พนักงานออฟฟิศกับชีวิตที่ต้องดิ้นรนเพื่อความฝัน

ตอนที่ 1 / 35

ตอนที่ 1 — แสงไฟนีออนกับความฝันที่รอวันฉาย

เสียงนาฬิกาปลุกดังลั่นราวกับมีใครกำลังทุบระฆังโบสถ์ยามเช้าตรู่ แสงสีส้มนวลจากหลอดไฟนีออนบนถนนส่องลอดม่านบางเข้ามาปลุก 'น่าน' ให้ตื่นจากภวังค์แห่งความฝันอันแสนสุข เขาปัดมือไปควานหานาฬิกาปลุก ดับเสียงรบกวนด้วยความหงุดหงิด แต่ก็รู้ดีว่าการต่อสู้กับความจริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น น่านลุกขึ้นนั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง อพาร์ตเมนต์เล็กๆ ในย่านธุรกิจที่แสงสีไม่เคยหลับใหล สะท้อนภาพชีวิตของมนุษย์เงินเดือนที่ต้องดิ้นรนในเมืองกรุง “อีกวันแล้วสินะ” น่านพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบพร่าจากการนอนไม่พอ เขาถอนหายใจยาวก่อนจะลุกไปเข้าห้องน้ำ สภาพใบหน้าในกระจกสะท้อนความเหนื่อยล้า ดวงตาคล้ำเล็กน้อยบ่งบอกถึงการนอนดึก เขาหยิบแปรงสีฟัน ยาสีฟัน และเริ่มกิจวัตรประจำวันอย่างอัตโนมัติ กลิ่นยาสีฟันมิ้นต์เย็นๆ ช่วยให้สมองเริ่มตื่นตัวขึ้นมาบ้าง หลังจากจัดการธุระส่วนตัว น่านเดินไปที่ครัวเล็กๆ ในห้อง เขารู้ดีว่าการกินอาหารเช้าที่บ้านประหยัดกว่าการซื้อตามร้านข้างนอกมาก เขาหยิบไข่ไก่สองฟอง ขนมปังโฮลวีทหนึ่งแผ่น และนมสดหนึ่งกล่องออกมาตั้งบนเคาน์เตอร์ เขาตั้งกระทะเทฟลอนใบเล็กๆ ใส่น้ำมันเล็กน้อย รอจนน้ำมันร้อนได้ที่ก็ตอกไข่ใส่ลงไป เสียงไข่กระททะดัง "ฉ่า" เบาๆ พร้อมกับกลิ่นหอมที่ลอยฟุ้งขึ้นมา น่านชอบทำอาหารเช้าเอง มันเป็นช่วงเวลาเล็กๆ ที่เขารู้สึกเป็นอิสระและได้ควบคุมชีวิตของตัวเองอย่างแท้จริง “ขอให้วันนี้เป็นวันที่ไม่โหดร้ายเกินไปนะ” เขาอธิษฐานขณะพลิกไข่ดาวให้สุกทั่วกัน เขาไม่เคยเชื่อเรื่องโชคลางอะไรมากนัก แต่การอธิษฐานกับตัวเองเล็กๆ น้อยๆ ในตอนเช้ามันก็เหมือนการให้กำลังใจตัวเองรูปแบบหนึ่ง เมื่อไข่ดาวสุก น่านนำมาวางบนขนมปังปิ้ง ชงกาแฟดำหนึ่งแก้ว ก่อนจะนั่งลงกินอาหารเช้าพร้อมกับเปิดอ่านข่าวสารจากโทรศัพท์มือถือ เขาเป็นพนักงานฝ่ายการตลาดของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง บริษัทที่เต็มไปด้วยการแข่งขันสูง และการทำงานที่ต้องใช้สมองตลอดเวลา เขาต้องคิดแผนการตลาดใหม่ๆ วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า และนำเสนอโปรเจกต์ให้ผู้บริหารตัดสินใจ ซึ่งแต่ละวันก็มีความท้าทายใหม่ๆ รออยู่เสมอ “วันนี้ต้องส่งรายงานสรุปผลแคมเปญให้คุณวิชัยก่อนเที่ยง” น่านรำพึงกับตัวเองขณะจิบกาแฟ เขารู้ดีว่าคุณวิชัยเป็นคนเจ้าระเบียบและเข้มงวดแค่ไหน การส่งงานล่าช้าแม้เพียงนาทีเดียวก็อาจนำมาซึ่งการตำหนิที่ทำให้เขาเสียกำลังใจไปทั้งวัน เมื่อทานอาหารเช้าเสร็จ น่านก็เก็บจานชามไปล้างอย่างรวดเร็ว เขาเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เลือกเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนกับกางเกงสแล็คสีกรมท่า เป็นชุดทำงานที่ดูสุภาพเรียบร้อย เขาหยิบกระเป๋าเอกสารที่เต็มไปด้วยเอกสารสำคัญและแล็ปท็อป ก่อนจะหันไปมองรูปถ่ายใบเล็กๆ ที่วางอยู่บนหัวเตียง รูปของเขากับ 'มายด์' แฟนสาวที่ยืนยิ้มสดใสอยู่ข้างๆ เขา “เดี๋ยวเย็นนี้เจอกันนะมายด์” น่านพูดกับรูปถ่าย ยิ้มบางๆ ก่อนจะเดินออกจากห้อง น่านอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากที่ทำงานมากนัก เขาเลือกเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินเป็นหลัก เพราะมันสะดวกและรวดเร็วที่สุดในเวลาเร่งด่วน เมื่อถึงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ผู้คนมากมายเบียดเสียดกันเข้ามาในขบวนรถ น่านเป็นหนึ่งในนั้น เขาจับราวที่ยึดไว้แน่น พยายามทรงตัวให้ดี ขณะที่ผู้คนรอบข้างกำลังก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์ หรือไม่ก็หลับตาพักผ่อน น่านก็เช่นกัน เขาหยิบหูฟังขึ้นมาเสียบเข้ากับโทรศัพท์มือถือ เปิดเพลงโปรดที่ช่วยกล่อมเกลาจิตใจ เขาชอบเพลงแนวอินดี้ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความฝันและการเดินทางของชีวิต “อีกนิดเดียวก็จะถึงออฟฟิศแล้ว” น่านคิดในใจ เขาเห็นตึกสูงระฟ้าเสียดฟ้าที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นมา เขาถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะเตรียมตัวลงจากรถไฟฟ้า เมื่อเดินเข้าไปในอาคารสำนักงาน แอร์เย็นฉ่ำก็ปะทะใบหน้า น่านเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานของเขาที่ตั้งอยู่ริมหน้าต่าง ด้านบนมีกองเอกสารและแฟ้มต่างๆ วางซ้อนกันอยู่ เขาจัดแจงเปิดคอมพิวเตอร์ และเริ่มทำงานทันที “อรุณสวัสดิ์ครับพี่น่าน” เสียงใสร่าเริงดังขึ้นจากด้านหลัง น่านหันไปมอง เป็น 'แก้ม' พนักงานรุ่นน้องในทีมของเขา แก้มเป็นเด็กสาวร่าเริง สดใส และทำงานเก่ง แต่บางครั้งก็ซุ่มซ่ามไปบ้าง “อรุณสวัสดิ์แก้ม มีอะไรหรือเปล่า” น่านถาม “แค่จะมาทักทายค่ะ แล้วก็อยากจะถามเรื่องข้อมูลลูกค้าของโปรเจกต์ใหม่ค่ะ พี่น่านพอจะมีข้อมูลที่อัปเดตล่าสุดไหมคะ” แก้มตอบ “อ้อ ได้สิ เดี๋ยวฉันส่งให้ทางอีเมลนะ ตอนบ่ายๆ คงจะเสร็จ” น่านตอบ “ขอบคุณมากเลยค่ะพี่น่าน” แก้มยิ้มกว้างแล้วเดินกลับไปที่โต๊ะของเธอ น่านหันกลับมาที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เขาเริ่มทำงานอย่างขะมักเขม้น เสียงแป้นพิมพ์ดังเป็นจังหวะ สลับกับเสียงโทรศัพท์ที่ดังเป็นระยะ เขาต้องตอบอีเมลลูกค้า ประชุมกับทีม และคิดแผนการตลาดใหม่ๆ ไปพร้อมๆ กัน เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว “น่าน เมื่อไหร่รายงานจะเสร็จ?” เสียงเข้มของผู้บริหารดังขึ้นจากด้านหลัง น่านสะดุ้งเล็กน้อย เขาหันไปมองคุณวิชัยที่ยืนเท้าสะเอวอยู่ข้างๆ “ใกล้เสร็จแล้วครับคุณวิชัย อีกประมาณหนึ่งชั่วโมงครับ” น่านรีบตอบ “ดี ฉันต้องการภายในเที่ยงตรงเท่านั้นนะ” คุณวิชัยพูดจบก็เดินจากไป ทิ้งให้น่านต้องเร่งมือทำงานให้เสร็จทันเวลา น่านรู้สึกกดดัน เขาทำงานอย่างไม่หยุดหย่อน เหงื่อเริ่มซึมที่หน้าผาก เขาพยายามรวบรวมสมาธิและทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จสมบูรณ์ที่สุด เมื่อถึงเวลาเที่ยงตรง น่านก็ส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ให้กับคุณวิชัยได้ทันเวลา เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย เขาเดินไปที่หน้าต่างมองออกไปข้างนอก เห็นผู้คนมากมายกำลังเดินสวนกันไปมาบนท้องถนน บางคนรีบเร่ง บางคนเดินช้าๆ แต่ทุกคนต่างก็มีจุดหมายของตัวเอง “นี่แหละชีวิตมนุษย์เงินเดือน” น่านคิดในใจ “ต้องทำงานหนักเพื่อปากท้อง เพื่อความอยู่รอด แต่ในหัวใจของเราทุกคนก็มีความฝันเล็กๆ ที่รอวันเติบโต” ช่วงบ่าย น่านก็ยังคงทำงานต่อไป เขาต้องเตรียมนำเสนอโปรเจกต์ใหม่ให้กับผู้บริหารในวันพรุ่งนี้ เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการค้นคว้าข้อมูล สร้างสไลด์นำเสนอ และฝึกซ้อมการพูด “พี่น่านคะ” เสียงแก้มดังขึ้นอีกครั้ง “เย็นนี้พี่น่านจะไปหาคุณมายด์หรือเปล่าคะ” “ใช่สิ มีอะไรเหรอ” น่านถาม “ไม่มีอะไรค่ะ แค่อยากจะชวนไปกินข้าวเย็นด้วยกัน แต่ว่าเห็นว่าพี่น่านมีนัดกับคุณมายด์ ก็เลยไม่ได้ชวนค่ะ” แก้มตอบ “ไว้โอกาสหน้านะแก้ม” น่านยิ้มให้ “วันนี้ฉันต้องรีบหน่อย” “เข้าใจค่ะ” แก้มยิ้มรับแล้วเดินกลับไป เมื่อเลิกงาน น่านก็รีบเก็บข้าวของ และเดินทางไปยังร้านอาหารที่นัดกับมายด์ไว้ เขาเดินออกจากออฟฟิศ ท่ามกลางแสงไฟนีออนที่เริ่มสว่างไสวขึ้นเรื่อยๆ ยามค่ำคืนของเมืองกรุง “อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะถึงเวลาทำในสิ่งที่รักแล้ว” น่านคิดในใจ เขารู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่นึกถึงความฝันอีกด้านหนึ่งของเขา

5,296 ตัวอักษร