ตอนที่ 11 — วันเปิดนิทรรศการและการตัดสินใจครั้งใหญ่
สัปดาห์สุดท้ายก่อนวันเปิดนิทรรศการ เป็นช่วงเวลาที่น่านต้องทำงานอย่างหนักที่สุดเท่าที่เคยทำมา เขาแทบไม่ได้นอน เขาใช้เวลาเกือบทั้งหมดอยู่ในสตูดิโอ เพื่อเก็บรายละเอียดผลงานศิลปะชิ้นสุดท้ายให้สมบูรณ์แบบที่สุด
“ต้องเสร็จ… ต้องเสร็จให้ได้” เขาพึมพำกับตัวเองขณะที่กำลังจุ่มพู่กันลงบนสีแดงสด “อีกไม่กี่วันเท่านั้น”
กลิ่นสีน้ำมันและอะคริลิคผสมผสานกับกลิ่นกาแฟที่ชงไว้ตั้งแต่เช้าตรู่ อบอวลไปทั่วห้องเล็กๆ ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยผืนผ้าใบที่รอวันจัดแสดง
“คุณน่านคะ! ไม่ทราบว่าอยู่ที่นั่นไหมคะ” เสียงดังมาจากหน้าประตู
น่านชะงักมือ “ใครนะ” เขาตะโกนตอบกลับ
“มายด์ค่ะพี่น่าน หนูเอาข้าวมาให้ค่ะ”
น่านยิ้มออกมาอย่างอ่อนแรง เขาเดินไปเปิดประตู พบมายด์ยืนถือถุงอาหารอยู่ตรงหน้า
“มายด์! มาได้ไงเนี่ย” เขาถาม
“หนูเป็นห่วงพี่น่านค่ะ เห็นเงียบไปเลย” มายด์ยื่นถุงอาหารให้ “ทานอะไรมาหรือยังคะ”
“ยังเลย กำลังจะหาอะไรทานพอดี” น่านรับถุงอาหารมา “ขอบใจมากนะมายด์”
“ไม่เป็นไรค่ะ” มายด์มองไปรอบๆ สตูดิโอ “ว้าว! สวยจังเลยค่ะพี่น่าน”
“ยังไม่เสร็จดีเลย” น่านยิ้ม “แต่ก็ใกล้แล้วล่ะ”
“หนูเชื่อว่าต้องสวยแน่ๆ ค่ะ” มายด์พูดอย่างมั่นใจ “พี่น่านเก่งที่สุด”
ทั้งสองคนทานอาหารด้วยกันในห้องทำงานของน่าน บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น มายด์เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของเธอ ส่วนน่านก็เล่าถึงความตื่นเต้นและความกังวลเกี่ยวกับนิทรรศการที่กำลังจะมาถึง
“พี่น่านคะ หนูมีเรื่องจะบอกค่ะ” มายด์เอ่ยขึ้นหลังจากทานอาหารเสร็จ “คือ… ทางบริษัทของหนู เขาเสนองานใหม่ให้ค่ะ เป็นตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาด”
น่านเงยหน้าขึ้นมองมายด์อย่างประหลาดใจ “จริงเหรอ! ยินดีด้วยนะมายด์”
“ขอบคุณค่ะ” มายด์ยิ้ม “แต่… หนูยังลังเลอยู่ค่ะ”
“ทำไมล่ะ ตำแหน่งนี้ดีออก” น่านถาม
“มันดีค่ะพี่ แต่… มันต้องย้ายไปทำงานที่สาขาต่างจังหวัดน่ะค่ะ” มายด์อธิบาย “แล้วหนูก็… ไม่แน่ใจว่าอยากจะไปไกลจากพี่น่านหรือเปล่า”
น่านมองมายด์อย่างลึกซึ้ง เขารู้สึกถึงความห่วงใยที่มายด์มีให้ เขาเคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน แต่ก็ไม่เคยพูดออกไป
“มายด์… เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ของมายด์นะ” น่านกล่าว “มายด์ควรจะทำในสิ่งที่มายด์คิดว่าดีที่สุดสำหรับอนาคตของมายด์นะ”
“แต่ถ้าหนูไป… แล้วพี่น่านจะทำยังไงคะ” มายด์ถามด้วยน้ำเสียงหวั่นๆ
“พี่ก็ต้องสู้ต่อไปสิ” น่านยิ้ม “พี่จะทำให้ความฝันของพี่เป็นจริงให้ได้ แล้วมายด์ก็ต้องทำให้ความฝันของมายด์เป็นจริงเช่นกัน”
“พี่น่าน…” มายด์มองน่านด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย
“พี่รู้ว่ามายด์เป็นห่วงพี่” น่านพูดต่อ “แต่พี่ก็เป็นห่วงมายด์เหมือนกัน พี่อยากให้มายด์ได้เติบโตในสายงานของมายด์นะ”
“ถ้าพี่น่านยืนยัน… หนูจะลองพิจารณาดูค่ะ” มายด์ตอบรับ
วันเปิดนิทรรศการมาถึงในที่สุด น่านตื่นเต้นจนแทบจะนอนไม่หลับ เขาเลือกเสื้อผ้าอย่างดี และเดินทางไปยังแกลเลอรี่แต่เช้า
บรรยากาศภายในแกลเลอรี่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ทั้งนักวิจารณ์ศิลปะ แกลเลอรี่เจ้าของ และผู้ที่สนใจในงานศิลปะ เสียงพูดคุยและเสียงชื่นชมดังแว่วมาเป็นระยะ
“สวัสดีค่ะคุณน่าน ยินดีต้อนรับค่ะ” เจ้าหน้าที่แกลเลอรี่กล่าวต้อนรับ “ผลงานของคุณสวยงามมากค่ะ”
น่านยิ้มรับด้วยความดีใจ เขาเดินไปสำรวจผลงานของตัวเองที่ถูกจัดวางอย่างสวยงาม ทุกชิ้นดูมีชีวิตชีวาภายใต้แสงไฟที่ส่องสว่าง
“สวยจริงๆ… ฉันทำได้แล้ว” เขาพึมพำกับตัวเอง
ขณะที่เขากำลังชื่นชมผลงาน ก็มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเขา
“คุณน่านสินะครับ” ชายคนนั้นกล่าว “ผมคือ [ชื่อนักสะสม] ครับ”
น่านผงะไปเล็กน้อย “สวัสดีครับคุณ [ชื่อนักสะสม]”
“ผมติดตามผลงานของคุณมาสักพักแล้ว และผมก็ประทับใจมาก โดยเฉพาะผลงานชิ้นเอกของคุณ” นักสะสมกล่าว “ผมได้ยินมาว่าคุณได้รับข้อเสนอซื้อผลงานชิ้นนั้นไปก่อนเปิดงานจริงใช่ไหมครับ”
“ครับ… ผมได้รับข้อเสนอมาครับ” น่านตอบอย่างระมัดระวัง
“ผมเสียดายมากที่ไม่ได้โอกาสนั้น” นักสะสมกล่าว “แต่ไม่เป็นไร ผมเชื่อว่ายังมีโอกาสอีกในอนาคต”
เขาเดินเข้าไปดูผลงานชิ้นเอกของน่านอย่างพิจารณา “ผมชอบสไตล์การลงสีของคุณมาก มันดูมีพลังและสื่ออารมณ์ได้ดีเยี่ยม”
“ขอบคุณมากครับ” น่านรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง
“ผมอยากจะขอเชิญคุณน่านไปทานอาหารเย็นกับผม เพื่อพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการร่วมงานกันในอนาคต” นักสะสมเสนอ
“ด้วยความยินดีครับ” น่านตอบรับ
ทันใดนั้น มายด์ก็ปรากฏตัวขึ้นที่แกลเลอรี่ เธอยิ้มให้กับน่านอย่างสดใส
“พี่น่านคะ! หนูมาแล้วค่ะ” มายด์ร้องเรียก “งานสวยมากๆ เลยค่ะ!”
“มายด์!” น่านอุทานด้วยความดีใจ “มาแล้วเหรอ”
“ค่ะ” มายด์เดินเข้ามาหา “หนูอยากมาให้กำลังใจพี่น่านค่ะ”
นักสะสมมองมายด์แล้วหันมาถามน่าน “เธอคือ…?”
“เธอคือมายด์ครับ เป็นเพื่อนสนิทของผม” น่านตอบ
“อ้อ ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณมายด์” นักสะสมยื่นมือออกไปทักทาย “ผม [ชื่อนักสะสม] ครับ”
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณ [ชื่อนักสะสม]” มายด์จับมือตอบ
“ผมกำลังชวนคุณน่านไปทานอาหารเย็น เพื่อหารือเรื่องการร่วมงานในอนาคตครับ” นักสะสมกล่าว “คุณมายด์สนใจจะไปด้วยไหมครับ”
มายด์มองหน้าน่านแล้วตอบ “ถ้าพี่น่านไป หนูไปด้วยค่ะ”
น่านยิ้มให้กับมายด์ “แน่นอน พี่ไปไหนมายด์ก็ไปด้วยสิ”
บทสนทนาในช่วงเปิดงานดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น น่านได้รับคำชื่นชมมากมายจากแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน เขารู้สึกว่าการตัดสินใจลาออกจากงานประจำและทุ่มเทให้กับความฝันนั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว
อย่างไรก็ตาม คำถามเกี่ยวกับอนาคตของเขากับมายด์ยังคงเป็นสิ่งที่เขาต้องขบคิด
“ฉันจะบอกมายด์เรื่องความรู้สึกของฉันยังไงดี” เขาสงสัย “หรือว่าฉันควรจะรอให้ทุกอย่างมั่นคงกว่านี้ก่อน”
หลังจากงานเปิดนิทรรศการจบลง น่านได้รับคำเสนอซื้อผลงานอีกหลายชิ้น เขาเริ่มรู้สึกมั่นใจในเส้นทางที่เลือกมากขึ้น
“นี่แหละ… ชีวิตของศิลปิน” เขาคิดในใจ “มันไม่ง่าย แต่มันก็คุ้มค่า”
4,591 ตัวอักษร