พนักงานออฟฟิศกับชีวิตที่ต้องดิ้นรนเพื่อความฝัน

ตอนที่ 3 / 35

ตอนที่ 3 — การแข่งขันที่รออยู่และโอกาสที่มาพร้อมความเสี่ยง

เช้าวันรุ่งขึ้น น่านตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น เขาไม่ได้รู้สึกเหนื่อยจากการทำงานหนักเมื่อคืนเลยแม้แต่น้อย เขาจัดการกิจวัตรประจำวันตามปกติ และเดินทางไปยังที่ทำงาน “สวัสดีครับคุณวิชัย” น่านทักทายเมื่อเดินเข้าไปในห้องประชุม “สวัสดีน่าน” คุณวิชัยตอบ “พร้อมแล้วใช่ไหม” “พร้อมแล้วครับ” น่านตอบอย่างมั่นใจ น่านเริ่มการนำเสนอโปรเจกต์ใหม่ เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจนและมั่นใจ สไลด์นำเสนอของเขาสวยงาม และข้อมูลที่เขานำมาเสนอมีความน่าสนใจ เขาอธิบายถึงแผนการตลาด กลยุทธ์ และงบประมาณที่ต้องใช้ “ผมเชื่อว่าโปรเจกต์นี้จะช่วยเพิ่มยอดขายให้กับบริษัทได้อย่างแน่นอนครับ” น่านสรุป เมื่อนำเสนอเสร็จ คุณวิชัยก็พยักหน้า “ยอดเยี่ยมมากน่าน” คุณวิชัยกล่าวชม “ฉันชอบแผนการตลาดของคุณมาก มันมีความคิดสร้างสรรค์ และน่าจะสร้างผลตอบรับที่ดีได้” น่านยิ้มรับคำชม เขารู้สึกดีใจที่การทำงานหนักของเขาได้รับการยอมรับ “แล้วเรื่องการประกวดงานศิลปะล่ะ” คุณวิชัยถามขึ้นมา “คุณจะส่งผลงานเข้าประกวดใช่ไหม” “ครับคุณวิชัย” น่านตอบ “ผมตั้งใจไว้แบบนั้นครับ” “ดี” คุณวิชัยพูด “ฉันสนับสนุนเต็มที่นะ ถ้ามีอะไรให้ช่วย บอกได้เลย” น่านประหลาดใจกับคำพูดของคุณวิชัย เขาไม่เคยคิดว่าผู้บริหารระดับสูงจะสนใจเรื่องส่วนตัวของพนักงานมากขนาดนี้ “ขอบคุณมากครับคุณวิชัย” น่านกล่าว หลังจากประชุมเสร็จ น่านก็กลับมาที่โต๊ะทำงาน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหามายด์ “ฮัลโหลมายด์” น่านกล่าว “วันนี้ฉันพรีเซนต์งานผ่านแล้วนะ” “จริงเหรอคะ ยินดีด้วยนะคะ” มายด์ดีใจ “หนูรู้ว่าพี่น่านทำได้” “ขอบคุณนะ” น่านยิ้ม “เย็นนี้ว่างไหม ไปฉลองกันหน่อย” “ได้ค่ะ” มายด์ตอบ “อยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ” “อะไรก็ได้ที่มายด์อยากทาน” น่านตอบ ในช่วงบ่าย น่านก็ยังคงทำงานตามปกติ เขารู้สึกมีกำลังใจมากขึ้นหลังจากได้รับการยอมรับจากผู้บริหาร ขณะที่กำลังทำงานอยู่ โทรศัพท์ของเขาก็มีสายเรียกเข้า เป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย “สวัสดีครับ” น่านรับสาย “สวัสดีค่ะ คุณน่านใช่ไหมคะ” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น “ดิฉันโทรมาจากแกลเลอรี่ศิลปะแห่งหนึ่งค่ะ ดิฉันได้เห็นผลงานของคุณน่านที่ส่งเข้ามาให้พิจารณา ทางเราประทับใจมาก และอยากจะเรียนเชิญคุณน่านเข้าร่วมแสดงผลงานในนิทรรศการที่จะจัดขึ้นค่ะ” น่านอึ้งไปชั่วขณะ เขาไม่เคยคิดว่าผลงานของเขาจะได้รับการตอบรับที่ดีขนาดนี้ “จริงเหรอครับ” น่านถามด้วยเสียงสั่นเครือ “ผม… ผมไม่แน่ใจว่าผมจะได้ยินถูกต้องหรือเปล่า” “ถูกต้องค่ะ” ผู้หญิงคนนั้นตอบ “ทางเราได้พิจารณาผลงานของคุณน่านอย่างละเอียดแล้ว และเราเชื่อว่าผลงานของคุณน่านมีศักยภาพที่จะประสบความสำเร็จอย่างสูงค่ะ” น่านรู้สึกดีใจจนพูดอะไรไม่ออก เขาขอบคุณผู้หญิงคนนั้น และรับปากว่าจะติดต่อกลับไป หลังจากวางสาย น่านก็รู้สึกเหมือนกำลังฝัน เขาไม่เคยคิดว่าความฝันที่จะเป็นจิตรกรของเขาจะใกล้เข้ามาขนาดนี้ “พี่น่าน เป็นอะไรไปคะ หน้าตาดูดีใจผิดปกติ” แก้มทักขึ้นเมื่อเห็นน่าน “มีข่าวดีนิดหน่อย” น่านยิ้ม “เรื่องอะไรคะ เล่าให้หนูฟังหน่อยสิคะ” แก้มถามอย่างอยากรู้อยากเห็น น่านเล่าเรื่องที่เขาได้รับเชิญให้เข้าร่วมแสดงผลงานในนิทรรศการศิลปะให้แก้มฟัง แก้มดีใจมาก และแสดงความยินดีกับน่าน “ดีใจด้วยนะคะพี่น่าน หนูเชื่อว่าพี่น่านจะทำได้ดีแน่นอนค่ะ” แก้มพูด เย็นวันนั้น น่านไปพบมายด์ที่ร้านอาหารตามที่นัดกันไว้ เขาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้มายด์ฟัง มายด์ดีใจมาก และกอดน่านแน่น “หนูภูมิใจในตัวพี่น่านที่สุดเลยค่ะ” มายด์พูด “ขอบคุณนะมายด์” น่านตอบ “ถ้าไม่มีมายด์ ฉันคงไม่กล้าทำตามความฝันของตัวเอง” “เราจะสู้ไปด้วยกันนะคะ” มายด์ยิ้ม น่านรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าอาจจะไม่ง่ายนัก เขาจะต้องเผชิญกับความท้าทายอีกมากมาย ทั้งการทำงานประจำ และการทำตามความฝันของเขา แต่เขาก็พร้อมที่จะสู้ “ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุดครับ” น่านคิดในใจ “เพื่ออนาคตของผม เพื่ออนาคตของมายด์ และเพื่อความฝันของผมเอง” แสงไฟของเมืองกรุงสว่างไสว ดั่งเป็นพยานให้กับความฝันของเขาที่กำลังจะเบ่งบาน

3,164 ตัวอักษร