ตอนที่ 1 — แสงแดดยามเช้ากับรอยยิ้มของคุณตา
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดม่านบางๆ เข้ามาปลุกให้คุณตาบุญมีลืมตาตื่น เสียงไก่ขันจากเล้าหลังบ้านปลุกให้ความรู้สึกสดชื่นยามรุ่งอรุณ คุณตาบุญมีลุกขึ้นนั่งบนเตียงไม้เก่าแก่ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเล็กน้อยตามวัยของมัน เขาเท้าแขนยันตัวขึ้นยืนอย่างช้าๆ ท่ามกลางความเงียบสงบของบ้านสวนหลังเล็กที่อบอวลไปด้วยกลิ่นดิน กลิ่นดอกมะลิที่ปลูกริมหน้าต่าง และกลิ่นอายของความทรงจำที่ถูกเก็บรักษาไว้เนิ่นนาน สองมือที่เหี่ยวย่นแต่ยังคงแข็งแรง ลูบไล้ไปตามผ้าห่มเก่าขาดเล็กน้อยที่ให้ความอบอุ่นมาหลายปี คุณตาบุญมีอายุ 78 ปี แต่ร่างกายยังคงกระฉับกระเฉงกว่าใครหลายคนในวัยเดียวกัน ดวงตาที่เคยแจ่มใส บัดนี้มีริ้วรอยแห่งกาลเวลาปรากฏอยู่ แต่แววตายังคงฉายประกายแห่งความมุ่งมั่นและความหวังเสมอ เขาเดินโซซัดโซเซเล็กน้อยไปยังหน้าต่างบานเกล็ดไม้เก่าๆ เปิดออกมองทิวทัศน์เบื้องนอก ทุ่งนาเขียวขจีกำลังค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีทองเหลืองอร่าม รอคอยการเก็บเกี่ยว ชาวบ้านบางส่วนเริ่มออกมาทำไร่ทำนา บ้างก็กำลังขะมักเขม้นกับการเตรียมของสำหรับตลาดเช้า อากาศบริสุทธิ์ยามเช้าพัดเอากลิ่นไอธรรมชาติเข้ามาปะทะใบหน้า ทำให้คุณตารู้สึกสดชื่นเป็นพิเศษ
"อรุณสวัสดิ์จ้ะ คุณตา" เสียงแหบพร่าแต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนดังขึ้นจากในครัว คุณยายมาลี วัย 75 ปี กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมอาหารเช้า เสียงตะหลิวเคาะกระทะ เสียงน้ำเดือดปุดๆ เป็นเหมือนเสียงดนตรีประจำบ้านหลังนี้ คุณยายมาลี เป็นคู่ชีวิตของคุณตาบุญมีมานานกว่าห้าทศวรรษ ผ่านความสุขความทุกข์มานับไม่ถ้วน ร่างกายของเธอก็ไม่ต่างจากคุณตา ผอมบางลงไปตามวัย แต่แววตาของเธอยังคงมีความอบอุ่นและความเข้มแข็งซ่อนอยู่เสมอ เธอมีรอยยิ้มที่ทำให้โลกทั้งใบของคุณตาบุญมีสว่างไสวขึ้นมาได้
"อรุณสวัสดิ์จ้ะ มาลี เช้านี้ทำอะไรกินจ๊ะ" คุณตาบุญมีเดินเข้าไปในครัว ยื่นมือไปคว้าหม้อข้าวที่ตั้งไฟอ่อนๆ สัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมา
"ไข่เจียวกระเทียมกับข้าวสวยร้อนๆ จ้ะ แล้วก็มีแกงจืดฟักทองฝีมือยายเองด้วยนะตา" คุณยายมาลีหันมายิ้มให้ "วันนี้ไม่ไปตลาดเหรอจ๊ะ"
"ว่าจะไปสักหน่อย ข้าวต้มก็ใกล้จะหมดแล้ว ผักก็ใกล้จะร่อยหรอเต็มที" คุณตาบุญมีตอบพลางตักข้าวใส่จาน "แต่ก่อนไป ขอไปดูสวนก่อนนะ เห็นว่ามะม่วงออกลูกเต็มต้นแล้ว"
"ตาไปเถอะนะ ฉันจะเตรียมของไปขายที่ตลาดให้" คุณยายมาลีบอก "อย่าหักโหมมากนะ เดี๋ยวจะเหนื่อยเกินไป"
"ไม่เป็นไรหรอกน่า แค่ไปเดินดูนิดหน่อย" คุณตาบุญมียิ้มตอบ "เรายังแข็งแรงดีอยู่ ไม่เหมือนคนแก่บางคนนะ" เขาพูดติดตลก
คุณยายมาลีหัวเราะเบาๆ "เออ ตาเนี่ย ไม่เคยยอมแพ้จริงๆ เลย"
หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ คุณตาบุญมีก็สวมหมวกสานเก่าๆ และรองเท้าบูทเก่าๆ ที่เปื้อนดิน เขาหยิบตะกร้าหวายใบใหญ่ขึ้นมาสะพายบ่า และเดินตรงไปยังสวนหลังบ้าน สวนหลังบ้านแห่งนี้เป็นเหมือนโลกอีกใบของคุณตาบุญมี เป็นแหล่งผลิตอาหาร เป็นความภูมิใจ และเป็นสถานที่ที่เขาได้ปลดปล่อยความคิดและความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักมาทั้งชีวิต ต้นมะม่วงแผ่กิ่งก้านสาขาไปทั่วบริเวณ บางต้นออกลูกดกเต็มต้นจนกิ่งโน้มลงดิน คุณตาเดินสำรวจไปเรื่อยๆ ชื่นชมผลผลิตที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของตนเอง เขาสอยมะม่วงสุกสีเหลืองทองที่ส่งกลิ่นหอมหวานลงมาหลายลูก ใส่ลงในตะกร้าอย่างทะนุถนอม
"โอ้โห ปีนี้มะม่วงดกจริงๆ ด้วยนะ" เขาพึมพำกับตัวเอง "คงขายได้ราคาดีแน่ๆ"
คุณตาบุญมีทำงานในสวนแห่งนี้มาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ เป็นสวนที่พ่อแม่ของเขาทิ้งไว้ให้เป็นมรดก และเขาก็ดูแลรักษามาอย่างดีตลอดหลายสิบปี ผ่านร้อนผ่านหนาว ฝนแล้งน้ำท่วม เขาก็ยังคงประคับประคองสวนแห่งนี้มาได้ด้วยสองมือของเขาและคุณยายมาลี แม้ว่าลูกๆ จะออกไปตั้งรกรากในเมืองใหญ่กันหมดแล้ว และส่งเงินมาให้บ้างเป็นครั้งคราว แต่คุณตาบุญมีและคุณยายมาลีก็เลือกที่จะไม่ใช้เงินของลูกๆ จนกว่าจะถึงที่สุด พวกเขาภูมิใจในตัวเองที่ยังสามารถหาเลี้ยงชีพได้ด้วยตนเอง
"ตา! มาแล้วเหรอ" เสียงของสมชาย ลูกชายคนโตดังขึ้นจากทางเข้าสวน สมชายขับรถกระบะเก่าๆ มาเยี่ยมพ่อแม่ตามปกติ เขาเป็นคนส่งของในตลาดสด เขามักจะแวะมาช่วยพ่อแม่ขนของไปขาย หรือไม่ก็มาขนผลผลิตจากสวนไปส่งให้ลูกค้า
"มาแล้วๆ กำลังดูมะม่วงอยู่เลย" คุณตาบุญมีตอบ "มาถึงเมื่อไหร่"
"เพิ่งมาถึงเมื่อเช้านี้ครับพ่อ" สมชายลงจากรถ "วันนี้มะม่วงดกจริงๆ นะครับพ่อ"
"ใช่สิ พ่อก็ภูมิใจของพ่อน่ะ" คุณตาบุญมีตอบพลางยกตะกร้ามะม่วงขึ้นมา "เอาไปขายที่ตลาดนะวันนี้"
"ได้เลยครับพ่อ" สมชายรับตะกร้ามะม่วงไป "แม่ล่ะครับ ยังอยู่ที่ตลาดเหมือนเดิมไหม"
"คงงั้นมั้ง" คุณตาบุญมีตอบ "เดี๋ยวพ่อจะยกไปให้ที่แผง"
สมชายช่วยคุณตาบุญมีขนผลผลิตอื่นๆ ขึ้นรถ เช่น มะนาว พริก และผักสวนครัวต่างๆ ที่ปลูกไว้ข้างบ้าน คุณตาบุญมีเป็นคนขยันขันแข็งมาตลอดชีวิต เขาไม่เคยอยู่นิ่งเฉย แม้จะอายุมากแล้วก็ตาม การทำงานในสวน การทำไร่ทำนา หรือการนำผลผลิตไปขายที่ตลาด เป็นเหมือนการออกกำลังกายและเป็นการใช้ชีวิตที่เขารัก
"นี่พ่อครับ ผมเอาเงินมาให้พ่อกับแม่ใช้" สมชายยื่นซองสีน้ำตาลให้คุณตาบุญมี
คุณตาบุญมียื่นมือออกไปรับ แต่ก็ยื่นคืนให้สมชาย "เก็บไว้เถอะสมชาย พ่อกับแม่ยังมีเงินใช้ของเราอยู่"
"พ่อครับ นี่มันเงินที่ลูกให้พ่อกับแม่นะ พ่อกับแม่ก็อายุมากแล้ว ผมอยากให้พ่อกับแม่ได้พักผ่อนบ้าง" สมชายพยายามคะยั้นคะยอ
"พ่อรู้ แต่พ่อกับแม่ยังแข็งแรงดีอยู่" คุณตาบุญมียืนกราน "การทำงานมันทำให้พ่อไม่เบื่อ ไม่เหงา แล้วก็ได้เงินมาใช้จ่ายด้วย พ่อกับแม่ภูมิใจที่ยังทำได้"
สมชายถอนหายใจเบาๆ เขารู้ดีว่าพ่อแม่ของเขาเป็นคนหัวแข็งแค่ไหน "ก็ได้ครับพ่อ แต่ถ้ามีอะไรให้ผมช่วย บอกผมได้ตลอดนะครับ"
"ดีมากสมชาย" คุณตาบุญมียิ้ม "ไปเถอะ รีบไปขายของ เดี๋ยวจะสาย"
คุณตาบุญมีขึ้นรถกระบะของสมชายไปด้วยกัน มุ่งหน้าสู่ตลาดสดในตัวอำเภอ ภาพที่คุ้นเคยของตลาดที่คึกคักกำลังจะกลับมาอีกครั้ง คุณตาบุญมีเตรียมตัวที่จะพบปะผู้คน พูดคุยต่อรองราคา และขายผลผลิตที่เขาภาคภูมิใจ ชีวิตของเขายังคงดำเนินไปอย่างเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความหมายและความสุข แม้จะอายุมากแล้ว เขาก็ยังคงเป็นเสาหลักที่แข็งแกร่ง เป็นที่พึ่งให้กับครอบครัว และเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครหลายๆ คนที่ยังคงยอมแพ้ต่อโชคชะตา
4,871 ตัวอักษร