ตอนที่ 20 — การสำรวจชุมชนที่สอง
เช้าวันต่อมา น่านและมายด์เดินทางไปยังชุมชนที่สอง ซึ่งเป็นย่านชุมชนเก่าแก่ใจกลางเมือง ที่เต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องสไตล์ชิโน-โปรตุกีสอันเป็นเอกลักษณ์ แต่เมื่อสำรวจลงไป กลับพบว่าหลายพื้นที่ถูกทิ้งร้าง หรือถูกดัดแปลงเป็นโกดังเก็บสินค้า ทำให้บรรยากาศโดยรวมดูไม่ค่อยคึกคักเท่าที่ควร
“ที่นี่ดูแตกต่างจากเมื่อวานมากเลยนะคะ” มายด์เอ่ยขึ้น ขณะที่ทั้งสองกำลังเดินไปตามซอกซอยแคบๆ ที่ปูด้วยอิฐบล็อก
“ใช่แล้ว” น่านพยักหน้า “ที่นี่มีเสน่ห์ในตัวเอง แต่ก็มีปัญหาในอีกรูปแบบหนึ่ง”
พวกเขาเริ่มเข้าไปพูดคุยกับผู้คนที่อาศัยและทำงานอยู่ในย่านนี้ เจ้าของร้านกาแฟโบราณ ร้านขายยาเก่าแก่ และศิลปินอิสระบางส่วนที่เลือกใช้พื้นที่นี้เป็นสตูดิโอ
“เมื่อก่อนแถวนี้คึกคักมากนะ” คุณลุงเจ้าของร้านขายยาเล่า “มีคนมาเดินเล่น ถ่ายรูปเยอะแยะ แต่เดี๋ยวนี้…คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยมาแล้ว”
“แล้วคุณลุงคิดว่าอะไรคือสาเหตุคะ” น่านถาม
“ก็…อาจจะเพราะมันดูเก่าไปหน่อยมั้ง” คุณลุงกล่าว “คนสมัยนี้ชอบอะไรใหม่ๆ ทันสมัย”
“แล้วถ้าเรานำศิลปะเข้ามาผสมผสานล่ะครับคุณลุง คิดว่าจะช่วยดึงดูดคนกลับมาได้ไหม” น่านลองถาม
คุณลุงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ก็อาจจะช่วยได้นะ แต่ต้องทำให้มันน่าสนใจจริงๆ ไม่ใช่แค่เอาอะไรมาแปะๆ ไว้”
น่านพยักหน้า เขารับฟังความคิดเห็นของคุณลุงเป็นอย่างดี
“พี่น่านคะ” มายด์เอ่ยขึ้นเมื่อเดินเข้าไปในตรอกเล็กๆ ที่มีภาพกราฟฟิตี้สวยงามวาดอยู่บนผนัง “ดูสิคะ คนอื่นเขาก็เริ่มสร้างสรรค์อะไรที่นี่บ้างแล้ว”
“ใช่” น่านยิ้ม “นี่คือจุดเริ่มต้นที่ดี เราต้องหาว่าอะไรคือตัวตนที่แท้จริงของที่นี่ และเราจะเสริมมันได้อย่างไร”
พวกเขาเดินต่อไปเรื่อยๆ สังเกตเห็นว่ามีกลุ่มศิลปินรุ่นใหม่บางส่วนที่เริ่มเข้ามาเช่าพื้นที่ในอาคารเก่าเพื่อใช้เป็นสตูดิโอและแกลเลอรี่ขนาดย่อม
“สวัสดีครับ” น่านเข้าไปทักทายศิลปินหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังยืนดูผลงานของตัวเอง “ผมชื่อน่านครับ กำลังศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ ‘สีสันแห่งชุมชน’ ครับ”
“ผมชื่อต่อครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ศิลปินหนุ่มตอบ “โครงการของคุณน่าสนใจมากนะครับ ผมว่าย่านนี้มีศักยภาพสูงมาก แต่ยังขาดการสนับสนุนที่ถูกจุด”
“คุณต่อคิดว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับที่นี่ครับ” น่านถาม
“ผมว่าคือการผสมผสานระหว่างของเก่ากับของใหม่ครับ” ต่ออธิบาย “เราไม่ควรจะลืมรากเหง้าเดิม แต่ก็ต้องเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ด้วย ศิลปะสามารถเป็นสะพานเชื่อมตรงกลางได้”
“แล้วคุณต่อมีไอเดียอะไรเป็นพิเศษไหมครับ” น่านถามอย่างกระตือรือร้น
“ผมคิดว่าเราน่าจะจัดกิจกรรมเวิร์คช็อปสอนศิลปะให้กับเด็กๆ ในชุมชน หรือจัดแสดงผลงานของศิลปินในท้องถิ่นตามอาคารเก่าๆ ที่ถูกทิ้งร้าง” ต่อเสนอ “ทำให้คนเข้ามาเห็นว่าที่นี่มีความเคลื่อนไหว และมีอะไรน่าสนใจ”
น่านฟังต่ออย่างตั้งใจ เขาเห็นด้วยกับแนวคิดของต่อเป็นอย่างมาก
“ผมชอบไอเดียของคุณต่อนะครับ” น่านกล่าว “มันสอดคล้องกับสิ่งที่ผมกำลังคิดอยู่พอดี”
การพูดคุยกับต่อทำให้ภาพในหัวของน่านชัดเจนขึ้น เขามองเห็นความเป็นไปได้ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่จะเชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของชุมชนแห่งนี้เข้าด้วยกัน
“พี่น่านคะ แล้วเรื่องค่าใช้จ่ายล่ะคะ” มายด์ถามขณะที่ทั้งสองกำลังเดินทางไปยังชุมชนสุดท้าย “โครงการแบบนี้คงต้องใช้งบประมาณเยอะ”
“นั่นคือสิ่งที่ผมต้องไปคุยกับคุณ [ชื่อนักสะสม] อีกครั้ง” น่านกล่าว “แต่ผมเชื่อว่าถ้าเรานำเสนอแผนงานที่ดี และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกได้ ผมว่าเขาต้องสนับสนุนแน่นอน”
“แล้วพี่น่านกลับไปทำงานที่บริษัทแล้วหรือยังคะ” มายด์ถาม
“ยังเลย” น่านตอบ “ผมขอลาพักร้อนไปอีกหน่อย เพราะผมอยากจะให้เวลากับโปรเจกต์นี้เต็มที่”
“แล้วพี่น่านไม่กลัวว่าจะถูกมองไม่ดีเหรอคะ” มายด์ถามด้วยความเป็นห่วง
“ผมก็กังวลอยู่บ้าง” น่านยอมรับ “แต่ผมคิดว่า ความตั้งใจจริง และผลงานที่ออกมา จะเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ดีที่สุด”
เขาหันไปมองมายด์ “ขอบคุณนะมายด์ ที่คอยเป็นห่วง และคอยถามคำถามที่ทำให้พี่ได้คิด”
“มายด์ก็แค่ทำหน้าที่ของตัวเองค่ะ” มายด์ยิ้ม “และมายด์ก็ตื่นเต้นที่จะได้เห็นโปรเจกต์นี้สำเร็จค่ะ”
เมื่อเดินทางมาถึงชุมชนที่สาม ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่ริมแม่น้ำ น่านและมายด์พบว่าที่นี่มีสภาพที่แตกต่างออกไป ชุมชนแห่งนี้ยังคงมีความเคลื่อนไหว และมีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับสายน้ำอย่างใกล้ชิด
“ที่นี่ดูมีชีวิตชีวาดีจังเลยค่ะ” มายด์กล่าว “น่าจะเป็นเพราะแม่น้ำยังเป็นเส้นทางคมนาคมหลักอยู่”
“ใช่” น่านเห็นด้วย “แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีปัญหาที่ต้องแก้ไขอยู่”
พวกเขาได้พูดคุยกับชาวบ้านบางส่วน และพบว่าปัญหาหลักของที่นี่คือเรื่องของมลพิษทางน้ำ และการขาดการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวที่สะดวกสบาย
“เราอยากให้แม่น้ำของเรากลับมาสะอาดเหมือนเดิม” ชาวบ้านคนหนึ่งกล่าว “อยากให้ลูกหลานเราได้เล่นน้ำกันได้อย่างปลอดภัย”
“แล้วถ้ามีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสายน้ำล่ะครับ” น่านลองเสนอ “เช่น การพายเรือคายัค การล่องเรือชมวิถีชีวิตริมน้ำ”
“ก็น่าสนใจนะ” ชาวบ้านตอบ “แต่เรายังขาดสิ่งอำนวยความสะดวก และการประชาสัมพันธ์”
การลงพื้นที่ทั้งสามแห่ง ทำให้ข้อมูลของน่านสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เขาได้เห็นภาพปัญหาที่หลากหลาย และได้ไอเดียใหม่ๆ มากมาย
“พี่น่านคะ กลับจากที่นี่ เราจะเริ่มวางแผนงานจริงจังแล้วใช่ไหมคะ” มายด์ถาม
“แน่นอน” น่านตอบ “ผมอยากจะรีบนำเสนอแนวคิดทั้งหมด ให้คุณ [ชื่อนักสะสม] เห็น”
เมื่อเดินทางกลับถึงสตูดิโอ น่านก็รีบลงมือทำงานทันที เขาจัดระเบียบข้อมูลทั้งหมด สร้างสรรค์ภาพร่าง และเขียนแผนงานอย่างละเอียด การทำงานของเขาทุ่มเท และเต็มไปด้วยพลัง
“ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้” น่านพึมพำกับตัวเอง ขณะที่สายตาจับจ้องไปยังแบบแปลนที่วางอยู่ตรงหน้า
4,517 ตัวอักษร