ผู้สูงอายุที่ยังคงสู้ชีวิตด้วยสองมือ

ตอนที่ 10 / 35

ตอนที่ 10 — ความทรงจำริมฝั่งเจ้าพระยา

"แม่น้ำที่นี่ดูยิ่งใหญ่กว่าแม่น้ำบ้านเราเยอะเลยนะ" คุณตาบุญมีกล่าวอย่างครุ่นคิด สายตาจับจ้องไปยังผืนน้ำสีน้ำตาลอ่อนที่ทอดตัวยาวเหยียด "บ้านเรามันก็แค่คลองเล็กๆ เท่านั้นเอง" คุณยายมาลีพยักหน้าเห็นด้วย "จริงด้วยตา แม่น้ำเจ้าพระยาดูยิ่งใหญ่มีพลังดีนะ" เธอมองไปรอบๆ บริเวณท่ามหาราช ผู้คนเดินขวักไขว่ บ้างก็จับจ่ายซื้อของ บ้างก็นั่งพักผ่อนตามร้านอาหารริมน้ำ "แต่จะว่าไป ที่บ้านเราก็มีแม่น้ำเหมือนกันนะ เพียงแต่มันเล็กกว่านี้หน่อย แต่ก็ให้ชีวิตเรามาเหมือนกัน" สมชายที่นั่งอยู่ข้างๆ ยิ้มให้พ่อกับแม่ "ครับแม่ แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเส้นเลือดใหญ่ของกรุงเทพฯ เลยครับ มีเรือสินค้า เรือท่องเที่ยว แล่นไปมาตลอดทั้งวัน ทำให้เห็นวิถีชีวิตของผู้คนหลากหลาย" เขาหันไปทางคุณตาบุญมี "แล้วแม่น้ำบ้านเราล่ะครับพ่อ เป็นยังไงบ้าง" "แม่น้ำบ้านเรามันก็เป็นแม่น้ำที่ไหลมาจากภูเขา" คุณตาบุญมีเล่าด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความผูกพัน "ตอนเด็กๆ เราก็ไปวิ่งเล่นริมน้ำ จับปลาทูนาบ้าง ปลากระดี่บ้าง เอามาให้แม่ทำปลาแดดเดียว" เขายิ้มบางๆ "สมัยก่อนนะ น้ำใสมาก มองเห็นก้อนหินใต้น้ำเลยทีเดียว แต่พอคนเยอะขึ้น การเกษตรมากขึ้น มันก็เริ่มขุ่นขึ้นบ้าง แต่ก็ยังดีกว่าบางที่นะ" คุณยายมาลีเสริม "ใช่ลูก สมัยก่อนนะ เวลาน้ำหลากมาที หน้าบ้านเรากลายเป็นท่าน้ำไปเลย เด็กๆ ก็ลงไปเล่นน้ำกันสนุกสนาน เสียงหัวเราะดังไปทั่วหมู่บ้าน" เธอถอนหายใจเบาๆ "คิดถึงวันเก่าๆ จังเลยนะตา" "ผมเข้าใจครับแม่" สมชายพูด "แต่ถึงแม่น้ำจะเปลี่ยนไป วิถีชีวิตจะเปลี่ยนไป แต่ความทรงจำดีๆ เหล่านั้นมันยังอยู่กับเราเสมอ" เขาชี้ไปที่เรือหางยาวที่กำลังแล่นผ่านไป "อย่างน้อย เราก็ยังได้เห็นภาพเรือวิ่งไปมาเหมือนกัน แม้จะเป็นเรือคนละประเภทก็ตาม" ทั้งสามคนนั่งเงียบไปครู่หนึ่ง ต่างก็จมอยู่ในความคิดของตัวเอง คุณตาบุญมีมองภาพผู้คนรอบข้างที่ดูมีชีวิตชีวาและเร่งรีบ ต่างจากชีวิตที่สงบสุขและเรียบง่ายในชนบทของเขา แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกแปลกแยก หรือรู้สึกไม่คุ้นเคยจนเกินไป เขามองเห็นความพยายามและความมุ่งมั่นในแววตาของผู้คนเหล่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกับที่เขาและคุณยายมาลีมี "คุณตาคุณยายครับ" สมชายเอ่ยขึ้นอีกครั้ง "ใกล้จะเย็นแล้ว ถ้าไม่เหนื่อย เราไปทานอาหารเย็นกันต่อไหมครับ ผมจองร้านอาหารที่เห็นวิวแม่น้ำไว้ด้วย" คุณยายมาลีรีบตอบ "ไปสิลูก ไปสิ แม่ยังไม่เหนื่อยเลย" เธอมองหน้าคุณตาบุญมี "ตาไหวไหม" คุณตาบุญมีสลัดความครุ่นคิดออกไป "ไหวสิมาลี จะเหนื่อยอะไรกับการกินข้าว" เขายิ้มกว้าง "ไปเถอะลูก" สมชายพาคุณตาคุณยายเดินไปขึ้นรถแท็กซี่ที่จอดรออยู่ไม่ไกลนัก ระหว่างทาง คุณยายมาลีก็ชวนคุยเรื่องราวในกรุงเทพฯ ที่เธอได้พบเจอมาตลอดหลายวัน "กรุงเทพฯ นี่เจริญจริงๆ เลยนะสมชาย" คุณยายมาลีกล่าว "รถราก็เยอะแยะไปหมด ตึกสูงๆ ก็เต็มไปหมด ไม่เคยเห็นที่ไหนเยอะขนาดนี้มาก่อนเลย" "ใช่ครับแม่ กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวง เป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง" สมชายอธิบาย "มีทั้งเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวมากมาย" "แล้วหน่อยล่ะ ลูกทำงานอะไรอยู่ตรงไหนของเมืองนี้" คุณตาบุญมีถาม "หน่อยเขาเป็นนักออกแบบค่ะพ่อ" สมชายตอบ "ทำงานอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งแถวสุขุมวิท เป็นบริษัทที่ออกแบบตกแต่งภายใน" "โอ้โห เก่งจังเลยนะลูก" คุณยายมาลีเอ่ยชม "ลูกสะใภ้เรานี่ความสามารถรอบด้านจริงๆ" "เขาเป็นคนเก่งและขยันมากครับ" สมชายย้ำ "ผมโชคดีมากที่ได้เจอเขา" เมื่อมาถึงร้านอาหารที่สมชายจองไว้ เป็นร้านอาหารไทยที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีการจัดโต๊ะที่มองเห็นวิวแม่น้ำได้อย่างชัดเจน บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง "สวยจังเลยลูก" คุณยายมาลีเอ่ยชมเมื่อเห็นบรรยากาศภายในร้าน "นั่งตรงนี้สบายตาดีนะ" "ใช่ครับแม่" สมชายยิ้ม "ผมคิดว่าพ่อกับแม่น่าจะชอบ" พนักงานเสิร์ฟนำเมนูมาให้ และแนะนำอาหารประจำร้าน คุณตาบุญมีและคุณยายมาลีช่วยกันเลือกเมนู โดยมีสมชายคอยแนะนำ "เอาอันนี้ดีไหมตา" คุณยายมาลีชี้ไปที่รูปภาพในเมนู "เห็นว่าอร่อยนะ" "ได้สิมาลี เอาเลย" คุณตาบุญมีตอบ บทสนทนาระหว่างมื้ออาหารก็ยังคงดำเนินไปอย่างราบรื่น ทั้งคุณตาคุณยายและสมชายต่างก็เล่าเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการเดินทางมาที่กรุงเทพฯ ให้กันฟัง คุณยายมาลีเล่าถึงความตื่นเต้นที่ได้เห็นตึกสูงระฟ้า การได้นั่งรถไฟฟ้า และความประทับใจในความมีน้ำใจของผู้คนในกรุงเทพฯ "คนกรุงเทพฯ ก็มีน้ำใจดีเหมือนกันนะลูก" คุณยายมาลีกล่าว "ตอนที่เราหลงทางนะ มีคนเข้ามาช่วยบอกทางให้ พวกเขาดูรีบร้อน แต่ก็ยังอุตส่าห์เสียสละเวลามาช่วยเรา" "คนกรุงเทพฯ หลายคนก็เป็นแบบนั้นแหละครับแม่" สมชายกล่าว "ถึงแม้จะดูเร่งรีบ แต่ก็ยังมีน้ำใจ" คุณตาบุญมีพยักหน้าเห็นด้วย "จริงของแม่นะสมชาย ตอนเราเดินไปวัดพระแก้วนะ มีแม่ค้าคนหนึ่งเข้ามาถามว่าเราจะไปไหน เขาอุตส่าห์อธิบายทางให้ละเอียดเลย" "ผมดีใจที่พ่อกับแม่ไม่รู้สึกว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่ากลัว" สมชายกล่าว "ผมอยากให้พ่อกับแม่ได้มาเห็นอะไรใหม่ๆ ได้เปิดโลกทัศน์" "เราก็เปิดโลกทัศน์แล้วล่ะลูก" คุณยายมาลีหัวเราะเบาๆ "ได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นเยอะแยะไปหมด" หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จ สมชายก็พาคุณตาคุณยายกลับไปยังห้องพัก "วันนี้เหนื่อยไหมพ่อแม่" สมชายถามขณะเดินเข้าไปในห้อง "ไม่เหนื่อยเลยลูก" คุณยายมาลีตอบ "สนุกมากเลยวันนี้" "ใช่ๆ สนุกมาก" คุณตาบุญมีเสริม "ได้กินของอร่อย ได้เห็นวิวสวยๆ" "พรุ่งนี้เราก็จะกลับบ้านกันแล้วนะครับ" สมชายกล่าว "ผมหวังว่าการเดินทางมาครั้งนี้จะทำให้พ่อกับแม่มีความสุขนะครับ" "มีความสุขมากเลยลูก" คุณยายมาลีกล่าวด้วยรอยยิ้ม "ขอบคุณมากนะที่พาเรามาเที่ยว" คุณตาบุญมีมองหน้าสมชายด้วยความซาบซึ้ง "พ่อกับแม่ภูมิใจในตัวลูกนะสมชาย" สมชายก้มลงกราบเท้าพ่อกับแม่ "ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณพ่อกับแม่ ที่ให้ชีวิตผมมา" บรรยากาศในห้องอบอวลไปด้วยความรักและความผูกพัน เป็นอีกค่ำคืนที่อบอุ่นในกรุงเทพฯ ก่อนที่พวกเขาจะต้องเดินทางกลับสู่บ้านไร่ที่คุ้นเคย

4,679 ตัวอักษร