เงาของอดีตที่ไล่ล่า
นายเส็งเดินออกจากสถานีตำรวจมาด้วยท่าทางเยือกเย็น ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความพึงพอใจ ราวกับว่าเขาเพิ่งจะประสบความสำเร็จในสิ่งที่วางแผนไว้ ภาพของยายผ่องที่ยืนมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย ยังคงติดตาเขาอยู่ แต่สำหรับนายเส็งแล้ว สิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงจุดเล็กๆ ที่ไม่สามารถสั่นคลอนแผนการอันใหญ่หลวงของเขาได้เลย
“สมชาย… เจ้าเด็กโง่…” เขาพึมพำกับตัวเอง ขณะเดินไปขึ้นรถเบนซ์สีดำคันหรูที่จอดรออยู่ “คิดว่าตัวเองจะหนีพ้นเงาของฉันไปได้งั้นรึ…”
เขาขึ้นรถ ปิดประตูอย่างนุ่มนวล แล้วสั่งให้คนขับออกรถทันที ระหว่างทางที่รถแล่นไปตามท้องถนน นายเส็งก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดโทรออกหาใครบางคน
“เป็นไงบ้าง… งานเรียบร้อยดีนะ” เสียงของนายเส็งเต็มไปด้วยความสุขุม
“เรียบร้อยครับท่าน… ไม่มีปัญหาอะไร…” เสียงตอบกลับมาจากปลายสาย
“ดีมาก… คราวนี้ก็ถึงเวลาที่เราจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์แล้ว… ให้คนของฉันเตรียมพร้อม… ไม่ให้มีอะไรผิดพลาดเด็ดขาด…”
นายเส็งวางสายโทรศัพท์ เขามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นภาพชีวิตของผู้คนบนท้องถนนที่เคลื่อนไหวไปมาอย่างเร่งรีบ เขารู้สึกราวกับว่าตัวเองเป็นนักล่าที่กำลังรอคอยเวลาอันเหมาะสมในการตะครุบเหยื่อ
ในขณะเดียวกัน ภายในสถานีตำรวจ ยายผ่องยังคงนั่งอยู่กับสมชาย เธอพยายามซับน้ำตาที่ยังคงไหลไม่หยุด “ลูกแม่… บอกแม่มาให้หมดนะ… อย่าเก็บอะไรไว้คนเดียว…”
สมชายมองมารดาของตนด้วยสายตาที่สำนึกผิด “ผม… ผมมันคนโง่เองแม่… ผมหลงเชื่อคำพูดของมัน… คิดว่ามันจะให้โอกาสผม… แต่ที่แท้… มันก็แค่ต้องการใช้ผม…”
“ใคร… ใครกัน… บอกแม่มานะ… แม่จะได้ไปจัดการมัน…” ยายผ่องถามด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยวขึ้น
สมชายส่ายหน้าช้าๆ “แม่… มันอันตรายเกินไป… อย่าเข้าไปยุ่งเลยครับ…”
“ลูกแม่อยู่ในอันตราย… แม่จะอยู่เฉยๆ ได้ยังไง…” ยายผ่องยืนกราน “บอกแม่มา… ใครคือคนที่หลอกลูก…”
สมชายมองไปที่ประตูห้องสอบสวนอีกครั้ง แววตาของเขาฉายแววแห่งความหวาดกลัว “มัน… มันคือ… นายเส็งครับแม่…”
คำว่า ‘นายเส็ง’ ทำให้นางผ่องรู้สึกประหลาดใจ เธอจำนายเส็งได้ เป็นคนที่เคยมาหาพวกเธอเมื่อหลายปีก่อน พร้อมกับข้อเสนอที่จะช่วยเหลือครอบครัวของเธอ แต่ครอบครัวของเธอก็ปฏิเสธไป
“นายเส็ง… เมื่อก่อน… เขาก็เคยมาหาเรา… เขาเสนอจะช่วยเหลือเรา…” ยายผ่องรำพึงกับตัวเอง “แต่… ทำไมเขาถึงมาทำแบบนี้กับลูก…”
“เขา… เขาหลอกผมให้ไปทำงานผิดกฎหมายครับแม่… เขาบอกว่ามันเป็นแค่การขนของทั่วไป… แต่ที่แท้… มันเป็นของผิดกฎหมาย… ผมไม่รู้เรื่องเลยจริงๆ ครับแม่…” สมชายกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความทุกข์
“ของผิดกฎหมาย… แล้วตำรวจจับลูกได้เพราะอะไร…” ยายผ่องถามอย่างต่อ
“ผม… ผมถูกวางแผนครับแม่… มันเหมือนมีคนส่งข้อมูลให้ตำรวจ… ว่าผมกำลังจะขนของผิดกฎหมาย… ทั้งๆ ที่ผม… ผมไม่เคยเห็นของพวกนั้นเลย…” สมชายเล่าด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“ใคร… ใครกัน… ที่ทำแบบนี้กับลูก…” ยายผ่องถามซ้ำ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความโกรธ
“ผม… ผมไม่รู้ครับแม่… แต่มันเหมือนจะมีคน… ที่อยากกำจัดผม… หรือไม่ก็… อยากจะเอาผมไปเป็นเครื่องมือ…” สมชายตอบด้วยความไม่แน่ใจ
“ลูกแน่ใจนะว่านายเส็งเกี่ยวข้อง…” ยายผ่องถาม
“แน่ใจครับแม่… ก่อนที่ผมจะโดนจับ… นายเส็งเคยบอกผมว่า… ‘ถ้ามีอะไรผิดพลาด… ก็อย่าคิดจะพูดอะไรออกมาเด็ดขาด… เพราะมันจะลำบากยิ่งกว่าเดิม…’” สมชายเล่า น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ยายผ่องนั่งนิ่ง คิดทบทวนเรื่องราวทั้งหมด นายเส็ง… ชายที่เคยเสนอช่วยเหลือ แต่ตอนนี้กลับมาทำร้ายลูกชายของเธอ… และเขาก็ยังข่มขู่สมชายอีกด้วย… นี่มันหมายความว่าอะไร…?
“แม่… ผมกลัว…” สมชายกล่าว น้ำตาคลอ
ยายผ่องกุมมือลูกชายของเธอแน่น “ไม่ต้องกลัวนะลูก… แม่จะอยู่ตรงนี้… แม่จะหาทางช่วยลูกเอง…”
เธอเงยหน้ามองไปที่สมชาย ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “แต่ลูกต้องบอกแม่ทุกอย่างนะ… อะไรที่ลูกรู้… อะไรที่ลูกเห็น… อย่าปิดบังแม่…”
สมชายพยักหน้า “ผมจะบอกแม่ทุกอย่างครับ…”
ขณะที่ยายผ่องกำลังจะถามคำถามต่อไป เจ้าหน้าที่ตำรวจคนเดิมก็เดินเข้ามาในห้อง “ขอโทษนะครับคุณยาย… ได้เวลาแล้วครับ…”
ยายผ่องมองสมชายด้วยความห่วงใย “แม่จะมาหาลูกอีกนะ… ลูกต้องเข้มแข็งนะ…”
สมชายพยักหน้า “ครับแม่…”
ยายผ่องลุกขึ้นยืน หันไปมองสมชายเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินออกจากห้องไป ความรู้สึกที่หนักอึ้งยังคงเกาะกินใจของเธอ แต่นางก็มีความหวังมากขึ้น เพราะตอนนี้เธอรู้แล้วว่าใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด
ขณะที่ยายผ่องเดินออกจากสถานีตำรวจ เธอเหลือบไปเห็นรถเบนซ์สีดำคันหนึ่งกำลังแล่นออกไป เธอจำได้ว่าเป็นรถของนายเส็ง หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความโกรธและความกังวล
“นายเส็ง… แกทำแบบนี้กับลูกแม่… แกต้องชดใช้!” ยายผ่องพึมพำกับตัวเอง
เมื่อเดินกลับมาถึงกระท่อม ยายผ่องก็นั่งลงบนแคร่ไม้หน้าบ้าน มองออกไปที่ท้องทุ่งที่กำลังจะเข้าสู่ยามพลบค่ำ ความคิดของเธอวนเวียนอยู่กับเรื่องราวของสมชายและนายเส็ง
“ทำไม… ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น… ฉันทำอะไรผิดไป…” นางรำพึงกับตัวเอง
ทันใดนั้นเอง เธอก็เห็นเงาของใครบางคนกำลังเดินเข้ามาใกล้กระท่อมของเธอ จากทุ่งนาด้านหลัง
ยายผ่องหันไปมองอย่างรวดเร็ว หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความหวาดกลัว
“ใคร… ใครกัน…” นางเอ่ยถาม เสียงของนางสั่นเครือ
เงาของคนผู้นั้นค่อยๆ ชัดเจนขึ้น… เป็นชายร่างท้วม ใบหน้าเคร่งขรึม… ยายผ่องจำเขาได้… เขาคือ…
“คุณ… คุณอำพล?” ยายผ่องอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ
อำพลเดินเข้ามาใกล้ ยืนอยู่ตรงหน้ายายผ่องด้วยสีหน้าจริงจัง
“ยายผ่องครับ… ผมมีเรื่องจะมาบอก…” อำพลกล่าว น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความหนักแน่น
ยายผ่องมองอำพลด้วยความสงสัย “มีเรื่องอะไรครับคุณอำพล…”
“เรื่องที่เกี่ยวกับสมชาย… และเรื่องที่เกี่ยวกับอดีตครับ…” อำพลกล่าว ก่อนที่เขาจะชะงักเล็กน้อย แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาลง… “เรื่องราว… ที่ยายอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนเลยก็ได้…”
ยายผ่องรู้สึกได้ถึงบางอย่างผิดปกติ น้ำเสียงของอำพลนั้นดูจริงจังและมีความหมายซ่อนเร้นอยู่ “เรื่องอะไรครับคุณอำพล…?”
อำพลถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ยายผ่องครับ… สิ่งที่สมชายกำลังเผชิญอยู่… มันไม่ใช่แค่เรื่องของเงินทอง… หรือการถูกหลอก… มันมีเรื่องราวที่ซับซ้อนกว่านั้น… เกี่ยวข้องกับ… ความลับในครอบครัวของเราครับ…”
ยายผ่องอึ้งไป เธอไม่เข้าใจว่าอำพลกำลังจะสื่ออะไร “ความลับ… ครอบครัว…?”
“ใช่ครับ… และเรื่องของนายเส็ง… ก็เกี่ยวพันกับความลับนี้… อย่างแยกไม่ออกเลยครับ…” อำพลกล่าว แล้วเขาก็หยุดไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังตัดสินใจว่าจะพูดอะไรต่อไป
“ยายผ่องครับ… ผมต้องบอกความจริงกับยาย… ความจริงที่ว่า… สมชาย… ลูกชายของยาย… ไม่ใช่ลูกของสามีที่ยายเคยรัก… และ… ความจริงอีกอย่าง… ก็คือ… นายเส็ง… คือ… คนที่… มีส่วนเกี่ยวข้อง… กับ… อดีตของครอบครัวเรา… อย่างลึกซึ้ง…”
คำพูดของอำพลเหมือนฟ้าร้องที่ดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้นางผ่องยืนตะลึง พูดไม่ออก เธอไม่เข้าใจว่าสิ่งที่อำพลพูดนั้นหมายความว่าอย่างไร เรื่องราวทั้งหมดกำลังจะบิดเบี้ยวไปในทิศทางที่เธอคาดไม่ถึง… และเธอก็ไม่รู้ว่ามันจะนำพาเธอไปสู่จุดจบแบบไหน
1,172 ตัวอักษร