พนักงานออฟฟิศกับชีวิตที่ต้องดิ้นรนเพื่อความฝัน

ตอนที่ 5 / 35

ตอนที่ 5 — ความกดดันที่เพิ่มขึ้นและเส้นแบ่งที่เลือนลาง

สัปดาห์แรกหลังจากได้รับการติดต่อจากแกลเลอรี่ศิลปะผ่านไปอย่างรวดเร็ว น่านรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังวิ่งแข่งกับเวลา เขาตื่นเช้าขึ้นกว่าเดิม พยายามแบ่งเวลาให้กับการทำงานประจำให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และทุ่มเทเวลาที่เหลือให้กับความฝันของตัวเอง “น่าน ทำไมวันนี้ดูหน้าตาอิดโรยจัง” คุณวิชัยทักทายขณะที่น่านกำลังเดินเข้ามาในออฟฟิศ “เมื่อคืนผมทำงานศิลปะดึกไปหน่อยครับคุณวิชัย” น่านตอบ พยายามยิ้มให้ดูสดใส “โปรเจกต์นิทรรศการมันต้องใช้เวลาเตรียมตัวเยอะจริงๆ ครับ” “เข้าใจๆ” คุณวิชัยพยักหน้า “แต่ก็อย่าหักโหมเกินไปนะ ถ้ารู้สึกเหนื่อยก็บอกได้” “ขอบคุณครับ” น่านกล่าว “ผมจะพยายามจัดการเวลาให้ดีที่สุดครับ” ตลอดทั้งวัน น่านรู้สึกเหมือนมีแรงกดดันสองด้านกระหน่ำเข้ามา ด้านหนึ่งคือความคาดหวังจากที่ทำงานที่กำลังจะเริ่มโปรเจกต์ใหม่ ซึ่งเขาเป็นคนผลักดันให้เกิดขึ้น ส่วนอีกด้านหนึ่งคือความรับผิดชอบต่อแกลเลอรี่ศิลปะ ที่ต้องส่งผลงานคุณภาพไปจัดแสดง “พี่น่านคะ วันนี้มีลูกค้าโทรมาสอบถามเรื่องโปรเจกต์ใหม่เยอะเลยค่ะ” เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งเดินเข้ามาบอก “คุณวิชัยฝากบอกว่าอยากให้พี่น่านเข้าไปคุยเรื่องแผนการดำเนินงานอีกทีค่ะ” “โอเค เดี๋ยวฉันไป” น่านตอบรับอย่างเลื่อนลอย ดวงตาของเขายังคงโฟกัสอยู่ที่ภาพวาดที่เพิ่งร่างไว้เมื่อคืน ในช่วงพักเที่ยง น่านใช้เวลาทั้งหมดไปกับการวางแผนการทำงานของโปรเจกต์ที่บริษัท เขาต้องจัดสรรทรัพยากร กำหนดตารางเวลา และมอบหมายงานให้ทีมงานอย่างเหมาะสม เขาเองก็ต้องแบ่งเวลาไปทำงานศิลปะของตัวเองให้ได้เช่นกัน “เป็นไปได้ไหมที่เราจะขอเลื่อนกำหนดการบางส่วนออกไปก่อน” น่านถามคุณวิชัย “เรื่องโปรเจกต์ของเราหรือ? ทำไมล่ะ” คุณวิชัยเลิกคิ้ว “ฉันนึกว่านายพร้อมแล้วเสียอีก” “ผมพร้อมครับคุณวิชัย แต่… ผมมีเรื่องที่ต้องจัดการเกี่ยวกับความฝันของผมด้วยครับ” น่านตัดสินใจเล่าเรื่องการได้รับเชิญให้ไปร่วมแสดงงานศิลปะอย่างละเอียด “ผมไม่อยากให้เรื่องส่วนตัวกระทบกับงานของบริษัทครับ” คุณวิชัยเงียบไปครู่หนึ่ง ใบหน้าของเขาดูครุ่นคิด “เข้าใจแล้วน่าน ฉันก็ดีใจนะที่นายได้รับโอกาสดีๆ แบบนี้” “ขอบคุณครับ” น่านมองหน้าคุณวิชัยอย่างคาดหวัง “เรื่องการเลื่อนกำหนดการ… ฉันว่าคงจะเป็นไปได้ยากนะน่าน โปรเจกต์นี้เราวางแผนกันมานานแล้ว ลูกค้าก็รออยู่” คุณวิชัยกล่าว “แต่… ฉันจะช่วยนายดูนะ ว่าเราจะปรับเปลี่ยนอะไรได้บ้าง เพื่อให้นายมีเวลาไปเตรียมงานของตัวเองได้มากขึ้น” “จริงๆ แค่นี้ก็ดีมากแล้วครับคุณวิชัย” น่านรู้สึกซาบซึ้ง “ผมจะพยายามทำงานทั้งสองอย่างให้ดีที่สุดครับ” “ดีมาก” คุณวิชัยยิ้ม “นายเป็นคนมีความสามารถ ฉันเชื่อมั่นในตัวนาย” หลังจากพูดคุยกับคุณวิชัยเสร็จ น่านก็รีบไปหามายด์ที่ร้านเบเกอรี่ เขาต้องการกำลังใจจากเธออย่างมาก “มายด์ วันนี้ฉันคุยกับคุณวิชัยแล้วนะ” น่านเล่า “เขาก็เข้าใจ แต่ก็ยังคงยืนยันเรื่องกำหนดการเดิม” “แล้วพี่น่านจะทำยังไงคะ” มายด์ถาม “ฉันก็ต้องพยายามทำให้ดีที่สุดไง” น่านตอบ “ถึงจะเหนื่อยหน่อย แต่ฉันก็อยากทำให้ได้ทั้งสองอย่าง” “หนูเป็นกำลังใจให้นะคะ” มายด์ยื่นมือมาจับมือน่าน “ถ้าเหนื่อยก็พักก่อนนะ อย่าหักโหมเกินไป” “ขอบคุณนะมายด์” น่านมองมายด์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก “บางทีฉันก็คิดนะ ว่าถ้าไม่มีเธออยู่ข้างๆ ฉันคงท้อไปนานแล้ว” “ไม่ต้องคิดอย่างนั้นค่ะ” มายด์ยิ้ม “เราเป็นกำลังใจให้กันแบบนี้ตลอดไปนะคะ” ทั้งสองนั่งคุยกันอีกพักใหญ่ ก่อนที่น่านจะต้องรีบกลับไปทำงานศิลปะของเขา เขาเปิดผืนผ้าใบผืนใหญ่ที่เตรียมไว้ สีสันและพู่กันถูกวางเรียงรายอยู่ตรงหน้า แต่วันนี้ ความคิดสร้างสรรค์กลับไม่ไหลลื่นเหมือนทุกครั้ง “ทำไมฉันถึงรู้สึกติดขัดแบบนี้นะ” น่านพึมพำกับตัวเอง “อาจจะเป็นเพราะความกดดันมากเกินไป” เขาพยายามวาดภาพ แต่เส้นสายที่ออกมากลับดูแข็งกระด้าง ไม่มีความพริ้วไหวเหมือนที่เขาเคยเป็น เขารู้สึกหงุดหงิดกับตัวเอง พยายามระบายสี แต่ก็ดูไม่เข้ากัน “นี่มันไม่ใช่เลย” น่านวางพู่กันลงอย่างหัวเสีย “ฉันต้องหาทางผ่อนคลาย” เขาตัดสินใจเดินออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอก เขาพบว่ามายด์เองก็กำลังนั่งพักอยู่หน้าร้าน จิบเครื่องดื่มเย็นๆ “มายด์ มานั่งเป็นเพื่อนหน่อยสิ” น่านเดินเข้าไปหา “เป็นอะไรไปคะ” มายด์ถามเมื่อเห็นสีหน้าของน่าน “ฉันรู้สึกตันๆ น่ะมายด์ คิดงานไม่ออกเลย” น่านถอนหายใจ “บางทีการพักผ่อนสักหน่อย อาจจะช่วยได้นะคะ” มายด์เสนอ “ไปเดินเล่นแถวริมน้ำกันไหมคะ ตรงนั้นบรรยากาศดี” “ดีเลย” น่านเห็นด้วย ทั้งสองเดินไปตามทางเดินริมแม่น้ำ อากาศยามเย็นสดชื่น ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมชมพู เสียงคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งเบาๆ ช่วยปลอบประโลมจิตใจของน่าน “พี่น่านคะ” มายด์เอ่ยขึ้น “หนูว่านะ การที่เรามีความฝันสองอย่างพร้อมๆ กัน มันก็เหมือนเรากำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายบางๆ” “เส้นด้ายบางๆ?” น่านทวนคำ “ใช่ค่ะ” มายด์อธิบาย “ด้านหนึ่งคือความมั่นคงของเรา อีกด้านหนึ่งคือความฝันของเรา ถ้าเราก้าวพลาดไปข้างใดข้างหนึ่ง อาจจะทำให้ทุกอย่างพังลงได้” “แล้วเราจะทำยังไงให้เราเดินไปบนเส้นด้ายนั้นได้อย่างมั่นคงล่ะ” น่านถาม “เราต้องมีสติค่ะ” มายด์ตอบ “ต้องรู้จักแบ่งเวลาให้ดี จัดลำดับความสำคัญ และที่สำคัญที่สุด คือเราต้องเชื่อมั่นในตัวเอง และเชื่อมั่นในความฝันของเรา” น่านเงียบไปครู่หนึ่ง เขาปล่อยให้คำพูดของมายด์ค่อยๆ ซึมซับเข้าไปในความคิด “เธอพูดถูกนะมายด์” น่านกล่าว “ฉันอาจจะกำลังกดดันตัวเองมากเกินไป” “ไม่ต้องห่วงนะคะ” มายด์ยิ้ม “หนูจะอยู่ตรงนี้ คอยเป็นกำลังใจให้พี่น่านเสมอนะคะ” เมื่อกลับมาถึงอพาร์ตเมนต์ น่านรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก เขามองผืนผ้าใบที่วางอยู่ เขาตัดสินใจที่จะไม่ฝืนตัวเอง เขาหยิบกีตาร์ขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เขาเล่นเพลงที่สบายๆ ไม่ได้เร่งรีบ เขาปล่อยให้เสียงเพลงพาจิตใจของเขาไปสู่ที่ที่สงบ คืนนั้น น่านนอนหลับอย่างสงบเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน เขาตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกสดชื่น และแนวคิดใหม่ๆ ที่ผุดขึ้นในหัวอย่างมากมาย

4,702 ตัวอักษร