รอยแผลเป็นที่มองไม่เห็น
ความเงียบอันน่าประหลาดปกคลุมทั่วบริเวณบ่อน้ำ นภัสยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาของเธอสอดส่ายไปรอบๆ ราวกับกำลังพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น ธีร์ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เธอ หัวใจของเขาเต้นรัวอย่างหนัก เขาปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้.
“แม่... พ่อ... หายไปไหนแล้ว...” ธีร์พึมพำ เสียงสั่นเครือ.
นภัสค่อยๆ โอบกอดธีร์ไว้. “พวกเขาไปแล้ว ธีร์. ไปสู่ภพภูมิที่ดีกว่า...”.
“แต่... มันจริงหรือครับ? ทุกอย่างที่เกิดขึ้น... มันคือเรื่องจริง?”.
“จริง” นภัสตอบเสียงหนักแน่น “แม้ว่ามันจะยากจะเชื่อก็ตาม”.
พวกเขานั่งอยู่ตรงนั้นอีกครู่ใหญ่ จนกระทั่งแสงสลัวเริ่มเลือนหายไปจากปากบ่อ. นภัสตัดสินใจว่าพวกเขาต้องออกไปจากที่นี่.
“เราต้องไปกันแล้ว ธีร์”.
ธีร์พยักหน้า. เขาเช็ดน้ำตาที่เปื้อนแก้มออก. แม้ว่าในดวงตาของเขาจะยังคงฉายแววของความเศร้า. แต่ก็แฝงไปด้วยความมุ่งมั่นบางอย่าง.
พวกเขาเดินขึ้นบันไดวนกลับขึ้นไป. สภาพของบ้านหลังนี้ บัดนี้ดูไม่เหมือนบ้านผีสิงอีกต่อไป. ราวกับว่าพลังงานอันดำมืดทั้งหมดได้ถูกชำระล้างออกไปแล้ว.
เมื่อก้าวออกมาจากประตูห้องโถง. แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องเข้ามา. ทำให้นภัสรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด.
“เราจะกลับไปได้อย่างไร?” ธีร์ถาม.
“รถเรายังจอดอยู่ที่เดิม” นภัสตอบ “เราแค่ต้องขับออกไป”.
พวกเขาเดินไปที่ลานจอดรถ. รถของนภัสยังคงจอดอยู่ที่เดิม. ไม่มีร่องรอยความเสียหาย. เหมือนกับว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเพียงความฝันร้าย.
ขณะที่พวกเขากำลังจะก้าวเข้าไปในรถ. นภัสก็สังเกตเห็นบางอย่างที่พื้น. เป็นกระดาษแผ่นหนึ่ง. ซองจดหมายสีขาว. ที่วางอยู่บนเบาะคนขับ.
“นี่มันอะไร?”.
เธอหยิบซองจดหมายขึ้นมา. บนซองจดหมายนั้น. มีชื่อของเธอเขียนไว้. ด้วยลายมือที่คุ้นเคย. ลายมือของวิชาญ.
“จาก... คุณวิชาญ?”.
ธีร์มองซองจดหมายด้วยความสงสัย. “พ่อ... เขียนถึงคุณเหรอครับ?”.
“ไม่รู้สิ” นภัสตอบ. เธอกลั้นใจ. ค่อยๆ เปิดซองออก. และหยิบกระดาษด้านในออกมา.
“ถึง... นภัส...”.
“ข้า... หวังว่า... เจ้า... จะ... ปลอดภัย... และ... หายดี...”.
“สิ่งที่... เจ้า... ได้... เห็น... ใน... คืน... นั้น... มัน... คือ... ความจริง... ที่... ถูก... ซ่อน... ไว้... มา... นาน...”.
“ข้า... ทำ... ผิด... พลาด... อย่าง... มหาศาล... ใน... การ... ปกป้อง... ลูก... ของ... ข้า... และ... ข้า... ก็... โกรธ... ตัว... เอง... เป็น... ที่สุด...”.
“แต่... บัดนี้... ทุกอย่าง... จบ... แล้ว... วิญญาณ... ของ... ภรรยา... ข้า... ได้... เป็น... อิสระ... แล้ว... และ... พลัง... ของ... ลูก... ชาย... ของ... ข้า... ก็... จะ... ได้... รับ... การ... ดูแล... อย่าง... ถูกต้อง...”.
“ข้า... ขอ... สั่ง... เจ้า... ให้... ดูแล... ธีร์... ด้วย... นะ... จง... เป็น... เพื่อน... ของ... เขา... จง... ช่วย... เขา... ให้... ผ่าน... พ้น... ช่วง... เวลา... ที่... ยากลำบาก... นี้... ไป... ให้... ได้...”.
“และ... จง... จำ... ไว้... นะ... นภัส... ว่า... รอยแผลเป็น... ที่... มอง... ไม่เห็น... บางครั้ง... มัน... เจ็บปวด... ยิ่ง... กว่า... รอยแผลเป็น... ที่... มอง... เห็น...”.
“โชค... ดี... นะ... สอง... คน...”.
“วิชาญ”.
นภัสอ่านจดหมายจบ. เธอรู้สึกถึงความหนักอึ้งในใจ. วิชาญ... ได้มอบหมายภารกิจสุดท้ายให้เธอ. และเขาก็ได้จากไปแล้ว.
“พ่อ... ฝากอะไรไว้... เหรอครับ?” ธีร์ถาม.
นภัสยื่นจดหมายให้ธีร์. “พ่อฝากให้เรา... ดูแลกันและกัน...”.
ธีร์อ่านจดหมาย. น้ำตาของเขาก็ไหลออกมาอีกครั้ง. แต่คราวนี้... มันไม่ใช่เพียงความเศร้า. หากแต่เป็นความรู้สึกขอบคุณ.
“ผม... ผมจะ... ไม่มีวัน... ลืม... พ่อ... กับ... แม่... เลย... ครับ...”.
“ฉันก็เหมือนกัน ธีร์” นภัสตอบ. เธอจับมือของธีร์ไว้. “เราจะก้าวต่อไปด้วยกันนะ”.
พวกเขาขึ้นรถ. และขับออกจากบ้านร้างหลังนั้น. ทิ้งไว้เบื้องหลังเพียงความทรงจำอันโหดร้าย. และบทเรียนที่แสนเจ็บปวด.
ขณะที่รถกำลังแล่นออกไป. นภัสก็เหลือบมองกระจกมองหลัง. และในกระจกเงาบานนั้น. เธอเห็นบางสิ่งบางอย่าง....
239 ตัวอักษร