หัวใจเดิมพันชีวิต

ตอนที่ 14 / 40

ตอนที่ 14 — ปรากฏการณ์รักซ้อนซ่อนเงื่อน

พิมพ์ชนกเดินกลับขึ้นไปยังห้องทำงานของเธอด้วยหัวใจที่สับสนปนเป เธอรู้สึกเหมือนถูกโยนลงไปในทะเลคลื่นลมแรงที่โหมกระหน่ำ คำพูดของปรานต์ยังคงก้องอยู่ในหู “เขารักคุณมาตลอดนั่นแหละ พิมพ์ชนก” รัก… คำๆ นี้มันช่างห่างไกลจากความเป็นจริงที่เธอสัมผัสได้จากภาคย์เหลือเกิน ผู้ชายที่เย็นชา เย็นชาจนเธอแทบจะสัมผัสถึงความอบอุ่นไม่ได้เลย เธอทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงาน จ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง ภาพตึกสูงระฟ้าที่กำลังก่อสร้างขึ้นมา คือผลงานของเธอ คือสิ่งที่เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจไปทั้งหมด แต่ตอนนี้มันกลับดูไร้ความหมายไปเสียหมด “คุณพิมพ์ชนกคะ” เสียงสุชาติดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของเธอ “คุณภาคย์โทรมาค่ะ เขาบอกว่าอยากจะคุยด้วยด่วน” พิมพ์ชนกสะดุ้งเฮือก ภาคย์… ผู้ชายที่เธอควรจะพูดถึงให้มากที่สุดในตอนนี้ เขากำลังต้องการคุยกับเธออย่างเร่งด่วน เกิดอะไรขึ้นกันแน่? หรือว่าเขาจะรู้เรื่องที่เธอเจอปรานต์? “ค่ะ” เธอตอบรับเสียงแหบพร่า “เดี๋ยวหนูจะไปหาเขาที่ห้องทำงาน” เธอเดินไปยังห้องทำงานของภาคย์ หัวใจเต้นระรัวทุกย่างก้าว เธอไม่แน่ใจว่าควรจะแสดงสีหน้าอย่างไรเมื่อเจอเขา ควรจะถามเรื่องที่ปรานต์บอกเธอ หรือควรรอให้เขาพูดก่อน เมื่อเธอเปิดประตูเข้าไป ภาคย์กำลังยืนหันหลังให้ประตู จ้องมองออกไปนอกหน้าต่างเช่นเดียวกับเธอเมื่อครู่ แต่บรรยากาศรอบตัวเขาดูหนักอึ้งกว่ามาก “คุณภาคย์คะ” เธอเรียก ภาคย์หันกลับมา ใบหน้าของเขาดูเคร่งเครียดกว่าปกติ ดวงตาคมกริบมองสำรวจเธออย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังจับผิดอะไรบางอย่าง “คุณเพิ่งเจอใครมา?” เขาถาม น้ำเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึก พิมพ์ชนกอึ้งไปชั่วขณะ เธอไม่คิดว่าเขาจะถามตรงๆ แบบนี้ “หนู… หนูเจอคุณปรานต์ค่ะ” เธอตอบตามตรง “เขามาหาหนูที่นี่” “แล้วเขาพูดอะไรกับคุณบ้าง” ภาคย์ถามต่อ น้ำเสียงเน้นย้ำ “เขา… เขาบอกว่าคุณรักหนูค่ะ” พิมพ์ชนกพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “เขาบอกว่าคุณกำลังช่วยหนูอยู่” ภาคย์นิ่งไป สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยราวกับแผ่นหิน “ปรานต์… เขาชอบพูดอะไรที่ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดเสมอ” “แต่… แต่หนูเห็นว่าคุณไม่ได้โกหก” พิมพ์ชนกเริ่มมีความหวัง “คุณกำลังช่วยหนูจริงๆ ใช่ไหมคะ” ภาคย์เดินเข้ามาหาเธอช้าๆ จ้องมองเข้าไปในดวงตาของเธอ “ผมทำทุกอย่างเพื่อคุณอยู่แล้ว พิมพ์ชนก” เขาพูด “ผมทำทุกอย่างเพื่อรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับพ่อของคุณ” “คำมั่นสัญญา…” พิมพ์ชนกทวนคำ “แล้วความรู้สึกของคุณล่ะคะ คุณภาคย์” ภาคย์หัวเราะเบาๆ “ความรู้สึก… มันเป็นเรื่องรอง พิมพ์ชนก สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือการทำทุกอย่างให้สำเร็จ และทำให้ครอบครัวของคุณปลอดภัย” “แต่ถ้าหนู… หนูไปชอบใครคนอื่นล่ะคะ” พิมพ์ชนกถามอย่างวัดใจ “ถ้าหนูไปชอบคุณปรานต์ล่ะคะ” คำถามนั้นทำให้ภาคย์หยุดชะงัก ดวงตาคมกริบคู่หนึ่งเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย แต่ก็กลับมาเรียบเฉยเหมือนเดิมในทันที “คุณจะไปชอบใครก็เรื่องของคุณ” เขาตอบเสียงเย็น “แต่จำไว้ว่าคุณแต่งงานกับผม เพราะคุณมีภาระผูกพันกับผม” “ภาระผูกพัน…” พิมพ์ชนกพึมพำ “หนูไม่เคยอยากได้ภาระผูกพันแบบนี้เลย” “แต่คุณก็ได้รับมันไปแล้ว” ภาคย์กล่าว “และคุณต้องรับผิดชอบมันให้ถึงที่สุด” “แล้วถ้าหนูรับผิดชอบมันไม่ได้ล่ะคะ” พิมพ์ชนกถาม “ถ้าหนูไม่สามารถทำตามที่คุณต้องการได้” ภาคย์เดินเข้ามาใกล้เธอมากขึ้น จนเกือบจะประชิดตัว “คุณจะทำได้” เขาพูดเสียงเด็ดขาด “เพราะผมจะไม่ยอมให้คุณทำไม่ได้” “ทำไมคุณถึงทำแบบนี้กับหนูคะ” พิมพ์ชนกถาม น้ำเสียงเจ็บปวด “ทำไมคุณถึงไม่เคยเข้าใจหนูเลย” “ผมเข้าใจคุณดีเกินไปต่างหาก” ภาคย์ตอบ “ผมรู้ว่าคุณต้องการอะไร และผมก็จะให้คุณในสิ่งที่คุณต้องการ… แม้ว่าคุณจะยังไม่รู้ตัวก็ตาม” “หนูไม่ต้องการอะไรจากคุณทั้งนั้นค่ะ” พิมพ์ชนกพูด “หนูแค่อยาก… อยากเป็นอิสระ” “อิสระ… มันเป็นสิ่งที่ผมจะมอบให้คุณในวันสุดท้าย” ภาคย์พูด “แต่ก่อนจะถึงวันนั้น คุณต้องอยู่กับผมให้ได้ก่อน” “หนู… ทนต่อไปไม่ไหวแล้วค่ะ” พิมพ์ชนกพูด น้ำตาเริ่มไหลอาบแก้ม ภาคย์มองใบหน้าของเธออย่างพิจารณา เขาเห็นน้ำตาที่ไหลลงมา แต่สีหน้าของเขาก็ยังคงแข็งกระด้าง “ถ้าคุณทนไม่ได้ คุณก็ต้องไปให้พ้นจากชีวิตผม” เขาพูด “เพราะผมไม่มีเวลามานั่งปลอบใจใคร” คำพูดนั้นเหมือนดาบที่กรีดลงบนหัวใจของพิมพ์ชนก เธอไม่คิดว่าเขาจะพูดจาโหดร้ายได้ขนาดนี้ “ค่ะ” เธอตอบเสียงแผ่วเบา “หนูจะไป” เธอหันหลังกลับเดินออกจากห้องทำงานของภาคย์ไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้เขาอยู่กับความเงียบและความเย็นชาของตัวเอง ขณะที่เธอกำลังเดินกลับไปยังห้องทำงาน สุชาติก็เดินเข้ามาหาเธอด้วยสีหน้ากังวล “คุณพิมพ์ชนกครับ คุณภาคย์… เขาดูไม่สบายนะครับ” พิมพ์ชนกชะงัก “ไม่สบาย?” “ครับ ผมเห็นเขาไอแรงๆ หลายครั้ง เขาดูซีดมากเลยครับ” สุชาติรายงาน พิมพ์ชนกหันกลับไปมองที่ประตูห้องทำงานของภาคย์ หัวใจของเธอเจ็บแปลบอย่างประหลาด แม้ว่าเขาจะพูดจาใจร้ายกับเธอ แต่เธอก็ยังอดเป็นห่วงเขาไม่ได้ “คุณสุชาติคะ” เธอพูด “รบกวนคุณไปเอายาแก้ไอ หรือน้ำอุ่นมาให้คุณภาคย์หน่อยนะคะ” สุชาติพยักหน้าแล้วรีบเดินไป พิมพ์ชนกยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเดินกลับไปที่ห้องทำงานของภาคย์อีกครั้ง เธอเคาะประตูเบาๆ “คุณภาคย์คะ” ไม่มีเสียงตอบรับ “คุณภาคย์คะ” เธอเรียกอีกครั้ง เธอค่อยๆ ผลักประตูเข้าไปอย่างระมัดระวัง ภาพที่เห็นทำให้เธอตกใจ ภาคย์กำลังทรุดตัวลงนั่งอยู่บนพื้นห้องทำงาน มือข้างหนึ่งกุมหน้าอกแน่น ใบหน้าซีดเผือด และกำลังไออย่างหนัก “คุณภาคย์!” พิมพ์ชนกอุทานวิ่งเข้าไปหาเขา “เป็นอะไรคะ” “ไม่… ไม่เป็นไร” ภาคย์ตอบเสียงหอบ “แค่… ไอ” “ไออะไรคะ คุณกำลังไอจนแทบจะพูดไม่ออกอยู่แล้ว” พิมพ์ชนกพูดพลางพยุงเขาขึ้น “คุณควรจะไปหาหมอนะคะ” “ไม่… ไม่ต้อง” ภาคย์พยายามปัดมือเธอออก “ผม… แค่พักผ่อนสักครู่ก็หาย” “คุณกำลังพูดถึงอะไรคะ” พิมพ์ชนกถามอย่างจริงจัง “ถ้าคุณเป็นอะไรไป หนูจะทำอย่างไร” ภาคย์มองดวงตาของเธอที่เต็มไปด้วยความกังวล เขาเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปจากความเย็นชาเป็นความห่วงใย แต่เขาก็ยังคงรักษาน้ำเสียงที่เย็นชาเอาไว้ “คุณก็… ไปหาอิสระของคุณสิ” คำพูดนั้นเหมือนจะทิ่มแทงเธอซ้ำอีกครั้ง แต่พิมพ์ชนกก็เลือกที่จะเมินเฉย “หนูจะไปเอายาให้คุณ” เธอพูดพลางลุกขึ้น “รออยู่ตรงนี้นะคะ” เธอรีบวิ่งออกไปตามหายาและน้ำอุ่นด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความกังวล เธอไม่เข้าใจตัวเอง ทำไมเธอถึงยังเป็นห่วงเขาอยู่ ทั้งๆ ที่เขาปฏิบัติต่อเธออย่างเย็นชาเหลือเกิน

5,002 ตัวอักษร