เด็กส่งของกับความฝันอันยิ่งใหญ่ในเมืองหลวง

ตอนที่ 16 / 35

ตอนที่ 16 — ความลับของโปรดิวเซอร์สาว

“พี่เข้าใจ” พี่เล็กตอบ “ความรู้สึกสับสนแบบนี้มันเป็นเรื่องปกติของคนที่กำลังจะก้าวไปสู่จุดที่สำคัญของชีวิต” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง มองต้นด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังดี “เพลงนี้มันสื่อสารได้ดีมากนะ ต้น เนื้อหาอาจจะดูเศร้า แต่พี่ได้ยินถึงความหวังที่ซ่อนอยู่ข้างใน นั่นแหละคือสิ่งที่สำคัญที่สุด” ต้นพยักหน้า เขาดีใจที่พี่เล็กเข้าใจในสิ่งที่เขารู้สึก “ผมก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้นครับพี่” ต้นกล่าว “แล้วพี่คิดว่าไงครับกับข้อเสนอของคุณนฤมล” พี่เล็กถอนหายใจเบาๆ “พี่บอกตามตรงนะ ต้น พี่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับวงการเพลงสมัยใหม่เท่าไหร่ แต่เท่าที่พี่พอจะรู้มา การได้โปรดิวเซอร์เก่งๆ มาช่วยดูแลนี่มันเป็นเรื่องที่ดีมากนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเขาเห็นศักยภาพในตัวเราจริงๆ” เขาหยุดคิด “แต่ก็อย่างที่ต้นรู้ ข้อเสนอแบบนี้มันมาพร้อมกับความคาดหวัง และบางทีมันก็อาจจะมีเงื่อนไขที่เราคาดไม่ถึงซ่อนอยู่” “ผมก็กังวลเรื่องนี้เหมือนกันครับพี่” ต้นยอมรับ “คุณนฤมลดูเป็นคนเก่ง และดูจริงจังกับเรื่องงานมาก” “แล้วต้นล่ะ คิดยังไงกับข้อเสนอของเธอ” พี่เล็กถามกลับ “ถ้าพี่เป็นต้น พี่จะลองดูนะ” “ผมก็อยากลองครับพี่” ต้นสารภาพ “แต่ผมก็กลัว ผมกลัวว่าจะทำได้ไม่ดีพอ กลัวว่าจะทำให้คุณนฤมลผิดหวัง แล้วก็กลัวว่าถ้าผมเลือกเส้นทางนี้ มันอาจจะทำให้ผมต้องทิ้งความฝันในแบบที่ผมเคยมีไป” “ความกลัวเป็นเรื่องธรรมชาติ ต้น” พี่เล็กบอก “แต่มันจะเป็นตัวขัดขวางเรา หรือจะเป็นแรงผลักดันให้เราก้าวไปข้างหน้า มันอยู่ที่ตัวเราเอง” เขาหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบ “สิ่งที่ต้นต้องทำตอนนี้คือ ตั้งสติ ถามตัวเองให้ดีว่าต้องการอะไรจริงๆ แล้วค่อยตัดสินใจ” “ขอบคุณมากครับพี่” ต้นรู้สึกโล่งใจขึ้นมาก “คำแนะนำของพี่มีความหมายกับผมมากจริงๆ” “ไม่ต้องคิดมาก” พี่เล็กยิ้ม “พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที ตอนนี้ไปพักผ่อนเถอะ ทำงานหนักมาทั้งสัปดาห์แล้ว” ต้นลุกขึ้นยืน “ครับพี่ ผมขอตัวก่อนนะครับ” “ไปเถอะ” พี่เล็กโบกมือให้ ต้นเดินออกจากร้านเสียงทิพย์ด้วยหัวใจที่หนักอึ้งขึ้น แต่ก็มีความหวังมากขึ้นเช่นกัน เขายังคงสับสน แต่เขาก็รู้แล้วว่าเขาจะไม่เดินไปตามทางที่คนอื่นบอกโดยไม่คิด เขาจะใช้เวลาในการทบทวนตัวเองให้ดีที่สุด ระหว่างทางกลับที่พัก ต้นตัดสินใจเปิดโทรศัพท์ขึ้นมาดูอีเมลอีกครั้ง เผื่อว่าจะมีอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเสนอของคุณนฤมล แต่ก็ยังไม่มีอะไร เขาจึงตัดสินใจใช้เวลาที่เหลือในวันหยุดนี้ไปกับการพักผ่อน และคิดทบทวนทุกอย่าง ตกเย็นวันอาทิตย์ ต้นได้รับอีเมลจากคุณนฤมลจริงๆ เนื้อหาในอีเมลนั้นเป็นข้อเสนออย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยรายละเอียดเกี่ยวกับสัญญารายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ ที่ต้นต้องพิจารณา ต้นอ่านอีเมลนั้นอย่างละเอียด เขาเห็นว่าข้อเสนอนั้นค่อนข้างน่าสนใจ และเงื่อนไขต่างๆ ก็ไม่ได้ดูโหดร้ายจนเกินไป แต่ก็ยังมีบางประเด็นที่ทำให้เขารู้สึกกังวลอยู่บ้าง “นี่มันเป็นโอกาสครั้งใหญ่จริงๆ” ต้นคิด “ถ้าผมรับข้อเสนอนี้ ชีวิตผมอาจจะเปลี่ยนไปเลยก็ได้” แต่แล้วเขาก็นึกถึงคำพูดของคุณนฤมลเมื่อวันก่อน “...ฉันอยากจะช่วยให้ต้นได้พัฒนาตัวเองในฐานะนักดนตรีจริงๆ ฉันเชื่อว่าต้นมีของ แต่ต้นอาจจะยังขาดเครื่องมือ และการสนับสนุนที่เหมาะสม” “เครื่องมือและการสนับสนุนที่เหมาะสม” ต้นทวนคำในใจ “แล้วถ้าเครื่องมือและโอกาสนั้น มันจะทำให้ผมต้องแลกกับอะไรบางอย่างที่ผมรักไปล่ะ” ต้นตัดสินใจว่า เขาจะยังไม่ตอบรับข้อเสนอใดๆ ในทันที เขาต้องการเวลาอีกสักหน่อยในการคิดทบทวน และอยากจะปรึกษาใครสักคนอีกครั้งก่อนที่จะตัดสินใจ วันจันทร์ ต้นกลับไปทำงานส่งของตามปกติ แม้ว่าเขาจะพยายามจดจ่อกับงาน แต่ความคิดเรื่องข้อเสนอของคุณนฤมลก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ตลอดทั้งวัน เขาเจอผู้คนหลากหลาย และส่งพัสดุจำนวนมาก แต่ไม่มีสิ่งใดสามารถทำให้เขาลืมความกังวลในใจไปได้ ในช่วงบ่าย ขณะที่เขากำลังจะไปส่งพัสดุชิ้นสุดท้ายของวัน ท้องฟ้าก็เริ่มครึ้ม และฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมา ต้นถอนหายใจ “โชคดีจริงๆ” เขาบ่นกับตัวเอง “วันนี้เป็นวันที่งานเยอะอยู่แล้ว ยังมาเจอฝนอีก” เขาเร่งความเร็วในการขับรถมอเตอร์ไซค์ แต่ด้วยสภาพอากาศที่ย่ำแย่ การเดินทางก็ยิ่งยากลำบากขึ้นไปอีก ถนนเริ่มมีน้ำขัง และทัศนวิสัยก็แย่ลงมาก ต้นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ในระหว่างทาง เขาเห็นรถมอเตอร์ไซค์อีกคันหนึ่งที่ดูเหมือนจะประสบอุบัติเหตุล้มอยู่ข้างทาง ต้นชะลอรถลงเพื่อดูว่าเป็นอย่างไร “คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ” ต้นถามชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังพยายามจะลุกขึ้นยืน “ผมล้มครับ” ชายหนุ่มตอบเสียงหอบ “มอเตอร์ไซค์ลื่นน้ำ” “มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ” ต้นเสนอ “ผมกำลังจะไปส่งของ ถ้าคุณไม่รีบ ผมช่วยพยุงคุณไปก่อนได้นะครับ” ชายหนุ่มมองต้นด้วยความซาบซึ้ง “ขอบคุณมากครับ” เขาตอบ “ผมจะไปไม่ไกลแล้วครับ แค่จะไปเอายาที่ร้านขายยา” “งั้นเดี๋ยวผมช่วยไปส่งให้แล้วกันครับ” ต้นกล่าว “คุณไปรอที่บ้านก่อนเถอะ” ชายหนุ่มลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “แต่ผมจะให้ค่าเสียเวลาคุณยังไงดี” “ไม่ต้องหรอกครับ” ต้นรีบปฏิเสธ “แค่ช่วยกันในยามลำบากก็พอแล้วครับ” ต้นช่วยชายหนุ่มคนนั้นขึ้นมาบนมอเตอร์ไซค์ของเขา และขับพาเขาไปยังบ้านที่อยู่ไม่ไกลนัก เมื่อถึงที่หมาย ต้นก็ช่วยพยุงชายหนุ่มเข้าไปในบ้าน “ขอบคุณจริงๆ ครับคุณ...” ชายหนุ่มเอ่ย “ผมชื่อต้นครับ” ต้นแนะนำตัว “ผมชื่อสมชายครับ” ชายหนุ่มตอบ “ถ้ามีอะไรให้ช่วยอีก บอกผมได้เสมอนะครับ” ต้นกล่าว “ผมต้องขอตัวไปส่งของต่อแล้วครับ” “ขอบคุณครับคุณต้น” สมชายกล่าว “ผมจะไม่มีวันลืมบุญคุณครั้งนี้เลย” ต้นยิ้ม แล้วก็รีบออกเดินทางต่อ เขาหันกลับไปมองบ้านของสมชายที่อยู่ด้านหลัง ก่อนจะเร่งเครื่องยนต์ มุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทางสุดท้ายของวัน แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันที่เหน็ดเหนื่อยและมีความกังวลในใจ แต่การได้ช่วยเหลือผู้อื่น ทำให้ต้นรู้สึกดีขึ้นอย่างประหลาด เขาตระหนักว่า ชีวิตไม่ได้มีเพียงแค่การทำงานหนัก หรือการไล่ตามความฝันของตัวเองเท่านั้น การช่วยเหลือผู้อื่น การเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ก็เป็นสิ่งที่มีค่าไม่แพ้กัน เมื่อส่งพัสดุชิ้นสุดท้ายเสร็จ ต้นก็รีบกลับที่พัก เขาอาบน้ำชำระร่างกายที่เหนื่อยล้า แล้วก็นั่งลงบนเตียง เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วเลื่อนดูรายชื่อผู้ติดต่อ “ใครดีนะ” เขาคิด “ใครที่จะให้คำปรึกษาที่ดีที่สุดในตอนนี้” เขาคิดถึงพ่อแม่ที่บ้าน แต่ก็ไม่อยากจะกวนใจท่านมากเกินไป เขาคิดถึงพี่เล็ก แต่ก็รู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของเขามากกว่า แล้วเขาก็นึกถึงใครบางคนขึ้นมาได้ คนที่เขายังไม่เคยคิดจะปรึกษาเรื่องเพลงมาก่อน คนที่ดูเหมือนจะมีความเข้าใจในโลกของดนตรี และวงการบันเทิงเป็นอย่างดี “คุณวิชัย” ต้นพึมพำชื่อนั้นออกมา “บางที เขาอาจจะช่วยผมได้” ต้นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่แน่ใจว่าคุณวิชัยจะอยากคุยกับเขาหรือไม่ หลังจากที่เขาปฏิเสธข้อเสนอของเขาไปเมื่อก่อนหน้านี้ แต่ในที่สุด ความหวังที่จะได้รับคำแนะนำที่ดี ก็มีมากกว่าความกลัว เขาตัดสินใจแล้ว เขาจะลองติดต่อคุณวิชัยดู

5,469 ตัวอักษร