ตอนที่ 7 — ชีวิตใหม่กับการเริ่มต้นที่ท้าทาย
“คุณวิชัยครับ ผมมีเรื่องจะขอลาออกครับ” น่านกล่าวเสียงหนักแน่น ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของคุณวิชัยที่มองขึ้นมาด้วยความประหลาดใจระคนเสียดาย
คุณวิชัยวางปากกาลงบนโต๊ะ สบตากับน่านอย่างพิจารณา “ลาออก? นายแน่ใจนะน่าน ฉันนึกว่านายจะเลือกทางประนีประนอมเสียอีก”
“ผมคิดทบทวนมาอย่างดีแล้วครับคุณวิชัย” น่านตอบ พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น “ผมได้รับโอกาสครั้งสำคัญในชีวิต ซึ่งผมไม่อยากปล่อยให้หลุดลอยไป ผมรู้ว่ามันอาจจะดูหุนหันพลันแล่นในสายตาใครหลายคน แต่ผมเชื่อมั่นในตัวผมเอง และผมก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน”
“น่าน… นายเป็นพนักงานที่ยอดเยี่ยมของเรานะ” คุณวิชัยถอนหายใจเบาๆ “ฉันเสียดายที่จะเสียคนเก่งๆ อย่างนายไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่เรากำลังจะเริ่มโปรเจกต์ใหม่ที่สำคัญขนาดนี้”
“ผมเข้าใจดีครับคุณวิชัย ผมขอโทษจริงๆ ที่ต้องทำให้คุณลำบาก” น่านก้มหน้าเล็กน้อย “ผมขอขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่มอบให้ผมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานะครับ ทั้งประสบการณ์ ความรู้ และโอกาสที่ผมได้รับ ผมจะไม่มีวันลืม”
“เอาเถอะ” คุณวิชัยลุกขึ้นยืน เดินมาตบไหล่น่านเบาๆ “ถ้าการตัดสินใจของนายคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับนาย ฉันก็เคารพในการตัดสินใจนั้น” เขาหยุดชะงักเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อ “แต่ฉันก็อดเป็นห่วงไม่ได้นะ เส้นทางศิลปินน่ะ มันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไปนะ”
“ผมทราบดีครับคุณวิชัย” น่านพยักหน้า “ผมเตรียมใจไว้แล้ว ผมจะเริ่มจากการขายงานที่แกลเลอรี่ก่อน และก็จะลองรับงานอิสระอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับศิลปะดู อาจจะมีสอนพิเศษ หรือรับวาดภาพตามสั่งบ้างในช่วงแรก”
“แล้วเรื่องเงินทุนล่ะ? การลงทุนกับอุปกรณ์ศิลปะใหม่ๆ หรือการจัดแสดงงานครั้งใหญ่ มันต้องใช้เงินเยอะนะ” คุณวิชัยถามอย่างตรงไปตรงมา
“ผมเก็บหอมรอมริบไว้ส่วนหนึ่งครับคุณวิชัย และผมก็จะบริหารจัดการอย่างรอบคอบที่สุด ผมเชื่อว่าด้วยความสามารถและโอกาสที่ผมได้รับ ผมจะสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงในที่สุด” น่านตอบด้วยความมั่นใจ
“ดีมาก… อย่างน้อยนายก็มีการวางแผน” คุณวิชัยยิ้มบางๆ “ถ้ามีอะไรที่ฉันพอจะช่วยได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแนะนำใครสักคน หรือให้คำปรึกษาเรื่องการบริหารจัดการ… นายบอกฉันได้เสมอ”
“ขอบคุณมากครับคุณวิชัย” น่านรู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก “ผมจะเก็บคำแนะนำของคุณวิชัยไว้เป็นกำลังใจเสมอ”
หลังจากจัดการเรื่องการลาออกที่ฝ่ายบุคคล น่านก็รู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก เขาเดินออกจากอาคารบริษัทในยามบ่ายแก่ๆ แสงแดดที่สาดส่องลงมาดูอบอุ่นกว่าทุกครั้ง เขาโทรศัพท์หามารดา เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ท่านฟัง
“ลูกแน่ใจนะลูก” เสียงมารดาฟังดูเป็นห่วง “การเป็นศิลปินมันไม่ง่ายนะลูก แม่เป็นห่วงเรื่องความเป็นอยู่ของลูก”
“ผมแน่ใจครับแม่” น่านตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ผมอยากทำตามความฝันของผมจริงๆ ผมจะพยายามอย่างเต็มที่ครับ แม่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุด”
“ถ้าลูกตัดสินใจแล้ว แม่ก็สนับสนุนลูกนะ” เสียงมารดาอ่อนลง “แค่ขอให้ลูกจำไว้ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แม่ก็อยู่ตรงนี้เสมอ”
“ขอบคุณครับแม่” น่านกล่าวอย่างซาบซึ้ง
เย็นวันนั้น น่านกลับมาที่อพาร์ตเมนต์ของเขา เขาเปิดประตูเข้าไป ดวงตาจับจ้องไปยังผืนผ้าใบเปล่าที่ตั้งรออยู่ เขาเดินตรงเข้าไป หยิบพู่กันและสีขึ้นมาอย่างกระฉับกระเฉง ความรู้สึกตื่นเต้นผสมกับความมุ่งมั่นแล่นพล่านไปทั่วร่างกาย
“เอาล่ะ… ชีวิตใหม่ เริ่มต้นที่ตรงนี้” น่านพึมพำกับตัวเอง เขาเริ่มลงมือวาดภาพอย่างตั้งใจ ภาพที่ออกมาเต็มไปด้วยพลัง สีสันสดใส และอารมณ์ที่หลากหลาย มันคือภาพสะท้อนของความรู้สึกที่อัดอั้นมานาน ความหวัง ความกลัว และความมุ่งมั่นที่จะก้าวไปข้างหน้า
เขาทำงานศิลปะจนดึกดื่นโดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ราวกับว่าพลังงานทั้งหมดถูกส่งตรงมาจากความฝันของเขาเอง เมื่อเขามองผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ เขาอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ นี่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ ที่เขาเลือกเอง
ขณะเดียวกันที่อีกมุมหนึ่งของเมือง มายด์กำลังนั่งรอคอยด้วยใจระทึก เธอวางโทรศัพท์ลงหลังจากวางสายกับน่านเมื่อครู่
“พี่น่านลาออกจริงๆ เหรอคะ” เธอพึมพำกับตัวเอง “เก่งที่สุดเลยค่ะ”
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดดูรูปถ่ายของเธอกับน่านที่ถ่ายไว้เมื่อครั้งไปเที่ยวทะเลด้วยกัน รอยยิ้มของน่านในภาพนั้นเต็มไปด้วยความสุขและความสบายใจ มายด์หวังว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะนำพาความสุขที่แท้จริงมาสู่น่าน
“พี่น่านคะ หนูจะรอวันที่พี่ประสบความสำเร็จนะคะ” มายด์ส่งข้อความไปหาน่าน “หนูรักพี่นะคะ”
เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้น ทำให้น่านที่กำลังจมดิ่งอยู่กับโลกแห่งสีสันและความคิดสร้างสรรค์ ต้องละสายตาจากผืนผ้าใบ เขายิ้มเมื่อเห็นข้อความจากมายด์
“ฉันก็รักเธอนะมายด์” เขาพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว “ขอบคุณนะที่เป็นกำลังใจให้ฉันเสมอ”
การลาออกจากงานประจำเปรียบเสมือนการกระโดดลงสู่ห้วงน้ำลึก แม้จะมองเห็นผืนดินอีกฝั่ง แต่ระหว่างทางนั้นเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและคลื่นลมที่อาจถาโถมเข้ามาได้ตลอดเวลา น่านรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าไม่ง่าย แต่เขาก็พร้อมที่จะสู้
3,970 ตัวอักษร