เกษตรกรไร่นาพอเพียงกับความสุขที่แท้จริง

ตอนที่ 5 / 35

ตอนที่ 5 — ความหวังใหม่ในตลาดสีเขียว

เช้าวันต่อมา แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องมายังไร่นาของลุงบุญมี ทำให้ทุกอย่างดูมีชีวิตชีวา ลุงบุญมียืนมองดูแปลงผักที่เขียวชอุ่ม สลับกับเสียงขันของไก่ในเล้า ความสงบและสวยงามของธรรมชาติรอบตัว คือสิ่งที่หล่อเลี้ยงจิตใจของเขาเสมอ “ลุง! ป้า!” เสียงตะโกนดังมาจากปากทางเข้าหมู่บ้าน ลุงบุญมีหันไปมอง เห็นมานพกำลังขับรถกระบะคันใหม่เอี่ยมเข้ามาจอดเทียบหน้าบ้าน “มานพ! มาอีกแล้วเหรอ เร็วจริงๆ” ลุงบุญมีทักทายด้วยความแปลกใจ มานพลงจากรถ พร้อมด้วยรอยยิ้มที่ดูมีความหวัง “สวัสดีครับลุง สวัสดีครับป้า” “มีข่าวดีมาบอกครับลุง” มานพพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ผมไปคุยกับผู้จัดการตลาดเกษตรกรมาแล้ว เขาเห็นรูปผลผลิตของลุงแล้วชอบมากครับ เขาบอกว่าอยากจะลองรับไปวางขายดู” ลุงบุญมีกับป้าสมศรียิ้มกว้าง “จริงเหรอ มานพ!” ป้าสมศรีอุทาน “แล้วเขาจะเอาไปขายยังไงล่ะ” “เขามีโซนพิเศษสำหรับสินค้าเกษตรอินทรีย์ครับป้า” มานพอธิบาย “เขาจะติดป้ายบอกว่าเป็นสินค้าจากเกษตรกรพอเพียง ของคุณลุงบุญมีโดยเฉพาะเลยครับ” “แล้วราคาล่ะ” ลุงบุญมีถามอย่างเป็นห่วง “ของของเรามันอาจจะไม่ได้สวยงามเท่าของเขา” “ไม่ต้องห่วงครับลุง” มานพรีบกล่าว “เขาเข้าใจครับว่าสินค้าของเราเป็นสินค้าจากธรรมชาติ เขาจะตั้งราคาที่เหมาะสมให้ครับ แล้วก็มีข้อแม้ว่าผลผลิตต้องสดใหม่ทุกวัน” “สดใหม่นี่ไม่ยากเลย” ลุงบุญมีตอบ “เราเก็บของตอนเช้า แล้วก็ส่งให้มานพตอนบ่ายได้เลย” “ยอดเยี่ยมเลยครับลุง” มานพยิ้ม “ส่วนเรื่องการขนส่ง ผมจะจัดการเองทุกอย่างครับ ผมจะแวะมารับผลผลิตจากลุงทุกวัน หรืออย่างน้อยก็วันเว้นวัน ขึ้นอยู่กับปริมาณ” “แล้วเรื่องเงินล่ะ มานพ” ป้าสมศรีถาม “เราจะได้เงินเมื่อไหร่” “ทางตลาดจะโอนเงินให้ผมทุกสัปดาห์ครับ แล้วผมก็จะนำเงินมาให้ลุงกับป้าทันที” มานพตอบ “ผมขอหักเป็นค่าดำเนินการและค่าขนส่งนิดหน่อยนะครับ” “ไม่เป็นไรหรอก มานพ” ลุงบุญมีโบกมือ “หลานอยากช่วยลุงก็ดีใจแล้ว” “ผมอยากให้ลุงกับป้ามีรายได้เพิ่มขึ้นจากการลงแรงครับ” มานพยืนกราน “ผมอยากให้ลุงกับป้ามีชีวิตที่สบายขึ้น” “ชีวิตเราตอนนี้ก็สบายดีแล้วล่ะ มานพ” ลุงบุญมีตอบ “แต่ถ้ามีรายได้เพิ่มขึ้น ก็เอาไว้เป็นค่าใช้จ่ายยามเจ็บป่วย หรือเอาไว้พัฒนาไร่นาของเราให้ดียิ่งขึ้นไปอีกก็ได้” หลังจากพูดคุยกันถึงรายละเอียดต่างๆ เสร็จ มานพก็ขออนุญาตลุงบุญมีและป้าสมศรี ลงไปช่วยเก็บเกี่ยวผักบางส่วนที่พร้อมจะนำไปส่งตลาด “วันนี้เรามีแตงกวา มะเขือ พริก แล้วก็ผักบุ้งครับลุง” มานพพูดพลางเด็ดแตงกวา “ผักพวกนี้ปลูกง่าย โตเร็ว แล้วก็เป็นที่ต้องการของตลาด” “ดีเลย” ลุงบุญมีกล่าว “แต่เราต้องเลือกเอาเฉพาะลูกที่สวยๆ นะ เอาไปขายให้เขา” “ไม่ต้องห่วงครับลุง” มานพตอบ “ผมจะเลือกอย่างดีที่สุด” ตลอดช่วงบ่าย ทั้งสามคนช่วยกันเก็บผักอย่างขะมักเขม้น มานพเองก็พลอยได้เรียนรู้วิธีการเก็บเกี่ยวผักที่ถูกต้องจากลุงบุญมีไปด้วย “เวลาเก็บแตงกวา ต้องเด็ดก้านมันด้วยนะครับ” ลุงบุญมีสาธิต “ถ้าเราดึงแรงๆ จะทำให้ต้นมันช้ำ” “อ๋อ เป็นอย่างนี้นี่เองครับ” มานพกล่าว “ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลย” เมื่อเก็บผักเสร็จแล้ว มานพก็จัดใส่ตะกร้าอย่างเป็นระเบียบ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปผลผลิตส่งให้ผู้จัดการตลาดดู “คุณเจริญครับ นี่คือผลผลิตสดใหม่วันนี้ครับ” มานพพูดผ่านโทรศัพท์ “พรุ่งนี้จะถึงตลาดตอนเช้าครับ” “ดีมาก มานพ” เสียงจากปลายสายตอบกลับมา “ส่งรูปมาให้ดูแบบนี้ก็สบายใจ” หลังจากมานพกลับไปแล้ว ลุงบุญมีและป้าสมศรียังคงนั่งคุยกันด้วยความสุข “ไม่น่าเชื่อเลยนะลุง” ป้าสมศรีพูด “ว่าของในสวนของเรา จะมีคนอยากซื้อถึงในกรุงเทพฯ” “มันเป็นเพราะความตั้งใจของเราต่างหากป้า” ลุงบุญมีตอบ “เราทำด้วยความจริงใจ ธรรมชาติก็ตอบแทนเรา” “แล้วเรื่องที่มานพจะมาช่วยเราทุกวันนี่ เราจะทำไหวเหรอ” ป้าสมศรีถามด้วยความเป็นห่วง “เราก็ค่อยๆ ทำไปสิป้า” ลุงบุญมีปลอบ “ถ้าเหนื่อยก็พัก ถ้าไม่ไหวก็บอกมานพ เราจะได้ลดปริมาณลง” “แต่เราก็ต้องขอบคุณมานพจริงๆ นะ” ป้าสมศรีกล่าว “ถ้าไม่มีเขา เราก็คงไม่ได้มีโอกาสแบบนี้” “ใช่” ลุงบุญมีพยักหน้า “บางที โอกาสก็มาในรูปแบบที่เราคาดไม่ถึง” สองสามวันต่อมา มานพก็กลับมาพร้อมกับข่าวดีอีกครั้ง “ลุงครับ ป้าครับ” มานพยิ้มกว้าง “ผลผลิตชุดแรกที่ส่งไป ขายหมดเกลี้ยงเลยครับ!” “จริงเหรอ!” ป้าสมศรีดีใจจนแทบจะกระโดด “แล้วเราได้เงินเท่าไหร่ล่ะ” มานพยื่นแบงก์สีเทาให้ป้าสมศรี “นี่ครับป้า ส่วนนี้ของลุง เป็นเงินจากการขายผลผลิตเมื่อวานนี้ครับ” ป้าสมศรีรับเงินมานับดูด้วยความตื่นเต้น “โอ้โห! ได้เยอะเหมือนกันนะเนี่ย” ลุงบุญมีมองดูเงินในมือป้าสมศรี เขารู้สึกดีใจที่สิ่งที่เขาทำมาตลอด สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้ “ขอบคุณมากนะ มานพ ที่ช่วยเรา” “ผมแค่ทำหน้าที่ของผมครับลุง” มานพกล่าว “แล้วผมก็มีความสุขที่ได้เห็นลุงกับป้ามีความสุข” ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ชีวิตของลุงบุญมีและป้าสมศรีก็เริ่มมีความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ พวกเขาตื่นเช้าขึ้นมาเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิต ส่งให้มานพนำไปขายในกรุงเทพฯ รายได้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้พวกเขาสามารถซื้อสิ่งของที่จำเป็นได้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องยาและอาหารเสริมสำหรับสุขภาพ “ลุง ลองทานวิตามินตัวนี้ดูสิ” ป้าสมศรีบอก “หมอแนะนำมา บอกว่าช่วยเสริมสร้างกระดูก” “ขอบใจนะป้า” ลุงบุญมีรับมากิน “เราก็ต้องดูแลสุขภาพเราให้ดี เราจะได้มีแรงทำนาทำสวนต่อไป” แม้ว่าชีวิตจะเริ่มมีความสะดวกสบายมากขึ้น แต่ลุงบุญมีก็ยังคงยึดมั่นในหลักเศรษฐกิจพอเพียง เขาไม่ได้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย และยังคงแบ่งปันผลผลิตส่วนหนึ่งให้กับเพื่อนบ้านเสมอ “นี่ ยายพร เอาผักไปแกงนะ” ป้าสมศรีบอกคุณยายพรที่เดินผ่านมา “เราปลูกไว้เยอะ กินไม่ทัน” “ขอบใจมากนะสมศรี” คุณยายพรยิ้ม “เธอใจดีจริงๆ” “เรื่องแค่นี้เองค่ะ” ป้าสมศรีตอบ “เราก็ต้องช่วยเหลือกันไป” การที่ผลผลิตของลุงบุญมีเป็นที่ต้องการในตลาด ทำให้เกษตรกรคนอื่นๆ ในหมู่บ้านเริ่มหันมาสนใจวิธีการทำเกษตรอินทรีย์มากขึ้น พวกเขาเห็นว่าการพึ่งพาตนเอง และการไม่ใช้สารเคมี สามารถสร้างรายได้ที่ดีได้เช่นกัน “ลุงบุญมีครับ” ลุงสมชาย เพื่อนบ้านเดินเข้ามาทักทาย “ผมเห็นว่าผักที่ลุงเอาไปขายในกรุงเทพฯ เขาขายดีมากเลย ผมอยากจะลองทำบ้าง ไม่ทราบว่าลุงพอจะแนะนำได้ไหมครับ” “ได้สิ ลุงสมชาย” ลุงบุญมีตอบ “ถ้าอยากรู้ตรงไหน ถามได้เลยนะ เราจะได้ช่วยกัน ทำให้บ้านเราอุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น” ความหวังใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นบนผืนดินแห่งนี้ ความสุขที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินทอง แต่อยู่ที่การได้ใช้ชีวิตอย่างพอดี การได้พึ่งพาตนเอง และการได้แบ่งปันสิ่งดีๆ ให้กับผู้อื่น

5,143 ตัวอักษร