็วปัจจุบันจะพาเราไปถึงที่นั่นภายในสามสัปดาห์" ซามูเอลพยักหน้า "มีอะไรผิดปกติกับระบบนำทางไหมทาร่า?" เขามักจะถามคำถามนี้ซ้ำๆ ราวกับต้องการความมั่นใจว่าทุกอย่างยังคงเป็นไปตามแผนที่วางไว้ "ทุกอย่างปกติค่ะ" ทาร่าตอบ "แต่... ฉันยังคงเป็นห่วงโอลิเวอร์ เขาจะอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ?" "เราต้องเชื่อมั่นในตัวเขา" เอเลน่ากล่าว เสียงของเธอหนักแน่นและเต็มไปด้วยความหวัง "เขาแข็งแกร่งกว่าที่เราคิด และเขาก็มีสวนที่คอยช่วยเหลือเขา" "ฉันหวังว่าจะเป็นอย่างนั้น" ทาร่าพึมพำ เธอรู้สึกเหมือนมีบางอย่างที่ยังค้างคาอยู่ในใจ ความรู้สึกไม่สบายใจบางอย่างที่ยากจะอธิบาย "เราต้องพักผ่อน" ซามูเอลกล่าว "การเดินทางยังอีกยาวไกล เราต้องเตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์" พวกเขาแยกย้ายกันไปยังส่วนต่างๆ ของยานอาร์คาเดีย ซามูเอลไปยังห้องควบคุมเพื่อตรวจสอบระบบต่างๆ อย่างละเอียด เอเลน่าไปยังห้องปฏิบัติการเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากสวนแห่งดวงดาวก่อนจากมา และทาร่าก็เลือกที่จะนั่งเงียบๆ อยู่หน้าหน้าต่างชมวิวอวกาศ ปล่อยให้ความคิดล่องลอยไป เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่ละนาทีที่ผ่านไปเหมือนยาวนานนับชั่วโมง ความเงียบที่ปกคลุมยานอาร์คาเดียในตอนนี้ต่างจากความอบอุ่นและความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันที่เคยมีเมื่อครั้งที่โอลิเวอร์ยังอยู่ "คุณคิดว่าดาวเคราะห์เป้าหมายของเราจะเป็นอย่างไร?" ทาร่าเอ่ยถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำลายความเงียบที่ครอบงำ เอเลน่าหันมามองเธอ "ฉันไม่รู้" เธอตอบตามตรง "ข้อมูลที่เรามีนั้นจำกัดมาก เราทราบเพียงว่ามันมีสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำรงชีวิต และมีแหล่งพลังงานบางอย่างที่อาจช่วยให้มนุษยชาติกลับมาเจริญรุ่งเรืองได้อีกครั้ง" "แล้วถ้ามันไม่เป็นอย่างที่เราหวังล่ะ?" ทาร่าถามต่อ "ถ้าเราไปถึงแล้วพบว่ามันไม่สามารถรองรับเราได้ หรือมีอันตรายที่เราไม่คาดคิด?" "เราต้องเผชิญหน้ากับมัน" ซามูเอลเดินเข้ามาเสริม "เราได้เสียสละมามากเกินกว่าจะยอมแพ้ตอนนี้ได้ ถ้าดาวเคราะห์ดวงนี้ไม่ใช่คำตอบ เราก็จะหาทางต่อไป" "แต่เราจะหาทางต่อไปได้อย่างไร ในเมื่อเรากำลังจะกลายเป็นเผ่าพันธุ์สุดท้ายที่เหลืออยู่?" น้ำเสียงของทาร่าสั่นเครือ "เราจะหาทาง" เอเลน่ากล่าวซ้ำ "มนุษยชาติไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา เราจะสู้ต่อไปเพื่ออนาคตของเผ่าพันธุ์เรา" ค่ำคืนนั้น ทาร่าฝันร้าย ภาพของโอลิเวอร์ที่กำลังสลายไป ท่ามกลางแสงสีทองอันเจิดจ้าของสวนแห่งดวงดาว ภาพนั้นตามหลอกหลอนเธอจนแทบไม่อาจข่มตาหลับได้ "นี่คือราคาที่เราต้องจ่ายเหรอ?" เธอพึมพำกับตัวเองหลังจากตื่นขึ้นมาด้วยเหงื่อที่ไหลท่วมตัว เช้าวันต่อมา การเดินทางยังคงดำเนินต่อไป แต่บรรยากาศภายในยานอาร์คาเดียเริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย ความตึงเครียดเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ "ซามูเอล" เอเลน่าเรียกเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ฉันอยากจะขอให้คุณตรวจสอบข้อมูลพลังงานอีกครั้ง" "พลังงานจากสวนเหรอ?" ซามูเอลถาม "ใช่" เอเลน่าตอบ "ฉันรู้สึกเหมือนมีบางอย่างผิดปกติ ฉันลองเปรียบเทียบข้อมูลพลังงานที่บันทึกไว้ก่อนที่เราจะจากมา กับข้อมูลที่เราได้จากยานของเรา... มันมีความแตกต่างบางอย่างที่ฉันอธิบายไม่ได้" ซามูเอลขมวดคิ้ว เขามองไปที่หน้าจอหลัก "ฉันจะตรวจสอบให้" เขาเริ่มป้อนคำสั่งเพื่อเรียกดูข้อมูลพลังงานอย่างละเอียด ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ตัวเลขและกราฟที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ความเงียบเข้าปกคลุมห้องควบคุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงคลิกของแป้นพิมพ์ที่ดังขึ้นเป็นระยะ "แปลกจริง" ซามูเอลพึมพำหลังจากผ่านไปหลายนาที "ระดับพลังงานบางอย่าง... มันลดลงอย่างรวดเร็ว... แต่พลังงานหลักยังคงเสถียร" "คุณแน่ใจนะ?" ทาร่าถาม เธอเดินเข้ามาใกล้ พลางมองดูหน้าจอด้วยความกังวล "แน่ใจ" ซามูเอลตอบ "มันเหมือนกับว่า... มีอะไรบางอย่างกำลังดูดซับพลังงานส่วนเกินไป... แต่ไม่ใช่จากสวน... มันมาจาก... ทิศทางอื่น" เอเลน่าขมวดคิ้ว "ทิศทางอื่น? หมายความว่ายังไง?" "ฉันไม่แน่ใจ" ซามูเอลตอบ "แต่สัญญาณพลังงานที่กำลังลดลงนี้... มันไม่ตรงกับรูปแบบพลังงานของสวนเลยแม้แต่น้อย" ทันใดนั้น สัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นทั่วทั้งยาน เสียงหวีดหวิวดังสะท้อนไปมา "เกิดอะไรขึ้น!" ซามูเอลอุทาน "เรากำลังถูกดึง!" ทาร่าตะโกน "แรงโน้มถ่วงผิดปกติ! มันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว!" หน้าจอแสดงผลเปลี่ยนเป็นสีแดงพร้อมกับสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุด "ตรวจพบแรงโน้มถ่วงผิดปกติ! กำลังสูญเสียการควบคุม!" "ยานของเรากำลังถูกดึงไปยังอะไรบางอย่าง!" เอเลน่ากล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก "ซามูเอล! แหล่งที่มาของแรงโน้มถ่วงนั้นอยู่ตรงไหน?" ซามูเอลรีบกวาดสายตาไปที่หน้าจอแสดงผล "มัน... มันอยู่ที่ด้านหน้าของเรา! ห่างออกไปเพียงไม่กี่หน่วยดาราศาสตร์! มันเป็น... มันคือ... หลุมดำ!" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องควบคุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงหวีดร้องของสัญญาณเตือนภัยที่ดังไม่หยุดหย่อน ลูกเรือทั้งสามคนจ้องมองไปยังภาพบนหน้าจอด้วยความหวาดกลัว หลุมดำขนาดยักษ์กำลังปรากฏขึ้นเบื้องหน้า พวกเขากำลังถูกดึงเข้าไปในห้วงอวกาศอันมืดมิดและอันตราย "เราจะทำอย่างไรดี!" ทาร่าถาม เสียงของเธอเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง "เราต้องเร่งเครื่องยนต์ให้เต็มกำลัง!" ซามูเอลสั่งการ "พยายามต้านแรงดึงนั้น!" "ฉันกำลังทำอยู่ค่ะ!" ทาร่าตอบพลางนิ้วมือเรียวกรีดลงบนแผงควบคุมอย่างรวดเร็ว "แต่... แรงดึงมันมหาศาลเกินไป! เรากำลังจะเสียการควบคุม!" "ยานกำลังถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ!" เอเลน่าตะโกน เสียงของเธอแทบจะถูกกลบด้วยเสียงหวีดหวิวของสัญญาณเตือนภัย แสงสีทองของสวนแห่งดวงดาวที่จากมาดูเหมือนจะเลือนรางไปทุกขณะ หายลับไปในความมืดมิดของอวกาศ พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่โหดร้ายและคาดไม่ถึง

4,888 ตัวอักษร