เสียงสะอื้นใต้แสงไฟนีออน
ไฟนีออนสีชมพูฉูดฉาดของร้านคาราโอเกะสะท้อนบนกระจกหน้ารถแท็กซี่ของสมชาย ในคืนที่ฝนตกปรอยๆ เขาไม่เคยคิดว่าเสียงสะอื้นเบาๆ ที่ดังมาจากเบาะหลัง จะทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบ ความอ้างว้างที่ฉาบไล้ไปทั่วถนนยามดึก กำลังกัดกินผู้โดยสารคนนี้จนไม่อาจกลั้นน้ำตา สมชายชะลอความเร็ว ลดวิทยุลง นัยน์ตาเหลือบมองผ่านกระจกมองหลัง เห็นร่างบางสั่นเทาภายใต้แสงไฟสลัว.
“เป็นอะไรไปครับคุณผู้หญิง?” เสียงทุ้มของสมชายดังขึ้นอย่างแผ่วเบา แต่ก็ทำเอาหญิงสาวคนนั้นสะดุ้ง ก่อนจะพยายามปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม เธอสวมชุดทำงานที่เปียกปอนเล็กน้อย ใบหน้าซีดเซียวไร้เครื่องสำอาง แต่ก็ยังคงความงามสง่าอยู่ในที.
“เปล่าค่ะ… แค่… แค่เหนื่อย” เสียงเธอแหบพร่า สั่นเครือ ราวกับว่าทุกคำพูดต้องใช้พลังงานมหาศาล สมชายสัมผัสได้ถึงความหนักอึ้งที่แผ่ออกมาจากผู้โดยสารคนนี้ มันไม่ใช่ความเหนื่อยธรรมดา แต่มันคือความเหนื่อยล้าที่กัดกินจิตใจ.
“อยากให้ผมไปส่งที่ไหนครับ?” สมชายถามต่อ พยายามไม่เซ้าซี้ แต่ก็อยากจะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ แม้จะเป็นแค่คนขับแท็กซี่ธรรมดาๆ ในค่ำคืนนี้.
“บ้าน… เลขที่ 17 ซอยลาดพร้าว 87 ครับ” เธอตอบเสียงเบา แทบจะกลืนหายไปกับเสียงรถ.
สมชายพยักหน้า เริ่มเลี้ยวรถเข้าสู่ถนนที่มุ่งหน้าไปตามที่หมาย ขณะที่รถเคลื่อนตัวไป เสียงสะอื้นก็ค่อยๆ ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้หนักหน่วงกว่าเดิม สมชายจึงต้องพยายามควบคุมพวงมาลัยให้มั่นคง หัวใจของเขาก็สั่นคลอนไปด้วย เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหญิงสาวคนนี้ แต่ก็รู้สึกถึงความเศร้าที่ไร้ที่สิ้นสุด.
ตลอดทาง สมชายพยายามนึกถึงเรื่องราวของผู้คนที่เขาเคยเจอมาในรถคันนี้ บางคนเศร้า บางคนสุข บางคนกำลังหนี บางคนกำลังตามหา แต่ไม่เคยมีใครทำให้เขารู้สึกสะเทือนใจได้เท่าผู้โดยสารคนนี้ เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังแบกรับความทุกข์ของใครบางคนเอาไว้.
เมื่อรถมาถึงหน้าบ้านเลขที่ 17 สมชายจอดรถนิ่ง สังเกตเห็นแสงไฟสลัวลอดออกมาจากหน้าต่างบ้าน เขาหันกลับไปมองผู้โดยสารด้านหลัง หญิงสาวยังคงก้มหน้าซบมืออยู่.
“ถึงแล้วครับ” สมชายเอ่ย.
เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำ แต่กลับมีรอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก “ขอบคุณค่ะ”
ก่อนที่เธอจะก้าวลงจากรถ เธอหันกลับมามองสมชายอีกครั้ง ดวงตาคู่นั้นฉายแววบางอย่างที่ทำให้สมชายรู้สึกถึงความไม่สบายใจ.
“คุณสมชายคะ… ถ้าคืนนี้… ถ้าพรุ่งนี้เช้า… คุณยังเห็นรถคันนี้จอดอยู่ที่เดิม… ได้โปรด… ได้โปรดช่วยโทรแจ้งตำรวจด้วยนะคะ”
คำพูดนั้นราวกับฟ้าผ่ากลางใจสมชาย เขายืนนิ่ง อึ้งไปกับสิ่งที่ได้ยิน หัวใจเต้นระรัวด้วยความตกใจและเป็นห่วง หญิงสาวคนนั้นยิ้มทั้งน้ำตา ก่อนจะก้าวลงจากรถไป ทิ้งให้สมชายยืนมองเงาของเธอที่ค่อยๆ เลือนหายไปในบ้านอันมืดมิด พร้อมกับคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจ… อะไรกันแน่ที่เกิดขึ้นกับเธอ? และทำไมเธอถึงฝากฝังชีวิตของเธอไว้กับคนขับแท็กซี่อย่างเขา?
สมชายไม่สามารถละสายตาจากบ้านหลังนั้นได้ เขารู้สึกได้ถึงอันตรายบางอย่างที่กำลังคืบคลานเข้ามา เขากลับเข้าไปในรถ หันไปมองที่บ้านหลังนั้นอีกครั้ง ก่อนที่ความกังวลจะกัดกินจิตใจจนไม่สามารถขับรถออกไปได้ เขานั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น ใต้แสงไฟนีออนสีชมพูที่เคยสว่างไสว แต่บัดนี้กลับให้ความรู้สึกวังเวงและน่าขนลุก.
เขาจะทำอย่างไรต่อไป? จะเชื่อคำพูดของผู้หญิงคนนั้น และเฝ้ารอคอยอย่างสิ้นหวัง หรือจะตัดสินใจทำอะไรบางอย่างเพื่อช่วยเหลือเธอ?
แล้วถ้าเขารอ… สิ่งที่เขาเห็นในตอนเช้าจะเป็นอย่างที่เธอคาดหวัง หรือจะเลวร้ายยิ่งกว่านั้น? สมชายหลับตาลง สูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมสติ.
เช้าวันพรุ่งนี้… จะเป็นอย่างไร?
113 ตัวอักษร