เมียลับในคืนฝนตก

ตอนที่ 22 / 36

ตอนที่ 22 — ลิลลี่กับงานใหม่ที่ไม่คาดคิด

หลายสัปดาห์ผ่านไปหลังจากที่ริชาร์ดจากไป ชีวิตของลิลลี่ก็เริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ เธอตัดสินใจที่จะไม่ติดต่อกับริชาร์ดอีกต่อไป และเธอพยายามที่จะลืมเรื่องราวในอดีตทั้งหมด เธอรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เธอก็ตั้งใจแน่วแน่ที่จะทำมันให้สำเร็จ ลิลลี่เริ่มกลับไปทำงานที่บริษัทของเธออีกครั้ง เธอทุ่มเทให้กับงานอย่างเต็มที่ราวกับจะใช้มันเป็นเครื่องมือในการเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำ การจมอยู่กับกองเอกสารและตัวเลขต่างๆ ช่วยให้เธอไม่ต้องคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาให้ปวดร้าว การกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง การต้องเผชิญหน้ากับผู้คนและสถานการณ์ต่างๆ เป็นการก้าวเดินที่สำคัญ แม้ว่าบางครั้งเธอยังคงรู้สึกถึงความว่างเปล่าในใจ แต่เธอก็พยายามเดินหน้าต่อไป เช้าวันหนึ่ง ขณะที่เธอกำลังจดจ่ออยู่กับรายงานการเงินประจำไตรมาส เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น “เชิญค่ะ” ลิลลี่กล่าวโดยไม่ได้ละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่เป็นมิตร “สวัสดีครับคุณลิลลี่ ผมกวินทร์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจครับ” ลิลลี่เงยหน้าขึ้นมอง เขาเป็นคนที่เธอไม่เคยเจอมาก่อน “สวัสดีค่ะ คุณกวินทร์ มีอะไรให้ดิฉันช่วยคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ “พอดีผมเห็นว่าโปรเจกต์ที่คุณกำลังทำอยู่มีความคืบหน้าไปมากทีเดียว ผมเลยอยากจะขอคำปรึกษาจากคุณหน่อยครับ พอจะมีเวลาสักครู่ไหมครับ” กวินทร์กล่าวพลางเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเธอ “ได้ค่ะ เชิญนั่งค่ะ” ลิลลี่ผายมือไปยังเก้าอี้อีกตัวหนึ่ง การพูดคุยกับกวินทร์เป็นไปอย่างราบรื่น เขามีความรู้ความสามารถและวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจ การสนทนาเริ่มต้นจากเรื่องงาน แต่ค่อยๆ ขยายไปสู่หัวข้ออื่นๆ ที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมและแนวโน้มในอนาคต ลิลลี่พบว่าเธอสามารถพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเขาได้อย่างเปิดเผยและสนุกสนาน กวินทร์มีแววตาที่ฉลาดเฉลียวและท่าทางที่มั่นใจ เขาเล่าถึงแผนการขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ลิลลี่เองก็สนใจมาตลอด “ผมเชื่อว่าด้วยศักยภาพของบริษัทเรา ประกอบกับกลยุทธ์ที่ชัดเจน เราจะสามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าครับ คุณลิลลี่คิดว่าไงครับ” กวินทร์ถาม ลิลลี่พยักหน้าเห็นด้วย “ดิฉันเห็นด้วยค่ะ โดยเฉพาะในเรื่องของการปรับปรุงกระบวนการภายในให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุด ดิฉันคิดว่าเรายังสามารถพัฒนาส่วนนี้ได้อีกมากค่ะ” เธอตอบด้วยความกระตือรือร้น “นั่นคือสิ่งที่ผมคิดเหมือนกันครับ และผมก็เห็นว่าคุณลิลลี่มีศักยภาพในด้านนี้สูงมาก ไม่ทราบว่าคุณลิลลี่เคยมีความคิดที่จะขยับไปทำงานในตำแหน่งที่กว้างขึ้นบ้างไหมครับ” กวินทร์ถามคำถามที่ทำให้ลิลลี่ประหลาดใจ “หมายความว่ายังไงคะ” “ผมหมายถึงตำแหน่งที่ดูแลภาพรวมของฝ่ายพัฒนาธุรกิจทั้งหมด หรืออาจจะเป็นหัวหน้าทีมกลยุทธ์เลยก็ได้ครับ ผมเชื่อว่าคุณลิลลี่จะทำได้ดีมาก และผมเองก็อยากได้คนที่เก่งๆ มาช่วยงานผมในโปรเจกต์ใหญ่ที่จะถึงนี้” กวินทร์กล่าวอย่างจริงจัง ลิลลี่นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง เธอไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน หลังจากผ่านเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิตมา เธอคิดว่าเธอคงจะใช้ชีวิตอยู่กับงานที่ทำอยู่เพียงลำพัง แต่คำพูดของกวินทร์ก็ปลุกประกายบางอย่างในตัวเธอ ความท้าทายใหม่ โอกาสในการเติบโต มันคือสิ่งที่เธอเคยปรารถนา แต่เหมือนถูกลืมเลือนไป “ดิฉัน… ยังไม่แน่ใจค่ะ” เธอตอบอย่างอ้ำอึ้ง “มันเป็นตำแหน่งที่ใหญ่มาก ดิฉันไม่แน่ใจว่าตัวเองจะทำได้ดีพอหรือเปล่า” “ผมมั่นใจครับ” กวินทร์ย้ำ “ผมได้ศึกษาประวัติการทำงานของคุณลิลลี่มาพอสมควร และผมก็ได้เห็นการทำงานของคุณลิลลี่มาบ้างแล้ว คุณมีความคิดสร้างสรรค์ มีความละเอียดรอบคอบ และที่สำคัญคือคุณมีความตั้งใจจริง ผมเชื่อว่าคุณจะทำได้แน่นอน ถ้าคุณลิลลี่สนใจ ผมอยากจะให้โอกาสคุณได้เข้ามาลองทำงานในตำแหน่งนี้ดูก่อนครับ เรามาดูกันว่ามันจะไปด้วยกันได้ดีแค่ไหน” ลิลลี่มองเข้าไปในดวงตาของกวินทร์ เธอสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่เขาแสดงออกมา เขาไม่ได้เพียงแค่เสนอโอกาสให้เธอ แต่เขายังมองเห็นคุณค่าและความสามารถที่เธออาจมองข้ามไปในตัวเอง “ขอ… ขอเวลาให้ดิฉันคิดสักครู่ได้ไหมคะ” เธอเอ่ย “แน่นอนครับ ผมจะรอคำตอบของคุณลิลลี่นะครับ” กวินทร์ยิ้มบางๆ ก่อนจะลุกขึ้น “ถ้ามีอะไรให้ผมช่วยอีก แจ้งได้เลยนะครับ” เขากล่าวจบก็เดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ลิลลี่นั่งอยู่กับความคิดที่กำลังถาโถมเข้ามา โอกาสใหม่ที่เข้ามาโดยไม่คาดฝัน มันคือทางออกที่เธอต้องการจริงๆ หรือเปล่า? หรือมันเป็นเพียงภาพลวงตาที่จะทำให้เธอไขว้เขวจากความเจ็บปวดในอดีต? เธอไม่แน่ใจ แต่ลึกๆ แล้ว เธอก็รู้สึกตื่นเต้นกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้น การได้ทุ่มเทให้กับงานใหม่ การได้เผชิญหน้ากับความท้าทายที่ไม่คุ้นเคย มันคือสิ่งที่เธอต้องการจริงๆ เพื่อที่จะก้าวข้ามผ่านความเศร้าโศกที่ยังคงเกาะกุมหัวใจ การทำงานหนักอาจจะเป็นยาวิเศษที่ช่วยเยียวยาเธอได้จริง “ลิลลี่… เธอจะเอายังไงต่อไป” เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงของแม่ดังก้องอยู่ในหัว “ทำในสิ่งที่หัวใจต้องการนะลูก” เธอหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ภาพของริชาร์ดแวบเข้ามาในความคิด ชั่วขณะหนึ่งหัวใจก็ปวดหนึบ แต่แล้วเธอก็สะบัดความคิดนั้นทิ้งไป นี่คือเวลาของเธอ นี่คือโอกาสของเธอ เธอต้องเดินหน้าต่อไป ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อตัวของเธอเอง เธอตัดสินใจแล้ว หลังจากที่ใช้เวลาหลายวันในการครุ่นคิด เธอตอบตกลงรับข้อเสนอของกวินทร์ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ทำให้เธอรู้สึกทั้งตื่นเต้นและประหม่า แต่เธอก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน เธอจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็น โดยเฉพาะตัวเอง ว่าเธอแข็งแกร่งกว่าที่คิด และเธอก็มีคุณค่ามากกว่าที่เธอเคยเชื่อ วันแรกของการทำงานในตำแหน่งใหม่เต็มไปด้วยความท้าทาย ลิลลี่ต้องเรียนรู้ระบบงานใหม่ๆ พบปะผู้คนใหม่ๆ และทำความเข้าใจกับเป้าหมายของโปรเจกต์ที่ใหญ่กว่าเดิมมาก กวินทร์เป็นหัวหน้าทีมที่ยอดเยี่ยม เขาคอยให้คำแนะนำและสนับสนุนเธออยู่เสมอ “ไม่ต้องกังวลนะครับคุณลิลลี่ ค่อยๆ เรียนรู้ไปทีละขั้น ผมเชื่อว่าคุณจะปรับตัวได้เร็ว” เขากล่าวให้กำลังใจ ลิลลี่ทุ่มเทให้กับงานอย่างเต็มที่ เธอใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการศึกษาข้อมูล วางแผน และประชุมกับทีม การได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ทำงานอย่างมืออาชีพและมีความมุ่งมั่น ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกผิดหวังและความเศร้าเริ่มจางหายไป แทนที่ด้วยความหวังและความกระตือรือร้น “คุณลิลลี่คะ ดิฉันมีข้อมูลเกี่ยวกับคู่แข่งที่เราต้องจับตามองมาให้ค่ะ” สุนิสา เลขาฯ คนใหม่ของทีมยื่นแฟ้มเอกสารให้ “ขอบคุณมากนะสุนิสา” ลิลลี่รับแฟ้มมาพร้อมกับรอยยิ้ม “ถ้ามีอะไรอีก บอกได้เลยนะ” ขณะที่เธอกำลังเปิดอ่านเอกสารอยู่นั้น โทรศัพท์มือถือของเธอก็สั่นขึ้น หน้าจอแสดงชื่อ “ริชาร์ด” หัวใจของเธอเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้ เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วกดรับสาย “สวัสดีค่ะ” เธอเอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อย “ลิลลี่… เป็นไงบ้าง” เสียงของริชาร์ดฟังดูเหนื่อยอ่อน “ผม… ผมรู้ว่าเธอคงไม่อยากคุยกับผม แต่ผมแค่… แค่อยากรู้ว่าเธอสบายดีไหม” “ดิฉันสบายดีค่ะ” เธอตอบสั้นๆ พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกที่ปั่นป่วน “แล้วคุณล่ะคะ” “ผม… ผมก็เรื่อยๆ ครับ” เขาตอบอย่างอึดอัด “ลิลลี่… ผมอยากจะขอโทษอีกครั้งนะ เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น” “มันผ่านไปแล้วค่ะ” เธอพูด พยายามปัดความรู้สึกผิดบาปที่ยังคงค้างอยู่ในใจของเขา “ตอนนี้ดิฉันกำลังมีเรื่องที่ต้องทำอีกเยอะ ขอตัวก่อนนะคะ” เธอพูดจบก็กดวางสายทันที ก่อนที่เขาจะทันได้พูดอะไรอีก การสนทนาสั้นๆ ครั้งนี้ ทำให้ลิลลี่รู้สึกอ่อนแรงไปทั้งตัว แม้ว่าเธอจะตัดสินใจเดินหน้าต่อไปแล้ว แต่หัวใจของเธอก็ยังคงมีความผูกพันกับริชาร์ดอยู่ไม่น้อย การได้ยินเสียงเขาอีกครั้ง ปลุกความรู้สึกเก่าๆ ให้กลับมา เธอถอนหายใจยาว รู้สึกเหนื่อยล้า แต่ก็ต้องพยายามเข้มแข็งต่อไป “ลิลลี่ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ดูสีหน้าไม่ค่อยดีเลย” กวินทร์ที่เดินผ่านมาเห็นท่าทางของเธอ “เปล่าค่ะ แค่… รู้สึกเหนื่อยๆ นิดหน่อยค่ะ” เธอตอบพลางยิ้มบางๆ “ดิฉันจะขอตัวกลับก่อนนะคะ วันนี้คงต้องขอพักผ่อนสักหน่อย” “ได้เลยครับ ดูแลตัวเองนะครับ” กวินทร์กล่าวด้วยความเป็นห่วง ลิลลี่พยักหน้าให้เขา ก่อนจะเก็บของและเดินออกจากออฟฟิศไป ขณะที่เธอเดินออกมาจากตึกบริษัท สายฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้ง ราวกับจะต้อนรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ในชีวิตของเธอ ลิลลี่เงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดครึ้ม เธอสูดลมหายใจลึก รับเอาความเย็นสดชื่นของสายฝนเข้าปอด เธอรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าอาจจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เธอก็พร้อมที่จะเดินต่อไปอย่างมั่นคง

6,804 ตัวอักษร