ตอนที่ 1 — ก้าวแรกสู่เมืองหลวงอันโหดร้าย
สายลมอุ่นๆ ยามบ่ายพัดพาเอาฝุ่นละอองและความวุ่นวายของเมืองหลวงมาปะทะใบหน้าของ "ต้น" ชายหนุ่มร่างผอมบางในวัยยี่สิบปี ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบตัวด้วยความตื่นตะลึงปนหวาดหวั่น อาคารสูงระฟ้าที่เสียดฟ้า ถนนหนทางที่เต็มไปด้วยรถราไม่ขาดสาย ผู้คนมากมายที่รีบร้อนก้าวเดินราวกับมีเรื่องด่วนเสมอ นี่คือกรุงเทพฯ เมืองที่เขาใฝ่ฝันมาตลอดชีวิต เมืองที่เต็มไปด้วยโอกาส เมืองที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตอันแสนธรรมดาของเด็กหนุ่มบ้านนอกอย่างเขาให้ดีขึ้น
กระเป๋าเป้ใบเก่าที่สะพายไหล่หนักอึ้งไปด้วยเสื้อผ้าไม่กี่ชุด ข้าวสารสองถุงเล็กๆ และกีตาร์โปร่งคู่ใจที่เขาหวงแหนยิ่งกว่าสิ่งใด เขาหยิบมือถือเครื่องเก่าขึ้นมาดูอีกครั้ง หน้าจอแสดงข้อความจากแม่ที่ส่งมาเมื่อเช้านี้ "ลูกถึงกรุงเทพฯ แล้วใช่ไหม ดูแลตัวเองดีๆ นะลูก อย่าอดข้าวอดน้ำล่ะ" รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของต้น เขาตอบกลับไปสั้นๆ ว่า "ถึงแล้วครับแม่ สบายมาก" แต่ในใจลึกๆ เขารู้ดีว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด
หลังจากลงจากรถทัวร์ที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ ต้นก็รีบคว้ามอเตอร์ไซค์รับจ้างไปยังที่อยู่ที่เขาได้หาข้อมูลไว้ก่อนล่วงหน้า หอพักเล็กๆ ในย่านชานเมืองที่ค่าเช่าไม่แพงนัก ห้องพักแคบๆ มีเพียงเตียงนอนเก่าๆ โต๊ะทำงานตัวเล็ก และพัดลมตั้งพื้น แต่สำหรับต้น มันคือสวรรค์น้อยๆ ของเขาในเมืองใหญ่ เขาจัดการเก็บข้าวของเท่าที่มี ก่อนจะถอนหายใจยาวๆ และสูดอากาศบริสุทธิ์ (เท่าที่จะหาได้) เข้าปอด
"เอาล่ะ ต้น ความฝันของนายเริ่มต้นที่นี่" เขาพึมพำกับตัวเอง พลางหยิบกีตาร์โปร่งตัวเก่งออกมาวางไว้ข้างเตียง เสียงสะท้อนจากไม้กีตาร์ทำให้ห้องแคบๆ นี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที เขาเคยมีความสุขกับการเล่นดนตรีในหมู่บ้านเล็กๆ ของเขา เคยขึ้นเวทีประกวดร้องเพลงในงานวัด แต่ที่นี่ กรุงเทพฯ เขาจะทำอย่างไรให้ความฝันนี้เป็นจริง?
เขาเปิดโน้ตบุ๊กเครื่องเก่า หยิบแผ่นนามบัตรที่เก็บไว้ในกระเป๋าออกมาดู "บริษัทขนส่งด่วน สตาร์เอ็กซ์เพรส" นี่คือที่ที่เขาจะต้องไปรายงานตัวในวันพรุ่งนี้ เขาเห็นประกาศรับสมัครพนักงานส่งของในอินเทอร์เน็ต ค่าตอบแทนพอใช้ได้ และที่สำคัญที่สุดคือการที่เขาจะได้เดินทางไปทั่วกรุงเทพฯ เขาคิดว่านี่อาจเป็นโอกาสที่ดีในการสำรวจเมือง และอาจจะได้เจอแรงบันดาลใจใหม่ๆ สำหรับบทเพลงของเขา
"หวังว่างานนี้จะไม่หนักเกินไปนะ" เขาพูดกับตัวเองอีกครั้ง ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางเริ่มถาโถมเข้ามา ดวงตาเริ่มปิดลงช้าๆ เขาไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร แต่เขาสาบานกับตัวเองว่าจะไม่ยอมแพ้ เขาจะสู้เพื่อความฝันของเขา
เช้าวันต่อมา ต้นตื่นแต่ไก่โห่ อาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็ว หยิบแซนด์วิชที่แม่เตรียมไว้ให้เมื่อวานกินอย่างเอร็ดอร่อย เขามองหน้าตัวเองในกระจกบานเล็กที่แขวนอยู่บนผนัง ใบหน้าดูซูบลงเล็กน้อย แต่แววตายังคงฉายประกายแห่งความมุ่งมั่น
"ไปกันเถอะสตาร์เอ็กซ์เพรส" เขาบอกตัวเอง พลางคว้าหมวกกันน็อคคู่ใจ และกุญแจมอเตอร์ไซค์คันเก่าที่เขาซื้อต่อมาจากลุงที่รู้จัก
การเดินทางไปยังบริษัทขนส่งด่วนนั้นไม่ง่ายนัก ต้นต้องหลงทางอยู่หลายครั้ง แต่ด้วยความช่วยเหลือจากคนในพื้นที่ เขาก็มาถึงที่หมายจนได้ บริษัทสตาร์เอ็กซ์เพรสตั้งอยู่ในอาคารพาณิชย์เก่าๆ แห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว ดูไม่ใหญ่โตเท่าที่เขาจินตนาการไว้
"สวัสดีครับ ผมต้น มาตามนัดครับ" เขาเดินเข้าไปหาเจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์
เจ้าหน้าที่สาวสวยผมยาวที่กำลังเล่นโทรศัพท์อย่างเพลิดเพลินเงยหน้าขึ้นมองเขาเล็กน้อย "อ๋อ เด็กใหม่ใช่ไหมคะ เข้าไปข้างในเลยค่ะ หัวหน้าอยู่ห้องข้างในสุด"
ต้นเดินเข้าไปตามที่เจ้าหน้าที่บอก หัวใจเต้นระรัวด้วยความประหม่า เขาพบกับชายร่างท้วมวัยกลางคน นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสาร
"สวัสดีครับ ผมต้นครับ" เขาเอ่ยทักทาย
ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นมา ใบหน้าดูดุดันเล็กน้อย "ต้นใช่ไหม นั่งก่อน" เขาผายมือไปที่เก้าอี้ว่างข้างหน้า "มาจากไหน"
"มาจากจังหวัดชัยภูมิครับ" ต้นตอบ
"อืม มาหาอะไรทำที่กรุงเทพฯ ล่ะ"
"อยากทำงานเก็บเงินครับ แล้วก็... อยากหาโอกาสเล่นดนตรีด้วยครับ" ต้นตอบอย่างตรงไปตรงมา
ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ "นักดนตรีเหรอ ที่นี่มีแต่คนอยากรวย ไม่ใช่ที่สำหรับศิลปินนะน้อง งานที่นี่หนักนะ ส่งของให้ทันเวลาทุกที่ทุกแห่ง ถ้าส่งช้ามีปัญหา โดนหักเงินนะ เข้าใจไหม"
"เข้าใจครับ" ต้นตอบเสียงดังฟังชัด
"ดี งั้นเซ็นใบสมัครนี่ซะ แล้วพรุ่งนี้มาเริ่มงานได้เลย เสื้อยูนิฟอร์มกับมอเตอร์ไซค์บริษัท เดี๋ยวพี่จัดให้"
ต้นเซ็นใบสมัครด้วยลายมือที่สั่นเล็กน้อย เขาไม่รู้ว่าอนาคตของเขาจะเป็นอย่างไร แต่เขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน เขาเดินออกจากห้องทำงานของหัวหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ผสมปนเปกันระหว่างความตื่นเต้น ความหวัง และความกังวล
เขาเดินออกมาจากบริษัทสตาร์เอ็กซ์เพรส ยืนอยู่บนทางเท้า มองดูรถราที่วิ่งผ่านไปมาอย่างไม่ขาดสาย เสียงแตรรถ เสียงผู้คน เสียงประกาศโฆษณา ทุกอย่างดังอื้ออึงจนทำให้เขาเวียนหัวเล็กน้อย
"นี่แหละกรุงเทพฯ" เขาพึมพำกับตัวเอง "เมืองที่เต็มไปด้วยเสียง เสียงของความฝัน เสียงของโอกาส และเสียงของความยากลำบาก"
เขาหยิบกีตาร์โปร่งคู่ใจออกมาจากกระเป๋าใบใหญ่ที่วางอยู่ข้างตัว เขาไม่รู้ว่าจะมีใครสนใจฟังเพลงของเขาไหม แต่เขาก็อยากลองดู
เขาเลือกมุมหนึ่งที่คนไม่พลุกพล่านนัก นั่งลงบนพื้น และเริ่มดีดเพลงโปรดของเขา เสียงกีตาร์อันไพเราะดังออกมาท่ามกลางความวุ่นวายของเมืองหลวง ผู้คนบางส่วนเดินผ่านไปโดยไม่สนใจ บางส่วนก็หันมามองด้วยความสงสัย บางคนก็ยิ้มให้
"เพราะจังเลยน้อง" หญิงชราคนหนึ่งที่กำลังเดินถือถุงกับข้าวผ่านไป ทักทายต้น
"ขอบคุณครับคุณป้า" ต้นตอบพร้อมรอยยิ้ม
"สู้ๆ นะลูก" คุณป้ากล่าวให้กำลังใจ ก่อนจะเดินจากไป
ต้นรู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมาเล็กน้อย อย่างน้อยก็ยังมีคนที่เห็นคุณค่าในสิ่งที่เขารัก ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นเพียงเด็กหนุ่มบ้านนอกที่กำลังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในเมืองหลวงที่แสนโหดร้ายก็ตาม
แสงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง ต้นเก็บกีตาร์เข้ากระเป๋า เขาต้องกลับไปเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้ วันแรกของการทำงานในฐานะเด็กส่งของ เขาเดินกลับไปยังหอพักด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความหวังและความมุ่งมั่น เขาจะสู้ เขาจะพยายาม เพื่อความฝันที่เขาแบกมาตั้งแต่บ้านเกิด
4,935 ตัวอักษร