ตอนที่ 22 — ระดมทุนสู่ฝันอันสดใส
“หนูคิดว่าจะเริ่มจากการทำจดหมายขอความอนุเคราะห์ถึงหน่วยงานต่างๆ และบริษัทเอกชนที่อาจจะสนใจร่วมสนับสนุนการศึกษาของเด็กๆ ค่ะ” ครูพิมอธิบายแผนอย่างละเอียด “เราจะแนบรูปภาพสภาพโรงเรียนปัจจุบัน และเล่าถึงความตั้งใจของเรา รวมถึงงบประมาณคร่าวๆ ที่เราต้องการเพื่อปรับปรุงสนามเด็กเล่น และอาจจะรวมถึงการจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอนเพิ่มเติมด้วยค่ะ”
ผู้อำนวยการรับฟังอย่างตั้งใจ “เป็นแผนที่ดี แต่การจะเขียนจดหมายให้ดูน่าเชื่อถือและเข้าตาผู้ใหญ่ เราอาจจะต้องมีข้อมูลสนับสนุนที่ชัดเจนนะ ครูพิม”
“หนูเตรียมไว้แล้วค่ะท่านผู้อำนวยการ” ครูพิมยิ้มอย่างมั่นใจ “หนูได้สอบถามข้อมูลจากหลายๆ ที่แล้วค่ะ สำหรับการปรับปรุงสนามเด็กเล่น เราต้องการงบประมาณประมาณห้าหมื่นบาท ซึ่งจะครอบคลุมค่าปรับหน้าดิน ค่าวัสดุอุปกรณ์สนามเด็กเล่นที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน รวมถึงค่าแรงติดตั้งค่ะ ส่วนอุปกรณ์การเรียนการสอน เราอาจจะขอแยกเป็นการบริจาคเป็นชิ้นๆ ไปก่อน เช่น สมุด ดินสอ สี หรือหนังสือเสริมความรู้”
“ห้าหมื่นบาท... สำหรับโรงเรียนเล็กๆ ของเรา ถือเป็นเงินจำนวนไม่น้อยเลยนะ” ผู้อำนวยการเอ่ยด้วยความกังวล “แต่ถ้าเราไม่ลอง เราก็ไม่รู้”
“ใช่ค่ะ” ครูพิมพยักหน้า “หนูเชื่อว่ายังมีผู้คนอีกมากมายที่มีจิตใจดีพร้อมช่วยเหลือเด็กๆ ที่ขาดโอกาส หนูอยากจะลองทำโครงการเล็กๆ ของเราให้ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ”
วันต่อมา ครูพิมก็เริ่มลงมือเขียนจดหมายอย่างตั้งใจ เธอใช้เวลาหลายวันในการร่างจดหมายแต่ละฉบับ ปรับเปลี่ยนสำนวนให้เหมาะสมกับผู้รับแต่ละราย บางครั้งเธอต้องกลับไปค้นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทที่เธอจะส่งจดหมายไปหา เพื่อให้สามารถนำเสนอโครงการของโรงเรียนบ้านป่าสักในมุมที่น่าจะดึงดูดความสนใจของพวกเขาได้มากที่สุด
“นี่คือบริษัทเครื่องเขียนแห่งหนึ่งค่ะท่านผู้อำนวยการ” ครูพิมยื่นจดหมายที่ร่างเสร็จแล้วให้ผู้อำนวยการอ่าน “หนูคิดว่าเขาอาจจะสนใจบริจาคอุปกรณ์การเรียนค่ะ”
ผู้อำนวยการอ่านอย่างพิจารณา “ดีมากเลยครูพิม สำนวนการเขียนดูดี มีเหตุผล และแสดงถึงความตั้งใจจริง”
“หนูจะส่งจดหมายชุดแรกในสัปดาห์หน้าค่ะ” ครูพิมกล่าว “ส่วนเรื่องการประชาสัมพันธ์เพิ่มเติม หนูคิดว่าจะทำเพจเล็กๆ ของโรงเรียนขึ้นมาด้วยค่ะ เพื่ออัปเดตความคืบหน้า และอาจจะโพสต์เรื่องราวดีๆ ของเด็กๆ เพื่อสร้างกำลังใจให้เราทุกคน”
“เป็นความคิดที่ดีนะ” ผู้อำนวยการเห็นด้วย “เผื่อว่าจะมีผู้ใหญ่ใจดีเห็นแล้วอยากจะเข้ามาเยี่ยมชม หรืออยากจะช่วยเหลือเพิ่มเติม”
เมื่อจดหมายชุดแรกถูกส่งออกไป ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ครูพิมและผู้อำนวยการต่างก็อดที่จะลุ้นระทึกไม่ได้ การรอคอยการตอบรับเป็นสิ่งที่ท้าทายความอดทนอย่างยิ่ง
“ไม่เป็นไรนะคะท่านผู้อำนวยการ” ครูพิมพยายามให้กำลังใจตัวเองและผู้อำนวยการ “อย่างน้อยเราก็ได้เริ่มต้นแล้วค่ะ”
หลายวันผ่านไป จดหมายตอบกลับเริ่มทยอยเข้ามา บางฉบับเป็นจดหมายปฏิเสธอย่างสุภาพ บางฉบับเป็นจดหมายที่แจ้งว่ายังไม่สามารถให้การสนับสนุนได้ในขณะนี้ แต่ก็ยังมีบางฉบับที่จุดประกายความหวัง
“ครูพิม! ดูนี่สิ!” ผู้อำนวยการตะโกนเรียกด้วยความตื่นเต้น “บริษัท ‘แสงอรุณ’ เขาตอบกลับมาแล้วนะ!”
ครูพิมรีบวิ่งเข้าไปหาผู้อำนวยการอย่างรวดเร็ว “แล้วเขาว่ายังไงบ้างคะท่านผู้อำนวยการ”
“เขาบอกว่าสนใจในโครงการของเรามาก และอยากจะนัดเข้ามาดูพื้นที่จริงที่โรงเรียน” ผู้อำนวยการยิ้มกว้าง “เขาอาจจะพิจารณาให้การสนับสนุนในส่วนของสนามเด็กเล่นเลยก็ได้นะ!”
หัวใจของครูพิมพองโต เธอรู้สึกเหมือนมีแสงสว่างส่องนำทางมาสู่ความมืดมิด “จริงเหรอคะ! ดีใจจังเลยค่ะ!”
“นี่เป็นสัญญาณที่ดีมากครูพิม” ผู้อำนวยการกล่าว “เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด”
ทั้งสองคนช่วยกันเตรียมข้อมูลเพิ่มเติม และวางแผนการต้อนรับตัวแทนจากบริษัทแสงอรุณอย่างดีที่สุด ครูพิมรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักตลอดหลายวันที่ผ่านมา แต่ความเหนื่อยล้านั้นถูกแทนที่ด้วยความสุขและความหวัง
“หนูจะลองติดต่อไปยังบริษัทเครื่องเขียนอีกครั้งนะคะท่านผู้อำนวยการ” ครูพิมกล่าว “เผื่อว่าเขาจะตอบกลับมาเร็วขึ้น”
“ได้เลยครูพิม” ผู้อำนวยการเห็นด้วย “ทุกโอกาสที่เรามี เราต้องคว้าไว้”
หลังจากนั้นไม่นาน จดหมายจากบริษัทเครื่องเขียนก็มาถึง เป็นการตอบรับในเชิงบวกเช่นกัน พวกเขาแสดงความยินดีที่จะบริจาคสมุด ปากกา และดินสอจำนวนหนึ่งให้กับนักเรียนโรงเรียนบ้านป่าสัก
“ยอดเยี่ยมไปเลยค่ะ!” ครูพิมอุทานด้วยความปลาบปลื้ม “นี่ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญมากจริงๆ ค่ะ”
เมื่อข่าวการตอบรับที่ดีจากบริษัทต่างๆ แพร่กระจายออกไปในหมู่คณะครูและชาวบ้านในชุมชน ก็เกิดกระแสความร่วมมือและกำลังใจที่แข็งแกร่งขึ้น
“ครูพิมนี่เก่งจริงๆ เลยนะ” คุณป้าสมศรี แม่ของน้องพลอยกล่าวชื่นชม “ไม่คิดเลยว่าครูจะทำเรื่องใหญ่แบบนี้ได้”
“หนูไม่ได้ทำคนเดียวค่ะป้า” ครูพิมยิ้ม “มีท่านผู้อำนวยการ คณะครู และพี่น้องในชุมชนทุกคนคอยสนับสนุนค่ะ”
“ใช่ๆ พวกเราจะช่วยกันเต็มที่” ลุงสมชาย ชาวบ้านอีกคนกล่าว “อยากเห็นเด็กๆ โรงเรียนเรามีที่วิ่งเล่นสนุกๆ บ้าง”
การระดมทุนเพื่อพัฒนาโรงเรียนบ้านป่าสักได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว แม้หนทางข้างหน้าอาจจะยังต้องเผชิญกับอุปสรรคอีกมาก แต่ด้วยความมุ่งมั่นของครูพิม ความร่วมมือของชุมชน และจิตใจที่พร้อมจะช่วยเหลือของผู้มีจิตศรัทธา ครูพิมเชื่อมั่นว่าความฝันของเด็กๆ โรงเรียนบ้านป่าสัก จะไม่เป็นเพียงแค่ความฝันอีกต่อไป
4,290 ตัวอักษร