เด็กส่งของกับความฝันอันยิ่งใหญ่ในเมืองหลวง

ตอนที่ 25 / 35

ตอนที่ 25 — การเจรจาที่ยืดเยื้อ

“คุณนฤมลครับ” ต้นกล่าวอย่างจริงจัง “ผมเชื่อว่าเพลงของผมมีศักยภาพ และผมก็พร้อมที่จะทำงานอย่างหนักเพื่อพิสูจน์ตัวเอง” เขาหันมองกีตาร์โปร่งตัวเก่าที่วางพิงอยู่ข้างเตียง เสียงสะท้อนของความฝันที่เขาหอบมาจากบ้านนอกดังขึ้นในใจ “ผมต้องการที่จะเติบโตไปพร้อมกับบริษัท ไม่ใช่การเซ็นสัญญาที่ทำให้ผมหมดสิทธิ์ในสิ่งที่ผมสร้างขึ้นมาตลอดชีวิต” “ต้นคะ...” คุณนฤมลถอนหายใจอีกครั้ง คราวนี้ฟังดูอ่อนล้าลง “พี่เข้าใจความรู้สึกของต้นนะ แต่บริษัทก็ต้องมีผลประโยชน์ของตัวเอง การลงทุนมันมีความเสี่ยง... และการที่เรายอมรับศิลปินหน้าใหม่เข้ามา มันก็เท่ากับการที่เราแบกรับความเสี่ยงนั้นไว้” “ผมทราบดีครับ” ต้นตอบ “และผมก็พร้อมที่จะชดเชยความเสี่ยงนั้น ด้วยการทำงานหนัก สร้างสรรค์ผลงานที่ดีที่สุด และทำการตลาดอย่างเต็มที่ แต่ไม่ใช่ด้วยการแลกเปลี่ยนสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาตลอดไป” “แล้วถ้าเราลองเจรจาเรื่องระยะเวลาที่สั้นลงกว่านั้นล่ะคะ” คุณนฤมลเอ่ยขึ้น “สมมติว่า 15 ปี? ถือว่านานพอสมควร และต้นก็ยังมีโอกาสที่จะกลับมามีสิทธิ์ในผลงานของตัวเองในอนาคต” ต้นครุ่นคิด เขาพยายามนึกถึงคำแนะนำของคุณวิชัย เขาบอกว่าการกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และการเจรจาต่อรองเรื่องระยะเวลาก็เป็นไปได้ “15 ปี... มันก็ยังนานเกินไปครับคุณนฤมล” ต้นเอ่ย “สำหรับเพลงที่ผมตั้งใจจะปล่อยออกไป ผมอยากให้มันอยู่กับผมไปนานๆ ผมไม่แน่ใจว่าในอีก 15 ปีข้างหน้า ผมจะยังอยู่ในวงการนี้หรือไม่ หรือว่าบริษัทจะยังคงดำเนินงานอยู่หรือไม่” “ต้นกำลังไม่ไว้ใจบริษัทใช่ไหม” คุณนฤมลถามเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย “ไม่ใช่ครับคุณนฤมล” ต้นรีบปฏิเสธ “ผมไว้ใจในตัวคุณเล็ก และผมก็เชื่อในวิสัยทัศน์ของบริษัท แต่ผมกำลังพูดถึงหลักการพื้นฐานของการเป็นเจ้าของผลงาน” “แล้วต้นอยากได้ระยะเวลาเท่าไหร่” คุณนฤมลถาม น้ำเสียงเริ่มมีความเหนื่อยหน่ายเจือปน “5 ปี? 7 ปี? มันน้อยเกินไปนะ ต้นรู้ไหมว่าการผลิตเพลงหนึ่งเพลงต้องใช้เงินลงทุนเท่าไหร่” “ผมเข้าใจเรื่องการลงทุนครับ” ต้นยืนยัน “และผมก็พร้อมที่จะรับผิดชอบส่วนของผมอย่างเต็มที่ แต่ผมไม่อยากให้การลงทุนนั้น มาพร้อมกับการสูญเสียความเป็นเจ้าของตลอดไป” ต้นตัดสินใจเด็ดขาด “ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากจะขอต่อรองที่ระยะเวลา 5 ปีครับ หลังจากนั้น สิทธิ์ทั้งหมดจะกลับคืนมาเป็นของผม” คุณนฤมลเงียบไปนาน ต้นได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของเธอ “5 ปี...” เธอพึมพำเบาๆ “มันน้อยเกินไปจริงๆ ต้น” “คุณนฤมลครับ” ต้นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง “ผมขอโทษที่ทำให้เรื่องมันยุ่งยาก แต่ผมไม่สามารถเซ็นสัญญาที่ทำให้ผมรู้สึกไม่สบายใจได้ ผมรักในเสียงเพลงของผม และผมอยากจะมั่นใจว่าผมจะมีสิทธิ์ในผลงานของผม” “แล้วส่วนแบ่งรายได้ล่ะ ต้นยังคงยืนยันที่ 30% อยู่ใช่ไหม” คุณนฤมลถาม “ครับ” ต้นตอบ “ผมคิดว่า 30% เป็นส่วนแบ่งที่เหมาะสม เมื่อพิจารณาถึงการที่ผมจะเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานหลัก และการที่ผมจะทุ่มเทเต็มที่เพื่อทำการตลาดและส่งเสริมผลงานของตัวเอง” “ต้นคะ...” คุณนฤมลถอนหายใจยาว “พี่ต้องคุยกับผู้บริหารก่อนนะ เรื่องนี้มันไม่ใช่การตัดสินใจของพี่คนเดียว” “ผมเข้าใจครับ” ต้นตอบ “แต่ผมหวังว่าคุณนฤมลจะช่วยสื่อสารความต้องการของผมอย่างตรงไปตรงมานะครับ” “แน่นอนค่ะ” คุณนฤมลตอบ “แต่พี่ก็ต้องบอกต้นไว้ก่อนนะว่า... การขอสิทธิ์กลับคืนมาหลัง 5 ปี และขอส่วนแบ่ง 30% มันอาจจะเป็นไปได้ยากมากๆ” “ผมทราบครับ” ต้นตอบ “แต่ผมก็อยากจะลองดูครับ” “โอเค ต้น” คุณนฤมลกล่าว “เดี๋ยวพี่จะลองคุยกับทีมดู แล้วจะติดต่อต้นกลับไปอีกครั้งนะ” “ขอบคุณมากครับคุณนฤมล” ต้นกล่าว “ผมรอฟังข่าวจากคุณนะครับ” หลังจากวางสาย ต้นก็รู้สึกโล่งใจเล็กน้อย การได้ยื่นข้อเสนอที่ตัวเองต้องการออกไป ทำให้เขารู้สึกว่าเขาได้ทำเต็มที่แล้ว แม้ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร เขาก็พร้อมที่จะยอมรับมัน เขาเดินไปหยิบกีตาร์ขึ้นมา ดีดคอร์ดเบาๆ เสียงใสๆ ดังสะท้อนในห้องพักเล็กๆ แห่งนี้ เขาปิดตาลง นึกถึงใบหน้าของคุณเล็กที่คอยสนับสนุนเขามาตลอด และนึกถึงคุณวิชัยที่ให้คำแนะนำอันมีค่า เขาจะไม่ยอมแพ้ เขาจะสู้เพื่อความฝันของเขา

3,224 ตัวอักษร