เกษตรกรไร่นาพอเพียงกับความสุขที่แท้จริง

ตอนที่ 2 / 35

ตอนที่ 2 — ความไม่เข้าใจของคนเมือง

“ลุงบุญมีครับ!” เสียงเรียกดังมาแต่ไกล ลุงบุญมีที่กำลังจอบเสียมพรวนดินอยู่หน้าบ้าน ชะงักมือแล้วเงยหน้าขึ้นมอง เห็นรถยนต์สีดำเงาวับคันหนึ่งกำลังขับเข้ามาจอดเทียบหน้าบ้าน “คุณมานพเหรอเนี่ย มาได้ยังไง” ลุงบุญมีเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ มานพคือหลานของป้าสมศรี เป็นลูกของลูกสาวคนโตที่ไปทำงานและตั้งรกรากอยู่ในกรุงเทพฯ นานๆ ครั้งถึงจะกลับมาเยี่ยม “สวัสดีครับลุง” มานพลงจากรถมาพร้อมกับกล่องกระดาษใบใหญ่หลายใบ “ผมพาคุณนายที่บริษัทมาดูงานแถวนี้พอดี เลยแวะมาเยี่ยมลุงกับป้าครับ” “อ้าว ยินดีเลยๆ” ลุงบุญมีเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก “สมศรี! ดูสิใครมา” ป้าสมศรีเดินออกมาจากบ้าน เห็นมานพก็ยิ้มกว้าง “ตายแล้ว มานพ มาได้ไงเนี่ย ไม่ได้บอกล่วงหน้าเลย” “ก็อยากให้ลุงกับป้าเซอร์ไพรส์ไงครับ” มานพยิ้มกว้าง “คุณนากับคุณชายที่มาด้วย เขาเป็นนักธุรกิจครับ สนใจเรื่องเกษตรอินทรีย์ เลยอยากมาดูแนวทางการทำเกษตรพอเพียงของลุงน่ะครับ” “อ๋อ เข้ามาเลยๆ” ลุงบุญมีผายมือเชิญ “ในบ้านอาจจะรกหน่อยนะ ไม่ค่อยได้เก็บกวาดเท่าไหร่” มานพหัวเราะ “ไม่เป็นไรครับลุง” เขาแนะนำคุณนายสาวใหญ่และคุณชายหนุ่มท่าทางภูมิฐานให้รู้จักกับลุงบุญมีและป้าสมศรี ทั้งสองฝ่ายทักทายกันอย่างสุภาพ “สวัสดีค่ะคุณบุญมี ดิฉันคุณนายอรุณีค่ะ” คุณนายอรุณีพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ดิฉันได้ยินชื่อเสียงของคุณบุญมีมานานแล้วค่ะ ว่าเป็นเกษตรกรตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก” “ประสบความสำเร็จอะไรกันครับคุณนาย ผมก็แค่ทำนาทำสวนไปตามประสา มีกินมีใช้ไปวันๆ” ลุงบุญมีถ่อมตน “ไม่เลยค่ะ คุณบุญมี” คุณชายหนุ่มเสริมขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง “คุณมานพเล่าให้ฟังเยอะเลยครับ ว่าคุณบุญมีสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างแท้จริง ไม่ต้องพึ่งสารเคมี ไม่ต้องเป็นหนี้เป็นสิน ผมอยากเรียนรู้เคล็ดลับจากคุณบุญมีจริงๆ ครับ” “เคล็ดลับอะไรมันไม่มีหรอกครับ มันก็แค่การทำตามธรรมชาติ” ลุงบุญมีตอบ “เราเคารพธรรมชาติ ธรรมชาติก็ให้ผลตอบแทนเรา” “แล้วรายได้ต่อปีของคุณบุญมีอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ครับ” คุณนายอรุณีถามตรงๆ ลุงบุญมีชะงักไปเล็กน้อย “เรื่องรายได้นี่ ผมไม่ค่อยได้นับเท่าไหร่หรอกครับ คุณนาย” “อ้าว ทำไมล่ะครับ” มานพถามแทรก “ปกติคนทำเกษตรก็ต้องคำนวณต้นทุน กำไร ไว้บ้างสิครับ” “ผมก็มีทำบัญชีของผมนะ แต่ก็ไม่ได้ละเอียดอะไรมาก” ลุงบุญมีตอบ “ผมเน้นว่าให้มีกินมีใช้ ไม่ต้องเดือดร้อน แล้วก็เหลือเก็บไว้บ้างเล็กๆ น้อยๆ” “แล้วถ้าปีไหนผลผลิตไม่ดีล่ะครับ อย่างน้ำท่วม หรือภัยแล้ง มีเงินสำรองไว้ใช้จ่ายฉุกเฉินบ้างไหมครับ” คุณชายหนุ่มถามต่อ “ก็มีบ้างนะ แต่ส่วนใหญ่ถ้ามันไม่ดีจริงๆ เราก็ต้องประหยัดเอา” ลุงบุญมีตอบ “เราก็มีข้าวในยุ้ง มีของในสวน มีปลาในบ่อ พอประทังชีวิตไปได้” “ฟังดูแล้วน่าสนใจมากเลยครับ” คุณนายอรุณีกล่าว “แต่ผมว่า ถ้าคุณบุญมีมีระบบการจัดการที่ดีกว่านี้ น่าจะทำรายได้ได้มากกว่านี้อีกหลายเท่าตัวนะครับ” “ผมก็ไม่แน่ใจหรอกครับคุณนาย” ลุงบุญมีหัวเราะเบาๆ “ผมไม่ได้ทำเพื่อหวังรวยเป็นเศรษฐีอะไรหรอกครับ ผมแค่ต้องการความสุข ความสงบ และความพอดี” “แต่ความพอดีของคุณบุญมี อาจจะยังไม่พอสำหรับคนอื่นนะครับ” มานพพูดขึ้นมา “อย่างน้อยก็ผมเนี่ยแหละครับ ผมอยากให้ลุงกับป้ามีชีวิตที่ดีกว่านี้ มีเงินใช้จ่ายสบายๆ ไม่ต้องมานั่งเหนื่อยแก่ๆ” “ที่ลุงเหนื่อยทุกวันนี้ มันเป็นความสุขของลุงนะ มานพ” ลุงบุญมีกล่าว “ลุงได้ทำในสิ่งที่รัก ได้อยู่กับธรรมชาติ ได้ดูแลผืนดินของลุง แล้วผลที่ได้ มันก็คือความสุขที่ประเมินค่าไม่ได้” “แต่ลุงครับ” มานพดูเหมือนจะไม่เข้าใจ “ความสุขมันก็ซื้อได้ด้วยเงินนะครับ มีเงินก็ไปเที่ยวได้ กินของอร่อยๆ ซื้อของที่อยากได้” “เงินซื้อความสุขได้ก็จริง แต่ก็ซื้อความสุขที่แท้จริงไม่ได้หรอกนะ มานพ” ลุงบุญมีตอบอย่างใจเย็น “เงินซื้อเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวได้ก็จริง แต่ก็ซื้อท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ให้เราบินไปได้ทุกที่ตามใจต้องการไม่ได้ ซื้ออาหารหรูหราได้ แต่ก็ซื้อความอร่อยจากผักสดที่ปลูกเองได้ยาก” “คุณบุญมีพูดถูกค่ะ” คุณนายอรุณีเสริมขึ้นมา “บางทีการที่เรามีมากเกินไป ก็อาจจะทำให้เรายิ่งเป็นทุกข์ก็ได้นะคะ” “ครับคุณนาย” คุณชายหนุ่มพยักหน้าเห็นด้วย “ผมเองก็รู้สึกเหนื่อยหน่ายกับชีวิตในเมือง บางทีก็อยากจะหนีมาใช้ชีวิตแบบคุณบุญมีบ้าง” “มาสิๆ มาลองทำดู” ลุงบุญมีเชื้อเชิญ “ถ้าเหนื่อยจากเมืองกรุง ก็แวะมาพักผ่อนที่ไร่นาของลุงได้เสมอ” “ขอบคุณครับลุง” คุณชายหนุ่มกล่าว “แต่ผมคิดว่า ผมอาจจะยังไม่เหมาะกับการใช้ชีวิตแบบนี้ครับ ผมยังติดความสะดวกสบายของเมืองอยู่” “ไม่เป็นไรหรอก” ลุงบุญมีเข้าใจ “แต่ละคนก็มีวิถีชีวิตของตัวเอง” “แต่ผมยังเชื่อว่า ถ้าคุณบุญมีปรับปรุงวิธีการผลิต ให้ได้ปริมาณมากขึ้น น่าจะดีกว่านะครับ” มานพยังคงยืนกราน “ผมอยากให้ลุงมีเงินเยอะๆ มีบ้านหลังใหญ่ๆ สบายๆ” “บ้านหลังใหญ่ๆ มันก็แค่ที่สำหรับอยู่อาศัยนะ มานพ” ลุงบุญมีกล่าว “แล้วถ้ามันใหญ่เกินไป เราก็ต้องเหนื่อยทำความสะอาดมากขึ้น ต้องเปลืองไฟมากขึ้น มันก็ไม่สบายเหมือนกัน” “ผมไม่เข้าใจเลยครับลุง” มานพส่ายหน้า “ทำไมลุงถึงพอใจกับชีวิตแบบนี้” “เพราะนี่คือชีวิตที่ลุงเลือก และลุงมีความสุขกับมัน” ลุงบุญมีตอบ “ความสุขของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน ลุงมีความสุขกับการได้ลงมือทำ ได้เห็นผลผลิต ได้กินของที่ปลูกเอง ได้อยู่กับธรรมชาติ” “ผมว่าลุงแค่คิดไปเองครับ” มานพพูดอย่างไม่ค่อยพอใจ “ลุงแค่ไม่รู้ว่า ชีวิตที่ดีกว่านี้มันเป็นยังไง” ป้าสมศรีที่ยืนฟังอยู่เงียบๆ มาตลอด อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมา “มานพ อย่าพูดแบบนั้นสิลูก” “ผมพูดเรื่องจริงครับป้า” มานพหันไปหาป้าสมศรี “ผมไม่อยากให้ลุงกับป้าต้องมาลำบาก” “เราไม่ได้ลำบากนะมานพ” ลุงบุญมีขัดขึ้น “เรามีความสุขของเรา” “ผมไม่เชื่อครับ” มานพยืนยัน “ผมจะลองหาทางช่วยลุงเอง” บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย คุณนายอรุณีและคุณชายหนุ่มมองหน้ากันอย่างอึดอัด

4,607 ตัวอักษร