ตอนที่ 1 — งานหมั้นหมายที่ถูกบังคับ
สายลมยามเย็นพัดเอื่อยๆ พากลิ่นหอมของดอกมะลิที่ปลูกเรียงรายริมระเบียงเข้ามาแตะจมูก พิณรดานั่งกอดเข่าอยู่บนเก้าอี้ยาวหันหน้าออกสู่สวนดอกไม้ที่กำลังจะลาลับแสงตะวัน ดวงตาคู่สวยทอดมองไปยังผืนฟ้าสีส้มที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม ไร้ซึ่งประกายแห่งความสุข มีเพียงเงาแห่งความทุกข์ที่ฉายชัดบนใบหน้าหวานนั้น
"หนูพิณ" เสียงของมารดา ดังขึ้นแผ่วเบามาจากด้านหลัง ทำให้เธอต้องหันไปมอง
"ค่ะคุณแม่" พิณรดารับคำเสียงอ่อยๆ พยายามฝืนยิ้มให้มารดาที่เดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับยื่นมือมาลูบศีรษะของเธออย่างอ่อนโยน
"ทำไมลูกถึงยังนั่งอยู่ที่นี่คนเดียว ไม่ลงไปข้างล่างล่ะ แขกผู้ใหญ่มากันเยอะแล้วนะ" มารดาถาม ใบหน้าเต็มไปด้วยความเป็นห่วง
"หนู... หนูยังไม่พร้อมค่ะ" พิณรดาตอบเสียงสั่น พยายามกลั้นน้ำตาที่เอ่อคลอ "หนูไม่อยากแต่งงาน หนูไม่อยากถูกบังคับ"
"แม่รู้ว่าลูกไม่สบายใจ แต่เรื่องนี้มันจำเป็นจริงๆ นะลูก" มารดาถอนหายใจยาว "เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว สงครามระหว่างตระกูลของเรากับตระกูลอัศวเมธา มันยืดเยื้อมานานเกินไปแล้ว มันทำให้คนบริสุทธิ์ต้องเดือดร้อนมากมาย ถ้าการแต่งงานครั้งนี้จะช่วยยุติความขัดแย้งนี้ได้ เราก็ต้องยอม"
"แต่ทำไมต้องเป็นหนูคะ ทำไมต้องให้หนูไปแต่งงานกับคนที่หนูไม่เคยรู้จัก ไม่เคยรัก" พิณรดาถามเสียงดังขึ้น น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็ไหลทะลักออกมา "ทำไมผู้ใหญ่ไม่คิดถึงหัวใจของหนูบ้าง"
"ลูกรัก" มารดาโอบกอดลูกสาวไว้แน่น "แม่รู้ว่ามันยาก แต่ลูกคือความหวังเดียวของเรานะ ลูกคือคนเดียวที่จะยุติสงครามนี้ได้ ถ้าลูกยอมแต่งงานกับคุณภาคิน ตระกูลอัศวเมธาจะยอมยุติการต่อสู้ และเราก็จะได้สงบสุขเสียที"
"แต่หนูจะอยู่กับเขาได้อย่างไรคะ ในเมื่อเราเกลียดกัน" พิณรดาร้องไห้สะอึกสะอื้น "หนูจะทำทุกวันให้มีความสุขได้อย่างไร ในเมื่อหนูต้องแต่งงานกับคนที่แม่ของเขาเคยทำเรื่องเลวร้ายไว้กับคุณย่าของหนู"
"เรื่องในอดีตมันก็ควรจะปล่อยวางนะลูก" มารดากล่าวปลอบ "คุณภาคินเขาเป็นคนดีนะ แม่เคยเจอเขา เขาดูเป็นสุภาพบุรุษและมีความรับผิดชอบ เขาคงจะไม่เหมือนแม่ของเขาหรอก"
"หนูจะเชื่อได้อย่างไรคะ" พิณรดาสลัดอ้อมกอดของมารดาออก "หนูเห็นแววตาของเขาตอนที่เขาเข้ามาทักทายแขกเมื่อครู่นี้แล้ว มันมีความเย็นชา เหมือนกับที่แม่ของเขาเคยมีให้เรา"
"ลูกอาจจะคิดมากไปเองนะ" มารดาพยายามพูดให้ลูกสาวใจเย็น "เอาล่ะ เดี๋ยวคุณพ่อจะลงมาเรียกนะลูก พยายามทำใจดีๆ เข้าไว้"
มารดาเดินออกไป ทิ้งพิณรดาให้นั่งจมอยู่กับความเศร้าโศก สายตาของเธอมองไปยังสวนดอกไม้อีกครั้ง นึกถึงภาพความสุขในวัยเด็ก ที่เคยวิ่งเล่นกับเพื่อนสนิทอย่างชื่นมื่น ก่อนที่ความบาดหมางระหว่างสองตระกูลจะเริ่มขึ้น และพรากทุกอย่างไปจากเธอ
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังมาจากด้านหลัง พิณรดาขมวดคิ้วเล็กน้อย หันกลับไปมองเมื่อเห็นบิดาเดินเข้ามาในห้อง
"พิณรดา" บิดาเอ่ยเรียกเสียงทุ้ม "ทำไมถึงมานั่งอยู่ตรงนี้คนเดียว งานสำคัญกำลังจะเริ่มแล้วนะ"
"หนู... หนูยังไม่สบายใจค่ะคุณพ่อ" พิณรดาตอบเสียงเบา
"พ่อเข้าใจว่าลูกอาจจะยังปรับตัวไม่ได้" บิดากล่าว พลางเดินเข้ามานั่งข้างๆ "แต่เรื่องนี้มันเป็นเรื่องใหญ่ของตระกูลเรานะลูก เราต้องมองไปข้างหน้า อย่าจมอยู่กับอดีต"
"แต่หนูจะทำอย่างไรคะคุณพ่อ" พิณรดาเงยหน้ามองบิดา "หนูจะแต่งงานกับคนที่หนูไม่ได้รักได้อย่างไร"
"ความรักมันสร้างกันได้นะลูก" บิดายิ้มบางๆ "พ่อกับแม่ก็ไม่ได้รักกันตั้งแต่แรก แต่เราก็อยู่กันมาได้จนถึงทุกวันนี้"
"มันไม่เหมือนกันค่ะคุณพ่อ" พิณรดาแย้ง "คุณพ่อกับคุณแม่ไม่ได้มีอดีตที่เจ็บปวดต่อกัน"
"พ่อรู้ว่ามันยาก" บิดากล่าว "แต่ลูกต้องพยายามนะ เพื่อครอบครัวของเรา เพื่ออนาคตของทุกคน"
"แล้วถ้าหนูไม่ยอมล่ะคะ" พิณรดาถามอย่างมีความหวัง
บิดาเงียบไปครู่หนึ่ง สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้น "ถ้าลูกไม่ยอม... พ่อก็คงต้องใช้วิธีอื่น"
คำพูดของบิดาทำให้หัวใจของพิณรดาหล่นวูบ เธอรู้ดีว่า "วิธีอื่น" ที่บิดาพูดถึงหมายถึงอะไร บิดาของเธอเป็นคนจริงจังและเด็ดขาด หากเธอขัดขืน เขาอาจจะใช้อำนาจบังคับเธอ หรืออาจจะทำอะไรที่เธอคาดไม่ถึง
"หนู... หนูจะพยายามค่ะ" พิณรดาตอบเสียงสั่น พยายามกลั้นน้ำตาไว้
"ดีมาก" บิดาพยักหน้า "ลงไปข้างล่างกันเถอะ"
พิณรดาลุกขึ้นยืนตามบิดาไปอย่างจำใจ เมื่อก้าวลงบันไดไป เธอก็เห็นภาพที่คุ้นเคย แต่กลับรู้สึกแปลกไปในวันนี้ งานเลี้ยงฉลองงานหมั้นของเธอ กำลังจะจัดขึ้นภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลเธอเอง บรรยากาศเต็มไปด้วยความหรูหรา แต่กลับแฝงไปด้วยความตึงเครียด
แขกเหรื่อมากมายทยอยกันเข้ามาภายในงาน บางคนมาแสดงความยินดี บางคนมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น และบางคน... ก็มาด้วยความอาฆาตแค้น
เมื่อพิณรดาปรากฏตัว ทุกสายตาก็หันมาจับจ้องที่เธอทันที เธอสวมชุดเดรสสีขาวบริสุทธิ์ที่ถูกออกแบบมาอย่างงดงาม แต่กลับรู้สึกว่ามันหนักอึ้งราวกับชุดเจ้าสาวที่กำลังจะถูกส่งไปสู่กงกรรม
เธอเดินเคียงข้างบิดา ไปยังแท่นพิธีที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหรา ตรงนั้นมีชายหนุ่มคนหนึ่งยืนรออยู่ เขาคือภาคิน อัศวเมธา ว่าที่เจ้าบ่าวของเธอ
พิณรดากลั้นหายใจ พยายามมองใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้าอย่างละเอียด เขาเป็นคนที่มีรูปงาม สูงสง่า ผิวขาวราวหิมะ ดวงตาสีเข้มเป็นประกาย แต่กลับแฝงไปด้วยความเย็นชาจนน่ากลัว ริมฝีปากหยักของเขากระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ เมื่อเห็นเธอเดินเข้ามา
"ยินดีด้วยนะพิณรดา" เสียงของภาคินดังขึ้นเบาๆ แต่กลับก้องอยู่ในโสตประสาทของเธอ "วันนี้เป็นวันสำคัญของเรา"
"ค่ะ" พิณรดาตอบรับเสียงสั้น รู้สึกได้ถึงความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
พิธีหมั้นดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงอวยพรของแขกเหรื่อ พิณรดาทำตามทุกอย่างอย่างว่างเปล่า เธอสวมแหวนหมั้นที่ภาคินยื่นให้ นิ้วเรียวของเธอสั่นเทาเล็กน้อย สัมผัสเย็นเยียบของแหวนโลหะ ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับชะตากรรมอันโหดร้าย
เมื่อพิธีเสร็จสิ้น พิณรดาและภาคินถูกพาไปนั่งร่วมโต๊ะกับผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูล พิณรดาสังเกตเห็นแววตาของมารดาภาคินที่มองมาที่เธออย่างประเมิน เธอรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก
"คุณพิณรดา เป็นเจ้าสาวที่สวยงามจริงๆ นะคะ" มารดาของภาคินกล่าวขึ้น ด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูประดิษฐ์เกินไป "ฉันดีใจมากที่ได้เธอมาเป็นลูกสะใภ้"
"ขอบคุณค่ะ" พิณรดาตอบรับอย่างสุภาพ พยายามเก็บความรู้สึกที่แท้จริงไว้
"แต่แม่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้นะ" มารดาภาคินพูดต่อ "สงครามระหว่างสองตระกูลของเรา มันยาวนานเกินไป บางทีความแค้นมันอาจจะฝังลึกจนเกินเยียวยา"
"หนูเชื่อว่าเราจะสามารถผ่านมันไปได้ค่ะ" พิณรดาตอบอย่างมั่นใจ พยายามสบตาคู่ของมารดาภาคิน
"หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นนะ" มารดาภาคินยิ้มเย็น "เพราะถ้าไม่... ชีวิตของพวกเธอทั้งสองคน อาจจะไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด"
คำพูดนั้นทำให้พิณรดารู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ เธอเหลือบมองภาคิน เขาเพียงแต่นั่งนิ่งๆ ไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆ ออกมา ราวกับว่าคำพูดของมารดาเขาไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อเขาเลย
เมื่อพิธีจบลง พิณรดาก็รีบปลีกตัวออกมาอยู่ที่ระเบียงอีกครั้ง เธอไม่สามารถทนอยู่ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเสแสร้งและอันตรายนี้ได้อีกต่อไป
"ไม่คิดเลยว่าเธอจะยอมง่ายๆ" เสียงของภาคินดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้พิณรดาผวาเล็กน้อย
"ฉัน... ฉันไม่มีทางเลือก" พิณรดาตอบเสียงเครียด
"ไม่มีใครไม่มีทางเลือกหรอก" ภาคินเดินเข้ามาใกล้ ยืนข้างๆ เธอ "แค่บางครั้ง การเลือกยอมรับมัน อาจจะง่ายกว่าการต่อต้าน"
"คุณก็คิดเหมือนแม่ของคุณสินะ" พิณรดาหันไปมองเขาอย่างตำหนิ
"ฉันไม่ได้คิดเหมือนแม่ของฉัน" ภาคินตอบเสียงเรียบ "แต่ฉันยอมรับความจริง"
"ความจริงที่ว่าเราเกลียดกัน?" พิณรดาถาม
"ความจริงที่ว่าเรากำลังจะแต่งงานกัน" ภาคินตอบ "และเราต้องอยู่ด้วยกัน"
"หนูจะอยู่กับคุณได้อย่างไร ในเมื่อเราเป็นศัตรูกัน" พิณรดาถามเสียงสั่น
"เราอาจจะไม่ได้เป็นศัตรูกันตลอดไปก็ได้" ภาคินกล่าว พร้อมกับสบตาเธอ "ใครจะรู้"
คำพูดนั้นทำให้พิณรดาสับสน เธอไม่เข้าใจว่าภาคินกำลังคิดอะไรอยู่ แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้แน่ๆ คือ ชีวิตของเธอหลังจากนี้ จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
6,319 ตัวอักษร