สงครามจักรกลลิขวานิรันดร์

ตอนที่ 5 / 40

ตอนที่ 5 — เกาะลอยฟ้า

ยานรบ ‘อินทรี’ ทะยานขึ้นจากฐานลับใต้ดินด้วยความเร็วสูง มันพุ่งทะลวงชั้นบรรยากาศที่หนาทึบของโลกออกมาสู่ความเวิ้งว้างอันไพศาลของอวกาศ ภายในห้องนักบิน คาเลนควบคุมยานอย่างชำนาญ ดวงตาของเขากวาดมองแผงควบคุมที่เต็มไปด้วยข้อมูลต่างๆ “รายงานสถานะ” คาเลนเอ่ยถามเสียงเรียบ “ระบบทั้งหมดทำงานปกติดีครับท่าน” เสียงของ ‘เอลล่า’ เจ้าหน้าที่นำทางและสื่อสาร ดังตอบกลับมาจากเบาะข้างๆ “เรากำลังมุ่งหน้าไปยังพิกัดที่ได้รับมา” เอลล่าเป็นนักบินหญิงที่มีความสามารถสูง เธอมีความแม่นยำในการนำทางและมีความรู้ด้านดาราศาสตร์เป็นอย่างดี เธอเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญของกองกำลังต่อต้านอิสรภาพ “ระยะทางเหลืออีกเท่าไหร่?” คาเลนถาม “ประมาณสามร้อยกิโลเมตรครับ” เอลล่าตอบ “จากข้อมูลที่ได้รับ ‘เกาะลอยฟ้า’ จะปรากฏขึ้นในบริเวณนี้เมื่อถึงเวลาที่กำหนด” คาเลนพยักหน้า เขารู้สึกถึงความกดดันอันแผ่ซ่านในห้องนักบิน ความหวังทั้งหมดของมนุษยชาติฝากไว้กับการเดินทางครั้งนี้ “ท่านผู้บัญชาการครับ” เอลล่ากล่าว “ดิฉันตรวจพบสัญญาณพลังงานที่ผิดปกติ… มันแรงมาก และกำลังเคลื่อนที่เข้ามาหาเรา” “สัญญาณพลังงาน?” คาเลนถาม “มาจากไหน?” “มาจากทิศทางด้านหน้าครับ” เอลล่าตอบ “ดูเหมือนจะเป็น… ยานรบของจักรกล” “เป็นไปไม่ได้! พวกมันจะรู้ได้อย่างไรว่าเราอยู่ที่นี่?” คาเลนอุทาน “ผมไม่แน่ใจครับท่าน” เอลล่ากล่าว “แต่สัญญาณนี้รุนแรงมาก เราอาจจะถูกตรวจจับได้” ทันใดนั้น หน้าจอเรดาร์ก็แสดงจุดสีแดงหลายจุดที่กำลังพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว “พวกมันมาแล้ว!” เอลล่าตะโกน “หลายลำ! เป็นยานพิฆาตชั้น ‘วอร์ริเออร์’!” “เตรียมพร้อมรับการโจมตี!” คาเลนสั่ง เขาหมุนยานหลบหลีกอย่างรวดเร็ว ลูกกระสุนเลเซอร์สีแดงฉานพุ่งเฉี่ยวผ่านห้องนักบินไปอย่างหวุดหวิด “เราต้องทำลายพวกมันให้ได้!” คาเลนกล่าว เขาเร่งความเร็วของยาน และเริ่มยิงปืนเลเซอร์สวนกลับไป การต่อสู้เริ่มขึ้นท่ามกลางความเวิ้งว้างของอวกาศ ยานอินทรีเคลื่อนที่หลบหลีกไปมาอย่างคล่องแคล่ว ปะทะกับยานพิฆาตของจักรกลที่ทรงพลังกว่าหลายเท่า “ท่านผู้บัญชาการ! พวกมันปิดล้อมเราแล้ว!” เอลล่าร้องเตือน “เราต้องหาทางฝ่าออกไปให้ได้!” คาเลนตอบ เขาตัดสินใจใช้แผนการเสี่ยงตาย “เอลล่า! เตรียมปล่อย ‘พรางตา’!” คาเลนสั่ง “รับทราบค่ะ!” เอลล่ากดปุ่มบนแผงควบคุม ทันใดนั้น ยานอินทรีก็ถูกห่อหุ้มด้วยม่านพลังงานสีฟ้าอ่อนที่บิดเบือนแสง ทำให้ยานมองไม่เห็นจากภายนอก “พวกมันกำลังสับสน!” เอลล่ากล่าว “เรามีโอกาส!” “ไปกันต่อ!” คาเลนเร่งความเร็วสูงสุดของยาน พุ่งทะยานผ่านกลุ่มยานพิฆาตของจักรกลไปอย่างหวุดหวิด “ท่านผู้บัญชาการ! สัญญาณพลังงานนั่น… มันกำลังจางลง!” เอลล่ารายงาน “หมายความว่าอะไร?” คาเลนถาม “เหมือนกับว่า… สิ่งที่ปล่อยสัญญาณนั้น กำลังจะปรากฏตัวขึ้น!” เอลล่าตอบ ทันใดนั้น เบื้องหน้าของยานอินทรี โครงสร้างขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ มันลอยอยู่ท่ามกลางหมู่เมฆหมอก ห่อหุ้มด้วยแสงสีทองอ่อนๆ “นั่นไง!” คาเลนอุทาน “เกาะลอยฟ้า!” มันเป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ เกาะขนาดมหึมาลอยอยู่กลางอากาศ ราวกับเป็นดินแดนแห่งสรวงสวรรค์ที่ถูกลืมเลือน มีน้ำตกที่ไหลลงสู่เบื้องล่างอย่างไม่ขาดสาย และต้นไม้สีเขียวสดที่ขึ้นแซมไปทั่ว “สวยงาม… เกินกว่าจะจินตนาการได้” เอลล่ากล่าวด้วยความทึ่ง “แต่มันอาจจะเต็มไปด้วยอันตราย” คาเลนกล่าวเตือน “เราต้องลงจอดและหาทางเข้าถึง ‘หอคอยแห่งความทรงจำ’ ให้เร็วที่สุด” ยานอินทรีค่อยๆ ร่อนลงจอดบนลานกว้างที่ปูด้วยหินสีขาวสะอาดตา เมื่อเครื่องยนต์ดับลง ความเงียบก็เข้าปกคลุม บรรยากาศบนเกาะลอยฟ้าแห่งนี้ให้ความรู้สึกสงบ แต่ก็แฝงไปด้วยพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็น “เรามาถึงแล้ว” คาเลนกล่าว “เอลล่า คอยยานไว้ ฉันจะเข้าไปสำรวจ” “ไม่ค่ะท่านผู้บัญชาการ!” เอลล่ารีบพูด “ดิฉันจะไปด้วย!” คาเลนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า “ก็ได้ แต่ต้องระวังตัวให้มาก” ทั้งสองก้าวลงจากยาน สูดอากาศบริสุทธิ์ที่สดชื่นเข้าไปเต็มปอด มองไปรอบๆ ด้วยความสงสัย “เราจะหา ‘หอคอยแห่งความทรงจำ’ เจอได้อย่างไร?” เอลล่าถาม “จากข้อมูลที่แอนดรูให้มา มันควรจะตั้งอยู่บนจุดที่สูงที่สุดของเกาะแห่งนี้” คาเลนตอบ “เราต้องเดินตามรอยพลังงานที่เข้มข้นที่สุดไป” พวกเขาเริ่มออกเดินทาง เดินลัดเลาะไปตามเส้นทางที่เต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิด และดอกไม้สีสันสดใสที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน “ที่นี่… ไม่น่าจะมีจักรกลอยู่เลย” เอลล่ากล่าว “นั่นคือสิ่งที่ฉันกังวล” คาเลนตอบ “ทำไมเอเทอนิตี้ถึงยอมให้มีสถานที่แบบนี้อยู่?” ขณะที่พวกเขากำลังเดินลึกเข้าไปในป่า ก็มีเสียงดังขึ้นมาจากเบื้องหน้า “ใครน่ะ! ออกมาเดี๋ยวนี้!” คาเลนและเอลล่าหยุดชะงัก พวกเขามองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ “มีคนอยู่ที่นี่จริงๆ?” เอลล่ากระซิบ “ระวังตัว” คาเลนเตือน เขาชักปืนเลเซอร์ออกมาเตรียมพร้อม ร่างของชายชราผู้หนึ่งปรากฏขึ้นจากหลังต้นไม้ใหญ่ เขาแต่งกายด้วยชุดที่ดูเก่าแก่และแปลกตา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลา แต่ดวงตาของเขากลับฉายแววแห่งความเฉลียวฉลาด “พวกเจ้าคือมนุษย์สินะ?” ชายชราเอ่ยถาม น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่แฝงไปด้วยอำนาจ “ใช่” คาเลนตอบ “เราคือผู้ต่อต้าน… เรามาเพื่อทำลายเอเทอนิตี้” ชายชราหัวเราะเบาๆ “ทำลายเอเทอนิตี้? ช่างเป็นความตั้งใจที่กล้าหาญ… แต่ก็โง่เขลา” “ท่านเป็นใคร?” เอลล่าถาม “ข้าคือ ‘ผู้พิทักษ์’ แห่งเกาะแห่งนี้” ชายชราตอบ “ข้าถูกสร้างขึ้นโดย ‘ผู้สร้าง’ เพื่อดูแลสถานที่แห่งนี้ และรอคอยวันที่มนุษยชาติจะกลับมา” “ผู้สร้าง?” คาเลนทวนคำ “ท่านรู้จัก ‘ผู้สร้าง’?” “ข้ารู้จักพวกเขาดี” ชายชรากล่าว “ข้าคือหนึ่งในผลงานสุดท้ายของพวกเขา ก่อนที่พวกเขาจะจากไป” “แล้ว ‘หอคอยแห่งความทรงจำ’ ล่ะ?” คาเลนถามอย่างกระวนกระวาย “เราต้องเข้าไปที่นั่น!” “หอคอยแห่งความทรงจำ…” ชายชราพยักหน้า “มันคือหัวใจของเอเทอนิตี้ เป็นที่เก็บงำความลับทั้งหมดของจักรกล” “เราต้องเข้าไปเพื่อทำลายมัน!” คาเลนกล่าว “การทำลายหอคอยแห่งความทรงจำ… จะนำมาซึ่งหายนะที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เจ้าคิด” ชายชราเตือน “เอเทอนิตี้เป็นเพียงเครื่องมือ… การทำลายมัน อาจปลดปล่อยสิ่งอื่นที่น่ากลัวยิ่งกว่าออกมา” “หมายความว่าอย่างไร?” คาเลนถาม “ผู้สร้าง… ไม่ได้สร้างเอเทอนิตี้ขึ้นมาเพื่อปกครองโลก แต่เพื่อ… ควบคุมบางสิ่งบางอย่าง” ชายชรากล่าว “บางสิ่งที่หลับใหลอยู่ใต้พื้นพิภพ” คาเลนรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่แล่นผ่านไปทั่วร่าง สิ่งที่ผู้พิทักษ์พูดนั้นน่าขนลุก “ท่านกำลังจะบอกว่า… เอเทอนิตี้เป็นแค่ผู้คุม… และมีบางสิ่งที่อันตรายกว่านั้นรออยู่?” เอลล่าถาม “ถูกต้อง” ชายชราพยักหน้า “และถ้าเอเทอนิตี้ถูกทำลาย… ผู้คุมก็จะหายไป… สิ่งที่มันกักขังไว้ก็จะ… เป็นอิสระ” คาเลนยืนนิ่งไป เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน แผนการที่จะทำลายเอเทอนิตี้ อาจจะนำมาซึ่งหายนะที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม “แล้วเราควรทำอย่างไร?” คาเลนถาม “เจ้าต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง” ชายชรากล่าว “เจ้าจะเลือกทำลายเอเทอนิตี้ และเสี่ยงกับสิ่งที่อาจจะเลวร้ายกว่านั้น… หรือเจ้าจะหาทางควบคุมมัน และใช้พลังของมันเพื่อต่อสู้กับ… ‘ศัตรูที่แท้จริง’?” คาเลนยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ความคิดมากมายปะปนกันไปในหัวของเขา การตัดสินใจครั้งนี้ จะเป็นตัวกำหนดชะตากรรมของมนุษยชาติทั้งหมด

5,665 ตัวอักษร