ผู้สูงอายุที่ยังคงสู้ชีวิตด้วย...

ตอนที่ 26 / 31

สายลมแห่งอดีตที่พัดพา

แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดบานหน้าต่างเข้ามาในกระท่อมเล็กๆ ของยายผ่อง แสงสีทองที่คุ้นเคยกลับไม่ได้ช่วยขับไล่ความรู้สึกอึดอัดที่เกาะกินใจของเธอไปได้เลย ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ยายผ่องแทบไม่ได้หลับได้นอน ภาพใบหน้าของสมชาย ลูกชายที่เธอรักและห่วงใยมาตลอดชีวิต วนเวียนอยู่ในหัวราวกับเป็นภาพยนตร์ซ้ำๆ ยิ่งนึกถึงคำพูดของหมอที่บอกว่าสมชายกำลังจะเสียชีวิต ยิ่งทำให้หัวใจของเธอปวดร้าว “สมชายเอ๊ย… พ่อเอ๊ย…” น้ำเสียงแหบพร่าของยายผ่องสั่นเครือ ขณะยกมือขึ้นกุมหัวใจ “แม่ต้องทำยังไงดี…” เสียงนกน้อยที่ร้องทักทายยามเช้าดังแว่วเข้ามา ทำให้นางผ่องถอนหายใจเฮือกใหญ่ นางลุกขึ้นจากที่นอนฟูกเก่าๆ ปูผ้าปูที่นอนอย่างลวกๆ มองดูสภาพห้องที่ยังคงรกเรื้อไม่ต่างจากเดิม แต่ในวันนี้ ความเหนื่อยล้าทางกายกลับถูกกลบด้วยความกังวลทางใจอย่างสิ้นเชิง นางเดินไปที่เตาถ่านที่ยังคงมีขี้เถ้าเย็นๆ กองอยู่ พยายามรวบรวมแรงกายเพื่อจะก่อไฟปรุงอาหารเช้า ความหิวโหยไม่ได้สำคัญเท่ากับการหาทางช่วยลูกชาย “ต้องไปหาหมออีกรอบ… ต้องถามให้แน่ใจว่ามีทางอื่นอีกไหม” ยายผ่องรำพึงกับตัวเอง เสียงของนางแหบพร่าจนแทบจะกระซิบ “แต่… เงินทอง…” คำว่า ‘เงินทอง’ ทำให้นางผ่องชะงัก นางมองไปรอบๆ ห้อง กระท่อมเล็กๆ ที่มีข้าวของไม่กี่ชิ้น มีเพียงเครื่องมือทำมาหากินที่ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา และที่สำคัญกว่านั้น คือ ‘มรดก’ ที่สมชายฝากความหวังไว้กับนาง “เรื่องนั้น… ฉันจะจัดการเอง” นางพูดกับตัวเองอีกครั้ง แววตาที่เคยอ่อนโยนกลับแข็งกร้าวขึ้นมาทันที นางพยายามบอกตัวเองว่าทุกอย่างจะดีขึ้น นี่ไม่ใช่เวลาที่จะท้อแท้ เมื่อปรุงอาหารเช้าง่ายๆ อย่างข้าวต้มพอประทังหิวเสร็จ ยายผ่องก็รีบเก็บข้าวของที่จำเป็นลงในย่ามเก่าๆ ที่เธอใช้ประจำ ใบหน้าของนางซีดเซียว แต่แฝงไว้ด้วยความมุ่งมั่น นางหยิบรูปถ่ายเก่าๆ ที่มีรอยยับย่นออกมาดู เป็นรูปของสมชายในวัยหนุ่ม ยิ้มร่าเริง ใบหน้าเปื้อนไปด้วยดินโคลนที่คงจะได้จากการทำนา “ลูกแม่… อดทนหน่อยนะ… แม่จะรีบไปหา… แม่จะพาพ่อกลับบ้าน…” นางกล่าวกับรูปถ่ายนั้นเบาๆ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ กลับไหลรินอาบแก้ม นางเดินออกจากกระท่อม แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาบนใบหน้า ยิ่งทำให้เห็นริ้วรอยแห่งความทุกข์ที่ปรากฏอยู่ชัดเจน นางก้าวเดินไปตามทางดินที่คุ้นเคย สองเท้าที่เริ่มอ่อนแรง แต่จิตใจกลับแข็งแกร่งขึ้นทุกย่างก้าว ทุกๆ อณูของร่างกายของนางกำลังสั่นสะท้านด้วยความกังวล แต่ก็แฝงไว้ด้วยความหวังอันริบหรี่ ขณะที่เดินผ่านทุ่งนาที่กำลังเขียวขจี นางเหลือบไปเห็นกลุ่มคนกำลังยืนจับกลุ่มพูดคุยกันอยู่ตรงทางแยก เสียงพูดคุยเซ็งแซ่ดังแว่วมา ยายผ่องพยายามเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เธอไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่ก็อดไม่ได้ที่จะได้ยินเรื่องราว “ได้ข่าวรึเปล่า… ว่าไอ้สมชายมันไปก่อเรื่องอีกแล้ว” เสียงหนึ่งดังขึ้น “เออ… ได้ยินมาเหมือนกัน เห็นว่าโดนตำรวจตามจับอยู่” เสียงอีกคนเสริม หัวใจของยายผ่องหล่นวูบ คำพูดเหล่านั้นเหมือนคมมีดที่กรีดแทงเข้ากลางใจ เธอรู้ดีว่าสมชายมีปัญหาเรื่องการเงิน แต่ไม่เคยคิดว่าเขาจะไปทำเรื่องที่ถึงขั้นโดนตำรวจตามจับ “คงจะสิ้นหวังจริงๆ แล้วล่ะ ถึงได้ทำแบบนี้” เสียงที่สามดังขึ้นอย่างเหนื่อยหน่าย ยายผ่องหยุดเดิน ขาของเธอเริ่มสั่นเทา ภาพของสมชายในวัยเด็กที่ใสซื่อบริสุทธิ์ ผุดขึ้นมาในหัวราวกับจะต่อต้านคำพูดเหล่านั้น แต่ความเป็นจริงที่กำลังถาโถมเข้ามานั้นโหดร้ายเกินกว่าจะรับไหว “เป็นไปไม่ได้… ลูกแม่ไม่มีทางทำแบบนั้น…” นางพึมพำกับตัวเอง พยายามปัดเป่าความคิดที่น่ากลัวออกไป นางก้าวเดินต่อไปด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งกว่าเดิมอีกหลายเท่า คำพูดของชาวบ้านที่ได้ยินนั้นมันกรีดลึกจนนางแทบจะยืนไม่ไหว ภาพสมชายที่กำลังจะจากไปในโรงพยาบาล บวกกับข่าวคราวที่น่าตกใจนี้ มันเหมือนจะบีบคั้นให้เธอจนมุม เมื่อมาถึงสถานีตำรวจ ยายผ่องเห็นผู้คนมากมายมายืนมุงดูอยู่หน้าสถานีตำรวจ นางแทบจะหายใจไม่ออก ความกลัวเริ่มเข้ามาเกาะกินหัวใจ “ฉัน… ฉันมาถามข่าวลูกชายค่ะ… สมชาย…” นางเอ่ยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนอยู่หน้าประตู เจ้าหน้าที่ตำรวจมองมายายผ่องด้วยสายตาที่เหนื่อยหน่าย “คุณยาย… มาหาใครครับ?” “สมชายครับ… ลูกชายของผม…” ยายผ่องตอบเสียงสั่น เจ้าหน้าที่ตำรวจถอนหายใจ “อ้อ… ครับ… มาสอบถามเรื่องคดีสมชายสินะครับ… ตอนนี้… เขา… ถูกควบคุมตัวอยู่ที่นี่ครับ” คำว่า ‘ถูกควบคุมตัว’ ทำให้นางผ่องทรุดฮวบลงไปกับพื้น เสียงร้องไห้ที่อัดอั้นไว้ พรั่งพรูออกมาอย่างไม่อาจห้ามได้ ภาพของสมชายที่กำลังจะจากไปในอ้อมอกของเธอ มันช่างบอบช้ำเกินกว่าที่หัวใจของคนเป็นแม่จะรับไหว “สมชาย… ลูกแม่… ทำไม… ทำไมลูกถึงทำแบบนี้…” นางร้องไห้คร่ำครวญ “แม่… แม่จะช่วยลูกนะ… ลูกแม่…” เจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งเข้ามาพยุงร่างของนางผ่องขึ้น “ใจเย็นๆ นะครับคุณยาย… เราจะให้คุณยายพบเขาครับ” เมื่อถูกพาเข้าไปในห้องสอบสวน ยายผ่องเห็นสมชาย นั่งอยู่ตรงหน้าเธอ ร่างกายผอมโซ ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาที่เคยสดใสกลับเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและสิ้นหวัง “แม่…” สมชายเรียกชื่อมารดาของตนด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง ยายผ่องทรุดตัวลงกุมมือลูกชาย “สมชาย… ลูกแม่… มันเกิดอะไรขึ้น…” สมชายมองหน้ามารดาของตน น้ำตาเริ่มเอ่อคลอ “ผม… ผมขอโทษแม่…” “ไม่ต้องขอโทษ… แม่แค่อยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น…” ยายผ่องพยายามรวบรวมสติ “บอกแม่มานะ… แม่จะได้ช่วยลูก…” สมชายสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “ผม… ผมโดนหลอกครับแม่…” “หลอก… ใครหลอกลูก…” ยายผ่องถามด้วยความตกใจ “ไอ้… ไอ้คนที่เราไว้ใจไงแม่… ที่มันเคยมาหาเราเมื่อก่อน… มันมาบอกว่ามีงานสบายๆ ให้ทำ… ได้เงินดี… ผมก็หลงเชื่อ…” สมชายเล่าด้วยน้ำเสียงที่กระอักกระอ่วน “ใคร… ใครกัน… บอกแม่มานะ…” ยายผ่องเร่งถาม “มัน… มันชื่อ… นาย… นาย…’” สมชายหยุดชะงัก เหมือนกำลังจะเอ่ยชื่อใครบางคน แต่แล้วก็… ทันใดนั้นเอง ประตูห้องสอบสวนก็ถูกเปิดออกอย่างแรง ชายร่างสูงในชุดสูทสีดำ เดินเข้ามาพร้อมกับลูกน้องสองคน ใบหน้าของเขาเย็นชาไร้อารมณ์ “นาย… นายเส็ง!” ยายผ่องอุทานออกมาด้วยความตกใจเมื่อเห็นหน้าชายคนนั้น นายเส็งเดินตรงเข้ามา ยิ้มเยาะสมชาย “ไง… สมชาย… คิดว่าหนีรอดไปได้เหรอ” สมชายหน้าซีดเผือด “แก… แกมันสารเลว!” ยายผ่องหันไปมองหน้านายเส็งด้วยความโกรธ “แกทำอะไรกับลูกฉัน! แกมันคนใจมาร!” นายเส็งไม่สนใจคำพูดของยายผ่อง เขาก้มลงกระซิบข้างหูสมชาย “จำไว้… อย่าได้คิดจะหักหลังฉันอีก…” ก่อนที่ยายผ่องจะทันได้ทำอะไร นายเส็งก็หันหลังเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงความสับสนและความหวาดกลัว ยายผ่องมองหน้านายเส็งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย และไม่เข้าใจว่าทำไมชายคนนี้ถึงเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องราวของลูกชายเธอ “แม่… เรื่องที่ผมจะบอกแม่… มันสำคัญมาก… อย่าให้ใครรู้… เด็ดขาด…” สมชายกล่าวกับมารดาของตนอย่างจริงจัง ในขณะที่ดวงตาของเขามองไปทางประตูที่นายเส็งเพิ่งเดินออกไป ยายผ่องพยักหน้าอย่างเข้าใจ เธอสัมผัสได้ถึงอันตรายที่แผ่ซ่านเข้ามา ยายผ่องมองหน้านายเส็งที่กำลังเดินจากไป ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ และความกังวลใจที่เพิ่มทวีคูณขึ้นไปอีก

1,164 ตัวอักษร

แชร์ตอนนี้ให้เพื่อน